แยก Transitive and Intransitive ให้ชัด ใช้ให้ถูก!

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางกริยาภาษาอังกฤษต้องมีกรรมตาม แต่บางกริยาไม่ต้องมี? ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณสร้างประโยคได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ การรู้จักแยกประเภทกริยาเป็น Transitive (กริยาที่ต้องมีกรรม) และ Intransitive (กริยาที่ไม่ต้องมีกรรม) จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อย

Transitive and intransitive verbs เป็นการจำแนกกริยาตามการใช้กรรมรองรับ การเรียนรู้ transitive and intransitive verbs, transitive verb คือ, transitive verb, transitive intransitive verbs, intransitive verb list, transitive verb ประโยค, transitive vs intransitive phrasal verbs, transitive intransitive linking verbs และ transitive and intransitive verbs examples จะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างประโยคอย่างลึกซึ้ง

ความแตกต่างระหว่าง transitive and intransitive verbs ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เมื่อคุณเข้าใจหลักการพื้นฐานว่ากริยาไหนต้องการกรรมเพื่อให้ความหมายสมบูรณ์ และกริยาไหนสามารถยืนเพียงลำพังได้ คุณจะสามารถสร้างประโยคที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทักษะนี้สำคัญอย่างยิ่งในการทำคะแนน IELTS Writing ที่ต้องการความแม่นยำทางไวยากรณ์

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ transitive and intransitive verbs อย่างละเอียด พร้อมตัวอย่าง กฎการใช้ และเทคนิคการแยกแยะ

มาเริ่มต้นเรียนรู้การแยก transitive and intransitive verbs ให้ชัดเจนและใช้ให้ถูกต้องกันเลย!

Transitive and Intransitive Verbs ความแตกต่างและตัวอย่างการใช้งาน
Transitive and Intransitive Verbs ความแตกต่างและตัวอย่างการใช้งาน

I. Transitive and Intransitive Verbs คืออะไร?

Transitive and intransitive verbs ความหมายพื้นฐาน:

1. Transitive Verb คือ

Transitive verb คือกริยาที่ต้องมีกรรมรองรับ:

ลักษณะสำคัญ:

  • ต้องมีกรรม (Object) เพื่อให้ความหมายสมบูรณ์

  • ตอบคำถาม "ทำอะไร" หรือ "ใคร/อะไร"

  • โครงสร้าง: Subject + Transitive Verb + Object

ตัวอย่าง:

  • She reads a book. (เธออ่านหนังสือ)

    • reads = กริยา

    • a book = กรรม

  • He bought a car. (เขาซื้อรถ)

    • bought = กริยา

    • a car = กรรม

Transitive and Intransitive Verbs ความแตกต่างและตัวอย่างการใช้งาน
Transitive Verb และ Intransitive Verb

2. Intransitive Verb คือ

Intransitive verb กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมรองรับ:

ลักษณะสำคัญ:

  • ไม่ต้องมีกรรม ความหมายก็สมบูรณ์แล้ว

  • มักบอกถึงการกระทำหรือสถานะของประธาน

  • โครงสร้าง: Subject + Intransitive Verb

ตัวอย่าง:

  • She sleeps. (เธอนอน)

    • sleeps = กริยา

    • ไม่มีกรรม

  • The baby cried. (ทารกร้องไห้)

    • cried = กริยา

    • ไม่มีกรรม

ตารางเปรียบเทียบ

ลักษณะ

Transitive Verb

Intransitive Verb

กรรม

ต้องมี

ไม่ต้องมี

โครงสร้าง

S + V + O

S + V

คำถาม

ทำอะไร/ใคร

-

ตัวอย่าง

I eat rice.

I sleep.

II. Transitive Verb - กริยาที่ต้องมีกรรม

Transitive verb รายละเอียดและตัวอย่าง:

1. กริยา Transitive ที่ใช้บ่อย

Transitive Verb

ความหมาย

Transitive Verb ประโยค

eat

กิน

I eat breakfast.

drink

ดื่ม

She drinks coffee.

read

อ่าน

He reads books.

write

เขียน

They write letters.

buy

ซื้อ

We bought a house.

sell

ขาย

She sells flowers.

make

ทำ

He makes furniture.

take

เอา

Take this.

bring

นำมา

Bring your book.

send

ส่ง

I sent an email.

