ประเภทและตัวอย่างคํานาม ภาษาอังกฤษเข้าใจง่าย
คุณเคยสับสนว่าทำไมบางคำใช้ a บางคำใช้ the หรือทำไมบางคำเติม s ได้ บางคำไม่ได้ใช่ไหม? ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการไม่เข้าใจคํานาม ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของทุกประโยค หากเข้าใจคำนามผิด ประโยคทั้งหมดก็จะผิดตาม
บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับ คํานาม อังกฤษ อย่างครบถ้วน ตั้งแต่นิยาม ประเภท หน้าที่ จนถึงเทคนิคการใช้งานจริงที่นำไปประยุกต์ได้ทันที
คํานามภาษาอังกฤษ คือ คำที่ใช้เรียกชื่อบุคคล สัตว์ สถานที่ สิ่งของ หรือแนวคิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้อย่าง book (หนังสือ) table (โต๊ะ) หรือนามธรรมอย่าง happiness (ความสุข) freedom (เสรีภาพ) ทุกประโยคในภาษาอังกฤษต้องมีคำนามอย่างน้อยหนึ่งคำเสมอ เพราะ Noun คือ แกนหลักที่บอกว่าเรากำลังพูดถึงใครหรืออะไร
การเข้าใจ คํานามภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง ไม่ได้หยุดแค่การท่องจำคำศัพท์ แต่ต้องรู้ว่าคำนามแต่ละประเภทมีกฎการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การแยกคำนามนับได้กับนับไม่ได้ การเปลี่ยนเอกพจน์เป็นพหูพจน์ การใช้ Determiners ที่เหมาะสม ไปจนถึงตำแหน่งและหน้าที่ของคำนามในประโยค เมื่อเข้าใจหลักการเหล่านี้แล้ว คุณจะสามารถสร้างประโยคได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และเป็นธรรมชาติ
บทความนี้จะนำเสนอเนื้อหาครบถ้วนเกี่ยวกับ คำ นาม noun ทั้ง 8 ประเภทหลัก พร้อมตาราง ประโยค noun ตัวอย่างที่ใช้ได้จริง และเทคนิคการจำที่ได้ผล คุณจะได้เรียนรู้วิธีระบุคำนาม การใช้คำนามในหน้าที่ต่างๆ และข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง มาเริ่มต้นทำความรู้จักกับ Noun แบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูงกันเลย!
I. คํานามภาษาอังกฤษคืออะไร?
I. Noun คืออะไร?
คํานาม ภาษาอังกฤษ คือ คำที่ใช้เรียกชื่อบุคคล สัตว์ สถานที่ สิ่งของ หรือแนวคิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้หรือนามธรรม เช่น teacher (ครู) dog (สุนัข) Bangkok (กรุงเทพฯ) table (โต๊ะ) freedom (เสรีภาพ) คำเหล่านี้ล้วนเป็นคำนามที่เราใช้สื่อสารกันทุกวัน
Noun คือองค์ประกอบหลักของประโยค เพราะทุกประโยคต้องมีคำนามอย่างน้อยหนึ่งคำ ไม่ว่าจะทำหน้าที่เป็นประธาน กรรม หรือส่วนประกอบอื่นๆ
ตัวอย่างเช่น: The cat sleeps on the sofa (แมวนอนบนโซฟา)
ประโยคนี้มีคำนามสองคำคือ cat และ sofa
คุณสามารถระบุคำนาม อังกฤษ ในประโยคได้หลายวิธี วิธีที่ง่ายที่สุดคือมองหาคำที่ตอบคำถามว่า "ใคร" หรือ "อะไร" เช่น John reads a book (จอห์นอ่านหนังสือ) ใคร? John อะไร? book ทั้งสองคำเป็นคำนาม
นอกจากนี้ คำนามมักปรากฏหลัง Determiners (คำกำกับนาม) เช่น a, an, the, this, that, my, your หรือหลังคำคุณศัพท์ที่ขยายความหมาย เช่น a beautiful garden (สวนสวย) คำว่า garden เป็นคำนามที่ถูกขยายด้วย beautiful
|
วิธีระบุคำนาม |
ตัวอย่าง |
คำนามที่พบ |
|
หลัง a, an, the |
the computer, an apple, a student |
computer, apple, student |
|
หลังคำคุณศัพท์ |
happy children, red car, tall building |
children, car, building |
|
หลังคำบอกจำนวน |
three books, many people, some water |
books, people, water |
|
มีคำลงท้าย -tion, -ness, -ment |
education, happiness, development |
ทั้งหมดเป็นคำนาม |
II. ประเภทของคำนาม
1. Common Nouns และ Proper Nouns
-
Common Nouns (คำนามสามัญ) เป็นคำนามที่เรียกสิ่งต่างๆ โดยทั่วไป ไม่ระบุเจาะจง เช่น city (เมือง) teacher (ครู) river (แม่น้ำ) คำนามประเภทนี้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์เล็ก
-
Proper Nouns (คำนามเฉพาะ) เป็นคำนามที่ระบุชื่อเฉพาะของบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของ ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ เช่น Thailand (ประเทศไทย) Sarah (ซาร่าห์) Amazon River (แม่น้ำอเมซอน)
|
Common Nouns |
Proper Nouns |
|
country (ประเทศ) |
Thailand, Japan, France |
|
person (บุคคล) |
Somchai, Mary, Dr. Smith |
|
company (บริษัท) |
Apple, Google, Toyota |
|
month (เดือน) |
January, February, March |
2. Concrete Nouns และ Abstract Nouns
-
Concrete Nouns (คำนามรูปธรรม) คือคำนามที่จับต้องได้ มองเห็นได้ หรือรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส ได้แก่ book (หนังสือ) water (น้ำ) music (เสียงเพลง) perfume (น้ำหอม)
-
Abstract Nouns (คำนามนามธรรม) คือคำนามที่แสดงถึงความคิด ความรู้สึก คุณภาพ หรือสภาวะที่จับต้องไม่ได้ เช่น love (ความรัก) wisdom (ปัญญา) courage (ความกล้าหาญ) freedom (เสรีภาพ)
3. Collective Nouns
Collective Nouns (คำนามหมู่คณะ) เป็นคำนามที่ใช้เรียกกลุ่มคน สัตว์ หรือสิ่งของที่รวมกันเป็นหน่วยเดียว แม้จะมีสมาชิกหลายตัวแต่ถือเป็นเอกพจน์ เช่น team (ทีม) family (ครอบครัว) flock (ฝูง) class (ห้องเรียน)
ตัวอย่างประโยค: The team is preparing for the match. (ทีมกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน) ใช้ is เพราะถือว่า team เป็นหน่วยเดียว
III. คำนามนับได้ (Countable) และนามนับไม่ได้ (Uncountable)
คํานาม ภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง ในแง่การนับได้หรือไม่? คำถามนี้สำคัญมากเพราะมีผลต่อการใช้กริยาและคำกำกับนาม
-
Countable Nouns (คำนามนับได้) สามารถนับเป็นจำนวนได้ มีรูปเอกพจน์และพหูพจน์ เช่น one book, two books (หนึ่งเล่ม สองเล่ม) three apples (สามลูก) five students (ห้าคน)
-
Uncountable Nouns (คำนามนับไม่ได้) ไม่สามารถนับเป็นจำนวนได้ ไม่มีรูปพหูพจน์ เช่น water (น้ำ) rice (ข้าว) information (ข้อมูล) advice (คำแนะนำ) ต้องใช้หน่วยนับช่วย เช่น a glass of water (น้ำหนึ่งแก้ว) two bowls of rice (ข้าวสองชาม)
1. หลักการเปลี่ยนเอกพจน์ (Singular) เป็นพหูพจน์ (Plural)
การเปลี่ยนคำนามเป็นพหูพจน์มีกฎพื้นฐานและข้อยกเว้น ดังนี้:
|
กฎการเปลี่ยน |
ตัวอย่าง |
|
เติม -s |
cat → cats, book → books, table → tables |
|
ลงท้าย s, x, z, ch, sh เติม -es |
box → boxes, class → classes, watch → watches |
|
ลงท้าย พยัญชนะ + y เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es |
baby → babies, city → cities, country → countries |
|
ลงท้าย f หรือ fe เปลี่ยนเป็น v แล้วเติม -es |
knife → knives, leaf → leaves, wolf → wolves |
|
ลงท้าย พยัญชนะ + o เติม -es |
tomato → tomatoes, potato → potatoes, hero → heroes |
|
คำที่ไม่เปลี่ยนรูป |
sheep → sheep, deer → deer, fish → fish |
|
คำที่เปลี่ยนรูปผิดปกติ |
man → men, woman → women, child → children, tooth → teeth |
คำนามเอกพจน์ พหูพจน์ ภาษาอังกฤษ (Singular-Plural)
2. เทคนิคการจัดการกับ Uncountable Nouns และคำยกเว้นที่พบบ่อย
เมื่อต้องการระบุจำนวนของคำนามนับไม่ได้ ต้องใช้หน่วยนับหรือ Container Words เข้าช่วย เช่น a piece of advice (คำแนะนำหนึ่งข้อ) a loaf of bread (ขนมปังหนึ่งก้อน) a cup of coffee (กาแฟหนึ่งถ้วย)
|
คำนามนับไม่ได้ |
หน่วยนับ |
ตัวอย่าง |
|
water |
glass, bottle, liter |
two bottles of water (น้ำสองขวด) |
|
paper |
sheet, piece |
three sheets of paper (กระดาษสามแผ่น) |
|
furniture |
piece |
a piece of furniture (เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง) |
|
luggage |
piece |
two pieces of luggage (กระเป๋าเดินทางสองใบ) |
|
information |
piece, bit |
some pieces of information (ข้อมูลบางส่วน) |
คำ noun มี อะไร บ้าง ที่เป็นข้อยกเว้น? คำเช่น news (ข่าว) ดูเหมือนพหูพจน์แต่เป็นเอกพจน์ ใช้กับ is ไม่ใช่ are เช่น The news is good. (ข่าวดี) คำอื่นๆ เช่น mathematics, physics, economics ก็เป็นเอกพจน์เช่นกัน
IV. หน้าที่และตำแหน่งของคำนาม
1. คำนามในฐานะประธาน (Subject) และกรรม (Object)
-
คำนามทำหน้าที่เป็นประธาน เมื่ออยู่ก่อนกริยา บอกว่าใครหรืออะไรเป็นผู้กระทำกริยา เช่น The dog barks loudly. (สุนัขเห่าเสียงดัง) คำว่า dog เป็นประธาน
-
คำนามทำหน้าที่เป็นกรรม เมื่ออยู่หลังกริยากรรม (Transitive Verb) บอกว่าถูกกระทำหรือได้รับผลจากการกระทำ เช่น She reads novels every night. (เธออ่านนิยายทุกคืน) คำว่า novels เป็นกรรม
ประโยค noun ตัวอย่าง:
|
ประโยค |
ประธาน (Subject) |
กรรม (Object) |
|
|
Tom eats pizza. (ทอมกินพิซซ่า) |
Tom |
eats |
pizza |
|
Students study grammar. (นักเรียนเรียนไวยากรณ์) |
Students |
study |
grammar |
|
The teacher explains the lesson. (ครูอธิบายบทเรียน) |
The teacher |
explains |
the lesson |
2. คำนามในฐานะส่วนเติมเต็ม (Complement) และคำเรียกขาน (Vocative)
-
Subject Complement คือคำนามที่อยู่หลังกริยา linking verbs (be, become, seem) ใช้อธิบายประธาน เช่น He is a doctor. (เขาเป็นหมอ) คำว่า doctor เป็นส่วนเติมเต็มประธาน
-
Object Complement คือคำนามที่ขยายหรืออธิบายกรรม เช่น They elected him president. (พวกเขาเลือกเขาเป็นประธาน) คำว่า president เป็นส่วนเติมเต็มกรรม
-
Vocative คือคำนามที่ใช้เรียกขานหรือแสดงว่ากำลังพูดกับใคร มักคั่นด้วยจุลภาค เช่น Maria, please come here. (มาเรีย มานี่หน่อย) Sarah, can you help me? (ซาร่าห์ ช่วยฉันหน่อยได้ไหม)
V. Noun Adjuncts และการประยุกต์ใช้คำนามทำหน้าที่ขยาย
Noun Adjuncts หรือ คำนาม นาม คือการใช้คำนามหนึ่งมาขยายคำนามอีกคำหนึ่ง โดยคำนามตัวแรกทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์ ใช้บ่อยมากในภาษาอังกฤษ เช่น coffee shop (ร้านกาแฟ) bus stop (ป้ายรถเมล์) computer screen (หน้าจอคอมพิวเตอร์)
สังเกตว่าคำนามตัวแรกจะอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ แม้ว่าความหมายจะเป็นพหูพจน์ก็ตาม เช่น shoe shop (ร้านขายรองเท้า) ไม่ใช่ shoes shop และ book store (ร้านหนังสือ) ไม่ใช่ books store
|
Noun Adjunct |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
police officer |
เจ้าหน้าที่ตำรวจ |
The police officer helped us. (เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเราไว้) |
|
kitchen table |
โต๊ะในครัว |
Put the dishes on the kitchen table. (วางจานบนโต๊ะครัว) |
|
mountain bike |
จักรยานเสือภูเขา |
He bought a new mountain bike. (เขาซื้อจักรยานเสือภูเขาใหม่) |
VI. การใช้ Determiners ร่วมกับคำนาม
1. Determiners (คำกำกับนาม) เป็นคำที่ใช้นำหน้าคำนามเพื่อระบุหรือชี้เฉพาะ ทำให้ประโยคมีความหมายชัดเจน ประกอบด้วย:
2. Articles: a, an, the
-
a/an ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ที่ไม่เจาะจง เช่น a book (หนังสือเล่มหนึ่ง) an apple (แอปเปิลลูกหนึ่ง)
-
the ใช้กับคำนามที่เจาะจงหรือทั้งสองฝ่ายรู้ว่าหมายถึงอะไร เช่น the sun (ดวงอาทิตย์) the book on the table (หนังสือบนโต๊ะ)
3. Demonstratives: this, that, these, those
-
this/these ใช้กับสิ่งที่อยู่ใกล้ เช่น this car (รถคันนี้) these books (หนังสือพวกนี้)
-
that/those ใช้กับสิ่งที่อยู่ไกล เช่น that house (บ้านหลังโน้น) those people (คนพวกโน้น)
4. Possessives: my, your, his, her, our, their
ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ เช่น my phone (โทรศัพท์ของฉัน) their children (ลูกของพวกเขา)
5. Quantifiers: some, any, many, much, few, little, all, both
ใช้บอกจำนวนหรือปริมาณ เช่น some water (น้ำบางส่วน) many students (นักเรียนหลายคน) much time (เวลามาก)
|
Determiner + Noun |
ตัวอย่างประโยค |
|
a teacher |
I need a teacher to help me. (ฉันต้องการครูมาช่วย) |
|
the answer |
Do you know the answer? (คุณรู้คำตอบไหม) |
|
this question |
This question is difficult. (คำถามนี้ยาก) |
|
my friend |
My friend lives in London. (เพื่อนฉันอยู่ลอนดอน) |
|
some coffee |
Would you like some coffee? (ต้องการกาแฟไหม) |
บทความแนะนำ:
VII. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำนาม (FAQ)
1. คำนามตัวนี้เป็นนับได้หรือนับไม่ได้กันแน่?
หลายคำสามารถเป็นได้ทั้งนับได้และนับไม่ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น:
-
chicken แปล ว่าไก่ (สัตว์) เป็นนับได้ three chickens (ไก่สามตัว) แต่หมายถึงเนื้อไก่เป็นนับไม่ได้ some chicken (เนื้อไก่บางส่วน)
-
paper หมายถึงกระดาษเป็นนับไม่ได้ some paper (กระดาษบางส่วน) แต่หมายถึงหนังสือพิมพ์หรือเอกสารเป็นนับได้ two papers (หนังสือพิมพ์สองฉบับ)
2. ระหว่าง Gerund กับ Noun ทั่วไป มีจุดสังเกตความแตกต่างอย่างไร?
-
Gerund คือรูป -ing ของกริยาที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เช่น swimming (การว่ายน้ำ) reading (การอ่าน) cooking (การทำอาหาร) Gerund สามารถรับกรรมได้ เช่น Reading books is my hobby. (การอ่านหนังสือคืองานอดิเรกของฉัน)
-
Noun ทั่วไป เป็นคำนามแท้ ไม่มาจากกริยา ไม่สามารถรับกรรมได้เหมือน Gerund เช่น book, water, teacher
3. คำนามกลุ่มคณะ (Collective Nouns) ต้องใช้กริยาเอกพจน์เสมอไปหรือไม่?
ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน Collective Nouns มักใช้กับกริยาเอกพจน์ เช่น The team is winning. (ทีมกำลังชนะ) แต่ในภาษาอังกฤษแบบบริติช สามารถใช้กริยาพหูพจน์ได้ถ้ามองว่าเป็นสมาชิกแต่ละคน เช่น The team are celebrating individually. (สมาชิกในทีมกำลังฉลองแต่ละคน)
4. เราสามารถจัดกลุ่มคำนามตามคำลงท้าย (Suffixes) ได้อย่างไรบ้าง?
การจำคำลงท้ายช่วยให้จำคำนามได้ง่ายขึ้น:
|
คำลงท้าย |
ความหมาย |
ตัวอย่าง |
|
-tion, -sion |
การกระทำหรือสภาวะ |
education, information, decision, confusion |
|
-ness |
คุณสมบัติหรือสภาพ |
kindness, happiness, darkness, sadness |
|
-ment |
ผลหรือการกระทำ |
development, agreement, government, payment |
|
-ity, -ty |
คุณภาพหรือสภาพ |
ability, reality, safety, beauty |
|
-er, -or |
ผู้กระทำ |
teacher, writer, actor, director |
|
-ist |
ผู้เชี่ยวชาญ |
scientist, artist, journalist, dentist |
|
-ship |
สถานะหรือความสัมพันธ์ |
friendship, leadership, membership, scholarship |
VIII. สรุป
คํานาม ภาษาอังกฤษ เป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสาร การเข้าใจประเภท หน้าที่ และการใช้งานของคำนามจะช่วยให้คุณสร้างประโยคได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ จำไว้ว่าคำนามมีหลายประเภท ได้แก่ Common และ Proper Nouns, Concrete และ Abstract Nouns, Countable และ Uncountable Nouns รวมถึง Collective Nouns แต่ละประเภทมีกฎการใช้งานที่แตกต่างกัน การฝึกฝนและใช้คำนามอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณเชี่ยวชาญและใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งขึ้น
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะด้านไวยากรณ์และคำศัพท์อย่างเป็นระบบเพื่อเตรียมสอบ IELTS PREP พร้อมช่วยคุณด้วยหลักสูตรที่ครอบคลุมทุกทักษะ ทั้ง Reading, Writing, Listening และ Speaking ผ่าน แผนตารางเรียน IELTS ออนไลน์ ที่ปรับให้เหมาะกับระดับของคุณ ด้วยระบบ AI Teacher Bee ที่ให้คำแนะนำและแก้ไขแบบเรียลไทม์ พร้อม Virtual Speaking Room และ Virtual Writing Room ที่ช่วยให้คุณฝึกฝนได้ทุกที่ทุกเวลา คอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ของ PREP English จะพาคุณไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นใจ เริ่มต้น ฝึก IELTS กับเราวันนี้!

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















