Verb คืออะไร? เจาะลึกความหมาย หน้าที่ และการใช้งานในที่เดียว
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมประโยคภาษาอังกฤษบางประโยคฟังแล้วไม่สมบูรณ์ แม้จะมีประธานครบถ้วน หรือทำไมบางครั้งใช้กริยาผิดรูปแบบจนทำให้ความหมายเพี้ยนไปจากที่ต้องการสื่อ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการไม่เข้าใจพื้นฐานของคำกริยาอย่างแท้จริง
verb คืออะไร เป็นคำถามสำคัญที่จะไขกุญแจความเข้าใจภาษาอังกฤษทั้งระบบ เพราะ verb คือ หัวใจหลักของทุกประโยคที่ทำให้การสื่อสารสมบูรณ์
ในภาษาอังกฤษ verb กริยา มีบทบาทมากกว่าแค่การบอกว่าประธาน "ทำอะไร" เพราะยังรวมถึงการแสดงสภาวะ ความรู้สึก และความเป็นอยู่ของประธานด้วย ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยที่กริยาไม่จำเป็นต้องผันรูปตามกาลเวลา คํากริยาคือ องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงได้หลากหลายรูปแบบตามบริบทของประโยค ตั้งแต่การเติม -s, -ed, -ing ไปจนถึงการเปลี่ยนรูปแบบอปกติที่ต้องท่องจำ
การทำความเข้าใจ verb คืออะไร มีกี่ประเภท จะช่วยให้คุณแยกแยะได้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ action verbs เมื่อไหร่ควรใช้ linking verbs หรือจะใช้ modal verbs อย่างไรให้ถูกต้อง verb ตัวอย่างประโยค ที่หลากหลายจะทำให้คุณเห็นภาพการใช้งานจริงได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประโยคปัจจุบัน อดีต หรืออนาคต การเข้าใจ คํากริยา อังกฤษ อย่างลึกซึ้งจึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน ทั้ง Speaking, Writing, Reading และ Listening
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ verb ตั้งแต่นิยามพื้นฐาน การจำแนกประเภทตามหน้าที่ การผันรูปตามกาลเวลา ไปจนถึง phrasal verbs และข้อสงสัยที่คนไทยมักพบบ่อย พร้อมตารางสรุปและตัวอย่างประโยคที่ใช้งานได้จริง มาเริ่มต้นทำความรู้จักกับคำกริยาอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับภาษาอังกฤษของคุณไปอีกขั้น
I. Verb คือ อะไร?
1. นิยามของ Verb
verb คือ คำกริยาที่ใช้แสดงการกระทำ สภาวะ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประโยค ซึ่งเชื่อมโยงประธานกับส่วนอื่นๆ ให้มีความหมายสมบูรณ์
คํากริยาคือ องค์ประกอบหลักที่บอกว่า:
-
ประธานทำอะไร
-
ประธานรู้สึกอย่างไร
-
ประธานอยู่ในสถานะใด
ตัวอย่างเช่น run (วิ่ง), think (คิด), become (กลายเป็น), exist (มีอยู่)
verb กริยา แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งาน การเรียนรู้ verb คืออะไร มีกี่ประเภท จะช่วยให้คุณสร้างประโยคที่มีโครงสร้างแข็งแรงและสื่อความหมายได้ชัดเจน
2. สองบทบาทหลักของ Verb
Action Verbs (กริยาแสดงอาการ)
กริยาที่แสดงการกระทำหรือพฤติกรรมที่ประธานทำออกมา ตอบคำถามว่า "ประธานทำอะไร"
ประเภทของ Action Verbs:
-
การกระทำที่มองเห็นได้: jump (กระโดด), write (เขียน), cook (ทำอาหาร)
-
การกระทำทางจิตใจ: think (คิด), believe (เชื่อ), imagine (จินตนาการ)
Stative Verbs (กริยาสภาวะ)
กริยาที่แสดงสภาวะ ความรู้สึก หรือความเป็นอยู่ของประธาน โดยไม่เน้นการกระทำ
คุณสมบัติสำคัญ:
-
ไม่ใช้ในรูป continuous tense (กาลต่อเนื่อง)
-
ตัวอย่าง: know (รู้), love (รัก), own (เป็นเจ้าของ), belong (เป็นของ)
verb ตัวอย่างประโยค:
-
She knows the answer. (เธอรู้คำตอบ) ✓
-
She is knowing the answer. ✗ (ไม่ถูกต้อง)
II. การจำแนกประเภท Verb ตามหน้าที่การใช้งาน
1. Main Verbs (กริยาหลัก) และ Helping Verbs (กริยาช่วย)
|
ประเภท |
คำอธิบาย |
ตัวอย่าง |
|
Main Verbs |
กริยาหลักที่แสดงความหมายสำคัญของประโยค สามารถใช้เพียงลำพังได้ |
He sleeps early. (เขานอนเช้า) |
|
Helping Verbs |
กริยาช่วยที่ใช้ร่วมกับ main verb เพื่อแสดงกาลเวลา ความเป็นไปได้ หรือความจำเป็น |
She is sleeping now. (เธอกำลังนอนอยู่ตอนนี้) |
Helping Verbs แบ่งเป็น 3 กลุ่ม:
-
Primary Auxiliaries: be, have, do
-
I am studying English. (ฉันกำลังเรียนภาษาอังกฤษ)
-
She has finished her homework. (เธอทำการบ้านเสร็จแล้ว)
-
-
Modal Auxiliaries: can, could, will, would, shall, should, may, might, must
-
You must submit the report today. (คุณต้องส่งรายงานวันนี้)
-
-
Semi-modals: ought to, used to, need to
-
We ought to help them. (เราควรช่วยพวกเขา)
-
สรุป Auxiliary Verb คืออะไรง่าย ๆ ใน 3 นาที
2. Finite Verbs (กริยาแท้) vs. Non-finite Verbs (กริยาไม่แท้)
Finite Verbs (กริยาแท้)
กริยาที่ผันรูปตามประธานและกาลเวลา ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักในประโยค
ลักษณะเด่น:
-
เปลี่ยนรูปตามประธาน (I go / He goes)
-
เปลี่ยนรูปตามกาล (walk / walked / will walk)
-
สามารถยืนได้เพียงลำพัง
Non-finite Verbs (กริยาไม่แท้)
กริยาที่ไม่ผันรูปตามประธานหรือกาลเวลา ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกริยาหลักได้เพียงลำพัง
|
รูปแบบ |
ตัวอย่าง |
การใช้งาน |
|
Infinitive (to + V1) |
to study, to read |
I want to study abroad. (ฉันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ) |
|
Gerund (V-ing) |
studying, reading |
Reading improves your knowledge. (การอ่านเพิ่มพูนความรู้ของคุณ) |
|
Participle (V-ing/V3) |
studying, studied |
The book written by him is popular. (หนังสือที่เขียนโดยเขาได้รับความนิยม) |
บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม:
III. การผันรูป Verb ตามกาลเวลา
1. รูปแบบของกริยา 3 ช่อง (V1, V2, V3) และความสำคัญ
กริยาในภาษาอังกฤษมี 3 รูปหลักที่ต้องท่องจำและเข้าใจการใช้งาน
|
ช่อง |
ชื่อ |
การใช้งาน |
ตัวอย่าง Regular |
ตัวอย่าง Irregular |
|
V1 |
Base Form |
ประโยคปัจจุบัน, infinitive |
work |
go |
|
V2 |
Past Simple |
ประโยคอดีต |
worked |
went |
|
V3 |
Past Participle |
perfect tenses, passive voice |
worked |
gone |
Regular Verbs (กริยาปกติ):
-
เติม -ed ที่ V1 เพื่อได้ V2 และ V3
-
ตัวอย่าง: work → worked → worked
Irregular Verbs (กริยาอปกติ):
-
เปลี่ยนรูปไม่ตามกฎ ต้องท่องจำ
-
ตัวอย่าง: go → went → gone, eat → ate → eaten, write → wrote → written
คํากริยา อังกฤษ ทั้ง 3 ช่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างประโยคทุกกาล
2. การเติม -ing (Present Participle) และการเติม -s/es ตามประธาน
การเติม -ing
ใช้ในกรณี:
-
Continuous tenses: She is working now. (เธอกำลังทำงานอยู่ตอนนี้)
-
Gerunds: Swimming is good for health. (การว่ายน้ำดีต่อสุขภาพ)
กฎการเติม -ing:
-
กริยาทั่วไป: play → playing, study → studying
-
ลงท้ายด้วย -e: make → making, write → writing
-
พยัญชนะตัวเดียว + สระสั้น: run → running, swim → swimming
การเติม -s/es
ใช้กับประธาน he, she, it ในกาล present simple
|
กฎ |
ตัวอย่าง |
|
กริยาทั่วไป เติม -s |
work → works, play → plays |
|
ลงท้าย -s, -ss, -sh, -ch, -x, -o เติม -es |
teach → teaches, go → goes |
|
ลงท้าย พยัญชนะ + y เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es |
study → studies, cry → cries |
|
ลงท้าย สระ + y เติม -s |
play → plays, buy → buys |
IV. Transitive และ Intransitive Verbs
1. หลักการใช้สกรรมกริยา (Transitive) และตัวอย่างประโยค
กริยาที่ต้องมีกรรม (object) เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ ตอบคำถาม "ทำอะไร" หรือ "ทำกับใคร"
โครงสร้าง: Subject + Transitive Verb + Object
|
คำกริยา |
ตัวอย่างประโยค |
|
eat |
She eats an apple every morning. (เธอกินแอปเปิ้ลทุกเช้า) |
|
buy |
He bought a new car yesterday. (เขาซื้อรถใหม่เมื่อวาน) |
|
read |
I read this book last week. (ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) |
|
make |
They make delicious cakes. (พวกเขาทำเค้กที่อร่อย) |
การทดสอบว่าเป็น transitive verb:
-
ลองถาม "ทำอะไร" หลังกริยา
-
หากต้องมีคำตอบ แสดงว่าเป็น transitive verb
2. หลักการใช้อกรรมกริยา (Intransitive)
Intransitive Verbs (อกรรมกริยา)
กริยาที่ไม่ต้องมีกรรม ประโยคสมบูรณ์ได้เพียงมีประธานและกริยา
โครงสร้าง: Subject + Intransitive Verb
|
ประเภท |
ตัวอย่าง |
ประโยค |
|
การเคลื่อนไหว |
arrive, go, come, run |
The train arrives at 8 PM. (รถไฟมาถึงเวลา 8 โมงเย็น) |
|
สภาวะ |
sleep, sit, stand, lie |
The baby sleeps soundly. (ทารกหลับสนิท) |
|
การเกิดขึ้น |
happen, occur, exist |
Accidents happen every day. (อุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน) |
ข้อแตกต่างที่ชัดเจน:
|
Transitive Verbs |
Intransitive Verbs |
|
ต้องมีกรรม |
ไม่ต้องมีกรรม |
|
She raised her hand. (เธอยกมือขึ้น) |
The sun rises in the east. (ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก) |
|
He laid the book on the table. (เขาวางหนังสือบนโต๊ะ) |
She lies on the bed. (เธอนอนบนเตียง) |
กริยาบางตัวใช้ได้ทั้ง 2 แบบ:
-
I opened the door. (ฉันเปิดประตู) - Transitive
-
The door opened slowly. (ประตูเปิดช้าๆ) - Intransitive
V. Linking Verbs
1. รายชื่อ Linking Verbs ที่พบบ่อย
Linking Verbs (กริยาเชื่อม) เป็นกริยาที่เชื่อมประธานกับคำที่ขยายหรืออธิบายประธาน ไม่ได้แสดงการกระทำ
กลุ่มหลักของ Linking Verbs:
|
กลุ่ม |
คำกริยา |
ตัวอย่างประโยค |
|
To be |
is, am, are, was, were, been |
She is a teacher. (เธอเป็นครู) |
|
ประสาทสัมผัส |
look, sound, smell, taste, feel |
The soup tastes delicious. (ซุปรสชาติอร่อย) |
|
การเปลี่ยนแปลง |
become, grow, turn, get |
He became a doctor. (เขากลายเป็นหมอ) |
|
สถานะ |
remain, stay, keep, seem, appear |
They remain silent. (พวกเขาเงียบอยู่) |
โครงสร้าง: Subject + Linking Verb + Complement (คำเติมเต็ม)
คำเติมเต็มสามารถเป็น:
-
คำคุณศัพท์: The coffee smells good. (กาแฟมีกลิ่นหอม)
-
คำนาม: He is my brother. (เขาเป็นพี่ชายของฉัน)
2. ข้อแตกต่างระหว่าง Linking Verb และ Action Verb
|
เกณฑ์ |
Linking Verb |
Action Verb |
|
หน้าที่ |
เชื่อมประธานกับคำขยาย |
แสดงการกระทำ |
|
คำตามหลัง |
คำคุณศัพท์หรือคำนาม |
กรรม (object) |
|
การทดสอบ |
แทนด้วย is/are ได้ |
แทนด้วย is/are ไม่ได้ |
วิธีทดสอบ Linking Verb:
ลองแทนกริยาด้วย is, am, are หากประโยคยังมีความหมาย แสดงว่าเป็น linking verb
ตัวอย่าง:
-
She looks tired. → She is tired. (ความหมายคล้ายกัน) - Linking Verb ✓
-
She looks at the picture. → She is at the picture. (ไม่มีความหมาย) - Action Verb
กริยาเดียวกันใช้ได้ทั้ง 2 แบบ:
|
Linking Verb |
Action Verb |
|
The cake smells sweet. (เค้กมีกลิ่นหวาน) |
She smells the flowers. (เธอดมกลิ่นดอกไม้) |
|
He looks happy. (เขาดูมีความสุข) |
He looks at the sky. (เขามองท้องฟ้า) |
|
The music sounds beautiful. (เสียงเพลงฟังดู) |
That sounds like a plan. (ฟังดูเหมือนเป็นแผนที่ดี) |
VI. Modal Verbs
1. การใช้ Can, Could, Will, Would, Shall, Should, May, Might, Must
Modal Verbs เป็นกริยาช่วยพิเศษที่ใช้แสดงความสามารถ ความเป็นไปได้ การอนุญาต ข้อแนะนำ หรือความจำเป็น
|
Modal |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
Can |
ความสามารถ, การอนุญาต |
I can speak three languages. (ฉันพูดได้สามภาษา) |
|
Could |
ความสามารถในอดีต, การขออนุญาตสุภาพ |
Could you help me, please? (คุณช่วยฉันได้ไหมคะ) |
|
Will |
อนาคต, ความมุ่งมั่น |
I will call you tomorrow. (ฉันจะโทรหาคุณพรุ่งนี้) |
|
Would |
อดีตของ will, การขอร้องสุภาพ |
Would you like some coffee? (คุณต้องการกาแฟไหม) |
|
Shall |
ข้อเสนอ, คำแนะนำ (ทางการ) |
Shall we start the meeting? (เราเริ่มประชุมกันไหม) |
|
Should |
ควรจะ, คำแนะนำ |
You should see a doctor. (คุณควรไปพบหมอ) |
|
May |
การอนุญาต, ความเป็นไปได้ |
You may leave now. (คุณออกไปได้แล้ว) |
|
Might |
ความเป็นไปได้ต่ำ |
It might rain tomorrow. (พรุ่งนี้อาจฝนตก) |
|
Must |
ความจำเป็น, ข้อบังคับ |
Students must wear uniforms. (นักเรียนต้องใส่ชุดนักเรียน) |
2. กฎเหล็กการใช้ Modal Verbs ที่ห้ามลืม
กฎสำคัญของ Modal Verbs:
-
ตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอ
-
I can swim. ✓
-
I can swimming. ✗
-
-
ไม่ผันรูปตามประธาน
-
He can play. ✓
-
He cans play. ✗
-
-
ไม่มี to นำหน้า
-
She must go. ✓
-
She must to go. ✗ (ยกเว้น ought to, have to)
-
-
ไม่ใช้กับ to infinitive
-
I want to can speak. ✗
-
I want to be able to speak. ✓
-
-
ทำประโยคปฏิเฐษและคำถามโดยไม่ต้องใช้ do/does/did
-
ปฏิเฐษ: You should not worry. (คุณไม่ควรกังวล)
-
คำถาม: Can you drive? (คุณขับรถเป็นไหม)
-
|
โครงสร้าง |
ตัวอย่าง |
|
ประโยคบอกเล่า |
Subject + Modal + V1 |
|
ประโยคปฏิเฐษ |
Subject + Modal + not + V1 |
|
ประโยคคำถาม |
Modal + Subject + V1 |
VII. Phrasal Verbs
1. โครงสร้าง Verb + Preposition/Adverb
Phrasal Verbs คือกริยาวลีที่ประกอบด้วยกริยาหลักตามด้วย preposition หรือ adverb ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีความหมายแตกต่างจากกริยาเดิม
โครงสร้างหลัก:
-
Verb + Adverb: give up (ยอมแพ้), break down (เสีย)
-
Verb + Preposition: look after (ดูแล), wait for (รอ)
-
Verb + Adverb + Preposition: look forward to (รอคอย), put up with (ทนต่อ)
ประเภทของ Phrasal Verbs:
|
ประเภท |
ลักษณะ |
ตัวอย่าง |
|
Separable |
แยกกริยากับ particle ได้ |
Turn off the light / Turn the light off. (ปิดไฟ) |
|
Inseparable |
ไม่สามารถแยกได้ |
Look after your sister. (ดูแลน้องสาวคุณ) |
|
Three-word |
มี 3 คำ ไม่สามารถแยกได้ |
I look forward to seeing you. (ฉันรอคอยที่จะพบคุณ) |
2. ตัวอย่าง Phrasal Verbs ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
|
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
|
wake up |
ตื่นนอน |
I wake up at 6 AM every day. (ฉันตื่นเวลา 6 โมงเช้าทุกวัน) |
|
get up |
ลุกขึ้น |
Please get up and help me. (ลุกขึ้นมาช่วยฉันหน่อย) |
|
turn on/off |
เปิด/ปิด |
Turn on the TV, please. (เปิดทีวีหน่อย) |
|
put on |
สวมใส่ |
She put on her jacket. (เธอสวมแจ็คเก็ต) |
|
take off |
ถอดออก |
He took off his shoes. (เขาถอดรองเท้า) |
|
look for |
มองหา |
I'm looking for my keys. (ฉันกำลังหากุญแจ) |
|
give up |
ยอมแพ้ |
Never give up your dreams. (อย่ายอมแพ้ความฝัน) |
|
come back |
กลับมา |
When will you come back? (คุณจะกลับมาเมื่อไหร่) |
|
go on |
ดำเนินต่อ |
Please go on with your story. (เล่าเรื่องต่อได้เลย) |
|
run out of |
ของหมด |
We ran out of milk. (นมหมดแล้ว) |
เคล็ดลับการจำ Phrasal Verbs:
-
เรียนรู้พร้อมบริบทและตัวอย่างประโยค
-
จัดกลุ่มตามกริยาหลักหรือตาม particle
-
ฝึกใช้ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ
บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม:
Bring Phrasal Verbs ใช้ยังไง? รวมตัวอย่างการใช้งาน
Stative Verbs กริยาบอกสภาวะ ไม่ใช่การกระทำ
VI. คำถามที่พบบ่อย
1. จริงหรือไม่ที่คำกริยาเป็นส่วนที่ซับซ้อนที่สุด?
คำกริยา อังกฤษไม่ใช่ส่วนที่ซับซ้อนที่สุด แต่เป็นส่วนที่หลากหลายและมีประโยชน์มากที่สุด คํากริยาภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง นั้นมีมาก แต่หากเข้าใจหลักการแล้วจะใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว
2. Phrasal Verbs: กริยาพิเศษที่ต้องจำ
ตัวอย่าง ประโยค verb ประเภท Phrasal Verbs ที่ใช้บ่อย:
|
Phrasal Verb |
ความหมาย |
ตัวอย่าง |
|
look up |
ค้นหา |
I look up new words in the dictionary. (ฉันค้นคำใหม่ในพจนานุกรม) |
|
give up |
ยอมแพ้ |
Don't give up on your dreams. (อย่ายอมแพ้ในความฝัน) |
|
turn on |
เปิด |
Please turn on the light. (กรุณาเปิดไฟ) |
|
put off |
เลื่อน |
We put off the meeting. (เราเลื่อนการประชุม) |
3. Active vs Passive Voice
Active Voice (ประธานเป็นผู้กระทำ):
-
Tom writes letters. (ทอมเขียนจดหมาย)
Passive Voice (ประธานถูกกระทำ):
-
Letters are written by Tom. (จดหมายถูกเขียนโดยทอม)
สูตร Passive Voice: Object + be + V3 + (by Subject)
VII. แบบฝึกหัดเสริมทักษะการใช้คำกริยา
แบบฝึกหัดที่ 1: ระบุประเภทของคำกริยา
คำแนะนำ: อ่านประโยคและระบุว่าคำกริยาที่ขีดเส้นใต้เป็นประเภทใด (Action/Linking/Auxiliary)
-
She looks beautiful in that dress.
-
They are studying for the exam.
-
I eat breakfast at 7 AM.
-
The coffee smells good.
-
We have finished our work.
เฉลย:
-
Linking Verb (ดูสวย)
-
Auxiliary Verb (กำลังเรียน)
-
Action Verb (กิน)
-
Linking Verb (หอม)
-
Auxiliary Verb (ทำเสร็จแล้ว)
แบบฝึกหัดที่ 2: เลือกรูปกริยาที่ถูกต้อง
คำแนะนำ: เลือกรูปกริยาที่ถูกต้องตามบริบทประโยค
-
Yesterday, I (go/went/gone) to the market.
-
She has (write/wrote/written) three books.
-
They (is/are/am) playing football now.
-
He usually (wake/wakes/woke) up at 6 AM.
-
We will (meet/met/meeting) you tomorrow.
เฉลย:
-
went (Past Simple)
-
written (Present Perfect)
-
are (Present Continuous)
-
wakes (Present Simple, ประธาน He)
-
meet (Future Simple)
แบบฝึกหัดที่ 3: แก้ไขข้อผิดพลาดเรื่อง Subject-Verb Agreement
คำแนะนำ: หาและแก้ไขข้อผิดพลาดในประโยคต่อไปนี้
-
The students is studying hard.
-
My friend and I likes ice cream.
-
Each of the boys have a bicycle.
-
The news are on TV at 6 PM.
-
Mathematics are my favorite subject.
เฉลย:
-
The students are studying hard.
-
My friend and I like ice cream.
-
Each of the boys has a bicycle.
-
The news is on TV at 6 PM.
-
Mathematics is my favorite subject.
แบบฝึกหัดที่ 4: เปลี่ยน Active เป็น Passive Voice
คำแนะนำ: เปลี่ยนประโยค Active Voice เป็น Passive Voice
-
The teacher explains the lesson.
-
Students write essays every week.
-
The chef prepared delicious food.
-
People speak English worldwide.
-
The company will launch a new product.
เฉลย:
-
The lesson is explained by the teacher.
-
Essays are written by students every week.
-
Delicious food was prepared by the chef.
-
English is spoken worldwide.
-
A new product will be launched by the company.
Verb คืออะไร เป็นคำถามพื้นฐานที่นำไปสู่ความเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างถ่องแท้ คำกริยาเป็นหัวใจของประโยคที่ทำให้การสื่อสารสมบูรณ์ ตั้งแต่การแสดงการกระทำ สภาวะ ไปจนถึงความรู้สึกของประธาน
การเรียนรู้ verb คืออะไร มีกี่ประเภท ช่วยให้คุณสร้างประโยคที่ถูกต้องทั้งโครงสร้างและความหมาย ไม่ว่าจะเป็น action verbs ที่แสดงการกระทำ stative verbs ที่แสดงสภาวะ linking verbs ที่เชื่อมประธานกับคำขยาย modal verbs ที่แสดงความสามารถหรือความจำเป็น หรือ phrasal verbs ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน
การผันรูป verb ตามกาล การแยกแยะ transitive และ intransitive verbs รวมถึงการเข้าใจ finite และ non-finite verbs จะช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมชาติ
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะเพื่อเตรียมสอบ IELTS PREP Edu มีหลักสูตรที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยให้คุณเชี่ยวชาญทั้งไวยากรณ์และการใช้งานจริง ด้วย คอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ที่มีเทคโนโลยี AI Teacher Bee คอยสนับสนุน คุณจะได้รับ feedback แบบ real-time และแผนการเรียนที่ปรับให้เหมาะกับระดับของคุณโดยเฉพาะ ระบบ Virtual Speaking Room และ Virtual Writing Room จะช่วยให้คุณฝึกฝนทักษะได้อย่างเข้มข้น พร้อมรับการแก้ไขและคำแนะนำที่ชัดเจน เรียน IELTS กับ PREP วันนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายคะแนนที่คุณต้องการ

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