2. ประเภทของ Transitive Verb

1. Direct Object (กรรมตรง):

S + V + Direct Object

  • I love you. (ฉันรักคุณ)

  • She teaches English. (เธอสอนภาษาอังกฤษ)

2. Indirect Object + Direct Object (กรรมรอง + กรรมตรง):

S + V + Indirect Object + Direct Object

  • I gave him a gift. (ฉันให้ของขวัญเขา)

  • She taught me French. (เธอสอนภาษาฝรั่งเศสฉัน)

III. Intransitive Verb - กริยาที่ไม่ต้องมีกรรม

Intransitive verb list - กริยาที่ใช้บ่อย:

1. กริยา Intransitive ทั่วไป

Intransitive Verb

ความหมาย

ตัวอย่างประโยค

sleep

นอน

The baby sleeps.

cry

ร้องไห้

She cried.

laugh

หัวเราะ

They laughed.

smile

ยิ้ม

He smiled.

arrive

มาถึง

We arrived.

die

ตาย

The plant died.

live

อยู่

I live in Bangkok.

work

ทำงาน

She works hard.

run

วิ่ง

He runs fast.

walk

เดิน

They walk slowly.

2. Intransitive Verb + Adverb/Prepositional Phrase

กริยา Intransitive สามารถตามด้วย:

1. Adverb (คำกริยาวิเศษณ์):

  • She sleeps peacefully. (เธอนอนอย่างสงบ)

  • He runs quickly. (เขาวิ่งเร็ว)

2. Prepositional Phrase (วลีบุพบท):

  • I live in Thailand. (ฉันอยู่ในประเทศไทย)

  • She arrived at 8 AM. (เธอมาถึงเวลา 8 โมงเช้า)

หมายเหตุ: แม้มีคำตาม แต่ไม่ใช่กรรม เป็นส่วนขยายเท่านั้น

 

IV. กริยาที่เป็นได้ทั้ง Transitive และ Intransitive (Ambitransitive Verbs)

Transitive and intransitive verbs บางคำสามารถใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ความหมายอาจแตกต่าง

Transitive and Intransitive Verbs ความแตกต่างและตัวอย่างการใช้งาน
Verbs ที่เป็นได้ทั้ง Transitive และ Intransitive (Ambitransitive Verbs)

กริยา

Transitive (มีกรรม)

Intransitive (ไม่มีกรรม)

Sing

She sings songs. 

(เธอร้องเพลง)

She sings beautifully. 

(เธอร้องเพลงเพราะมาก)

Run

He runs a company. 

(เขาบริหารบริษัท)

He runs every morning. 

(เขาวิ่งทุกเช้า)

Drive

I drive a car. 

(ฉันขับรถยนต์)

I drive carefully. 

(ฉันขับรถอย่างระมัดระวัง)

Cook

Mom cooks dinner. 

(แม่ทำอาหารเย็น)

Mom cooks well. 

(แม่ทำอาหารเก่ง)

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ ความหมายของกริยาอาจเปลี่ยนไปตามการใช้งาน เช่น run ในความหมาย "วิ่ง" เป็น intransitive แต่ในความหมาย "บริหาร" เป็น transitive

V. Transitive vs Intransitive Phrasal Verbs

Phrasal verbs หรือกริยาวลีเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจในเรื่อง transitive vs intransitive phrasal verbs เนื่องจากการเพิ่มคำบุพบทหรือ adverb เข้าไปอาจเปลี่ยนลักษณะของกริยาได้

Transitive vs intransitive phrasal verbs (phrasal verbs ที่เป็น transitive และ intransitive)

1. Transitive Phrasal Verbs

  • Pick up - He picked up the phone. (เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา)

  • Turn off - Please turn off the lights. (กรุณาปิดไฟด้วย)

  • Look after - She looks after her younger brother. (เธอดูแลน้องชายของเธอ)

บทความที่แนะนำ: รวม Phrasal Verbs Turn ที่เจอบ่อย

2. Intransitive Phrasal Verbs

  • Break down - The car broke down. (รถเสียเฉยๆ)

  • Show up - He didn't show up yesterday. (เขาไม่มาเมื่อวานนี้)

  • Get up - I get up early. (ฉันตื่นเช้า)

บทความที่แนะนำ: รวม Phrasal Verbs Break ที่ใช้บ่อย

VI. Transitive Intransitive Linking Verbs

Transitive intransitive linking verbs - Linking verbs เป็นประเภทพิเศษ

Linking verbs ไม่ใช่ transitive หรือ intransitive แบบปกติ เพราะตามด้วย complement ไม่ใช่ object

โครงสร้าง: Subject + Linking Verb + Complement (คำคุณศัพท์หรือคำนาม)

ประเภท

ตัวอย่าง

คำอธิบาย

Transitive

He reads books.

"books" เป็น direct object

Linking (Intransitive)

He is tall.

"tall" เป็น complement ไม่ใช่ object

Linking (Intransitive)

She became a doctor.

"a doctor" เป็น complement

บทความที่แนะนำ:

สรุป Auxiliary Verb คืออะไรง่าย ๆ ใน 3 นาที

Stative Verbs กริยาบอกสภาวะ

Modal Verb คืออะไร เข้าใจง่าย ใช้เป็นทันที

VII. คำถามที่พบบ่อย

1. ประโยคทุกประโยคจำเป็นต้องมีกรรม (Object) ใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ ประโยคที่ใช้ intransitive verb ไม่ต้องการ object เลย ความเข้าใจผิดนี้เกิดจากการคิดว่าประโยคทุกประโยคต้องมีโครงสร้าง Subject + Verb + Object แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประโยคที่มีแค่ Subject + Verb ก็สามารถสมบูรณ์ได้

2. Direct Object และ Indirect Object เกี่ยวข้องกับ Transitive Verb อย่างไร?

Transitive verb สามารถมี direct object เพียงอย่างเดียว หรือมีทั้ง direct และ indirect object ก็ได้ เช่น:

  • Direct Object เพียงอย่างเดียว: She bought a book. (เธอซื้อหนังสือ)

  • ทั้ง Indirect และ Direct Object: She bought him a book. (เธอซื้อหนังสือให้เขา)

3. นอกจาก Transitive และ Intransitive verb แล้ว ยังมี Verb ประเภทอื่นอีกไหมที่ควรรู้?

มี อีกหลายประเภท:

  • Linking Verbs - เชื่อมประธานกับ complement

  • Auxiliary Verbs - กริยาช่วย เช่น be, have, do

  • Modal Verbs - กริยาช่วยแสดงความเป็นไปได้ เช่น can, must, should

4. ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง Transitive Verb และ Linking Verb คืออะไร?

ความแตกต่างหลักคือสิ่งที่ตามหลังกริยา:

  • Transitive Verb + Object (รับการกระทำ)

  • Linking Verb + Complement (อธิบายประธาน)

ตัวอย่าง transitive and intransitive verbs examples:

  • Transitive: He ate an apple. (เขากินแอปเปิ้ล) - apple รับการกระทำ

  • Linking: He is hungry. (เขาหิว) - hungry อธิบายสภาพของเขา

บทสรุปนี้หวังว่าจะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่างกริยาที่เป็น transitive และ intransitive ได้อย่างชัดเจน และรู้ว่าเมื่อใดควรใช้โครงสร้างที่มีกรรมโดยตรงและเมื่อใดไม่ควรใช้ เพื่อให้การเขียนหรือพูดภาษาอังกฤษของคุณถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมสอบ IELTS และอยากพัฒนาทักษะไวยากรณ์อย่างจริงจัง PREP Education มีคอร์ส IELTS ออนไลน์ ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพ ประกอบด้วยบทเรียนไวยากรณ์ คำศัพท์ เทคนิคการทำข้อสอบ และแบบฝึกหัดที่หลากหลาย PREP ช่วยวางแผนตารางเรียน ielts ให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ ทำให้คุณสามารถฝึกฝนทั้งภาษาอังกฤษทั่วไปและเตรียมตัวสอบ IELTS ออนไลน์ได้อย่างครบวงจร พร้อมให้คุณมั่นใจในทุกข้อสอบที่กำลังจะมาถึง

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect