หน้าที่ ความหมาย Object และตัวอย่างเข้าใจง่าย

"I gave he a book" vs "I gave him a book" - ประโยคไหนถูก? "She sent a letter me" หรือ "She sent me a letter"? Object หรือกรรม เป็นส่วนสำคัญที่หลายคนใช้ผิด ทั้งการเลือก pronoun และการวางตำแหน่ง การเข้าใจobject คือ อะไรและวิธีการใช้งานอย่างถูกต้องจะช่วยให้ประโยคของคุณสมบูรณ์และเป็นไวยากรณ์

บทความนี้จะอธิบาย object object คือ object กรรม direct object indirect object direct and indirect object กรรม ตรง กรรม รอง และ object of verb คือ อย่างครอบคลุม Object หรือกรรม เป็นคำนามหรือสรรพนามที่รับการกระทำจากกริยา แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ direct object (กรรมตรง) ที่รับการกระทำโดยตรง และ indirect object (กรรมรอง) ที่รับผลทางอ้อม ความสับสนหลักคือการระบุว่าคำไหนเป็น object ประเภทไหน และการวางตำแหน่งอย่างถูกต้อง

Direct and indirect object มักปรากฏในประโยคเดียวกัน เช่น "I gave him a book" (him = indirect object, a book = direct object) หรือสามารถเขียนเป็น "I gave a book to him" ได้ การเลือกใช้โครงสร้างให้ถูกต้องและรู้ว่ากริยาไหนใช้ "to" หรือ "for" เป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้ เมื่อ object เป็นสรรพนาม ต้องใช้ object pronouns (me, him, her, us, them) ไม่ใช่ subject pronouns ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการใช้ "I" แทน "me" หรือ "he" แทน "him" ในกรรม ของ we และอื่นๆ ในการสอบ IELTS การใช้ object อย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มคะแนน Grammatical Range and Accuracy คุณจะได้เรียนรู้ความหมายของ object ประเภท direct และ indirect object วิธีระบุและวางตำแหน่ง object pronouns กริยาที่ใช้ to/for ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง และ direct and indirect object test มาเริ่มทำความเข้าใจ object อย่างเป็นระบบที่จะทำให้การสร้างประโยคภาษาอังกฤษของคุณถูกต้องและสมบูรณ์มากขึ้นกันเลย

Object คืออะไร? มีกี่ประเภท พร้อมตัวอย่าง
Object คืออะไร? มีกี่ประเภท พร้อมตัวอย่าง

I. Object (กรรม) คืออะไร?

Object คือ (object of verb คือ) คำนามหรือสรรพนามที่รับการกระทำจากกริยา ทำหน้าที่เป็นกรรม ในประโยค

โครงสร้างพื้นฐาน: Subject + Verb + Object

ตัวอย่าง:

  • I eat an apple. (ฉันกินแอปเปิล - แอปเปิลเป็นกรรม)
  • She reads a book. (เธออ่านหนังสือ - หนังสือเป็นกรรม)
  • He loves her. (เขารักเธอ - เธอเป็นกรรม)
  • They bought a car. (พวกเขาซื้อรถ - รถเป็นกรรม)
Object คืออะไร? มีกี่ประเภท พร้อมตัวอย่าง
Object (กรรม) คืออะไร?

II. ประเภทของ Object

Object แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

1. กรรมตรง (Direct Object - DO)

Direct object คือกรรม ที่รับการกระทำจากกริยาโดยตรง ตอบคำถาม "What?" (อะไร) หรือ "Whom?" (ใคร)

เทคนิคลับในการหา: ถามว่า "กริยา + อะไร/ใคร? (Verb + what/whom?)"

คำศัพท์ (IPA)

ความหมาย

ตัวอย่างประโยค

eat 

/iːt/

กิน

She eats apples every day. 

(เธอกินแอปเปิ้ลทุกวัน)

read 

/riːd/

อ่าน

They read novels at night. 

(พวกเขาอ่านนิยายตอนกลางคืน)

write 

/raɪt/

เขียน

He writes letters to his mother. 

(เขาเขียนจดหมายถึงแม่)

ตัวอย่างประโยคที่แสดง direct object ชัดเจน:

  • I bought a new car yesterday. (ฉันซื้อรถใหม่เมื่อวาน) - car คือ direct object

  • The teacher explains grammar rules clearly. (ครูอธิบายกฎไวยากรณ์อย่างชัดเจน) - grammar rules คือ direct object

  • We watched movies all weekend. (เราดูหนังทั้งวีกเอนด์) - movies คือ direct object

Object คืออะไร? มีกี่ประเภท พร้อมตัวอย่าง
กรรมตรง (Direct Object - DO)

2. กรรมรอง (Indirect Object - IO)

Indirect object คือกรรม ที่รับผลจากการกระทำทางอ้อม มักเป็นผู้รับ (receiver) ตอบคำถาม "To whom?" (ให้ใคร) หรือ "For whom?" (เพื่อใคร)

เทคนิคลับในการหา: ถามว่า "กริยา + ให้ใคร/เพื่อใคร? (Verb + to whom/for whom?)"

ตัวอย่างประโยคที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง indirect object และ direct object:

  • Direct and indirect object ในประโยคเดียวกัน:

    • My mother gave me money (แม่ให้เงินฉัน) - me คือ indirect object, money คือ direct object

    • The company sent employees new equipment (บริษัทส่งอุปกรณ์ใหม่ให้พนักงาน) - employees คือ indirect object

  • Indirect object จะมาก่อน direct object เสมอในรูปแบบนี้:

    • She told him the truth (เธอบอกความจริงให้เขา) - him คือ indirect object, the truth คือ direct object

III. วิธีระบุ Direct และ Indirect Object

1. หากริยา (V) ตัวอย่าง: I gave him a book.

  • กริยา: gave

2. ถามคำถาม "What?" หรือ "Whom?"

  • What did I give? → a book (Direct Object)

3. ถามคำถาม "To whom?" หรือ "For whom?"

  • To whom did I give a book? → him (Indirect Object)

ตัวอย่างการระบุ

ประโยค: She sent me an email.

  1. กริยา: sent
  2. What did she send? → an email (Direct Object)
  3. To whom did she send an email? → me (Indirect Object)

ประโยค: He bought her flowers.

  1. กริยา: bought
  2. What did he buy? → flowers (Direct Object)
  3. For whom did he buy flowers? → her (Indirect Object)
 

IV. Object ในประโยคซับซ้อน

1. Object of Preposition (กรรมของบุพบท)

Object of verb คือ กรรมที่ตามหลังกริยาโดยตรง แต่ object of preposition คือกรรมที่ตามหลังบุพบท ไม่เกี่ยวข้องกับกริยาโดยตรง

ตัวอย่าง object of preposition:

  • I talked to him about work. (ฉันคุยกับเขาเรื่องงาน) - him คือ object of preposition "to"

  • She put the book on the table. (เธอวางหนังสือบนโต๊ะ) - the table คือ object of preposition "on"

  • We walked through the park. (เราเดินผ่านสวน) - the park คือ object of preposition "through"

Object คืออะไร? มีกี่ประเภท พร้อมตัวอย่าง
Object of Preposition (กรรมของบุพบท)

2. Object vs. Subject Complement

Object และ Subject Complement มีบทบาทต่างกัน โดย Subject Complement จะอธิบายลักษณะของประธาน ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ

ประเภท

โครงสร้าง

ตัวอย่าง

อธิบาย

Object

Subject + Verb + Object

I eat rice. 

(ฉันกินข้าว)

rice ถูกกิน

Subject Complement

Subject + Linking Verb + Complement

She is a doctor. 

(เธอเป็นหมอ)

doctor อธิบายว่า she คือใคร

3. Object ที่เป็น Clause

Object สามารถเป็น clause ได้:

ตัวอย่าง:

  • I know that he is busy. (ฉันรู้ว่าเขายุ่ง)
  • She said that she would come. (เธอบอกว่าจะมา)
  • They believe that it's true. (พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นความจริง)

4. Object ที่เป็น Infinitive

ตัวอย่าง:

  • I want to go home. (ฉันอยากกลับบ้าน)
  • She needs to study. (เธอต้องเรียน)
  • They decided to stay. (พวกเขาตัดสินใจอยู่)

5. Object ที่เป็น Gerund

ตัวอย่าง:

  • I enjoy reading. (ฉันสนุกกับการอ่าน)
  • She loves cooking. (เธอรักการทำอาหาร)
  • They hate waiting. (พวกเขาเกลียดการรอ)

บทความแนะนำอ่านต่อ:

V. คำถามเจาะลึกเกี่ยวกับ Object ที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. กรรมตรงและกรรมรองจำเป็นต้องมีในทุกประโยคหรือไม่?

ไม่จำเป็น กริยาบางตัวเป็น intransitive verb ที่ไม่ต้องการ object เลย เช่น:

  • กริยาที่ไม่ต้องการ object:

    • She sleeps peacefully (เธอหลับสบาย)

    • The sun rises every morning (ดวงอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า)

    • Children laugh happily (เด็กๆ หัวเราะอย่างมีความสุข)

2. "Object of Verb" คืออะไร และมีความหมายเหมือนกับ Direct Object หรือไม่?

Object of verb คือ กรรมที่รับการกระทำจากกริยาโดยตรง ซึ่งหมายความเหมือนกับ direct object ทุกประการ เป็นเพียงชื่อเรียกที่แตกต่างกันเท่านั้น

3. คำกริยาประเภทไหนที่ไม่ต้องการกรรม (Intransitive Verbs)?

กริยาที่แสดงสถานะ การเคลื่อนไหว หรือการกระทำที่ไม่ส่งผลต่อสิ่งอื่น:

ประเภทกริยา

ตัวอย่าง

ประโยค

การเคลื่อนไหว

go, come, run

He runs every morning. 

(เขาวิ่งทุกเช้า)

สถานะ

exist, happen, occur

Accidents happen daily. 

(อุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน)

การแสดงออก

smile, cry, laugh

She smiles beautifully. 

(เธอยิ้มสวย)

4. Direct Object กับ Object of Preposition มีความสัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไร?

Direct and indirect object ทำงานร่วมกับกริยาโดยตรง ขณะที่ object of preposition ทำงานกับบุพบท การทำ direct and indirect object test สามารถทำได้โดยลองถามคำถาม what/whom และ to whom/for whom

Object หรือกรรม เป็นส่วนสำคัญของประโยคที่รับการกระทำจากกริยา แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ direct object (กรรมตรง) ที่รับการกระทำโดยตรง และ indirect object (กรรมรอง) ที่รับผลจากการกระทำทางอ้อม การเข้าใจ direct and indirect object จะช่วยให้คุณสร้างประโยคได้ถูกต้องและสมบูรณ์

โครงสร้างประโยคที่มี direct and indirect object มี 2 แบบ คือ S + V + Indirect Object + Direct Object และ S + V + Direct Object + to/for + Indirect Object กริยาบางตัวใช้ "to" เช่น give, send, tell ส่วนบางตัวใช้ "for" เช่น buy, make, cook การเลือกใช้ให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อ object เป็นสรรพนาม ต้องใช้ object pronouns (me, you, him, her, it, us, them) ไม่ใช่ subject pronouns ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการใช้ subject pronoun แทน object pronoun การวางตำแหน่ง object ผิด และการสับสนระหว่าง "to" กับ "for" นอกจากนี้ object ยังสามารถเป็น clause, infinitive หรือ gerund ได้ในประโยคที่ซับซ้อนขึ้น การฝึกฝนการระบุและใช้ object อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในการสอบ IELTS ที่ต้องการความแม่นยำทางไวยากรณ์

สร้างรากฐานไวยากรณ์ที่แข็งแกร่งกับ PREP ความเข้าใจโครงสร้างประโยคและส่วนประกอบต่างๆ อย่าง object เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณสร้างประโยคที่ถูกต้องและซับซ้อนขึ้นได้ PREP Edu เข้าใจดีว่าไวยากรณ์เป็นหัวใจสำคัญของการทำคะแนน IELTS ให้ได้สูง จึงออกแบบคอร์ส IELTS ออนไลน์ ที่สอนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูงอย่างเป็นระบบ ด้วย Virtual Writing Room ที่วิเคราะห์โครงสร้างประโยคและให้คำแนะนำแบบเจาะลึก พร้อม Virtual Speaking Room ที่ช่วยฝึกการใช้ภาษาอย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี Teacher Bee AI ที่คอยตอบคำถามและอธิบายจุดที่สงสัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง มาพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างครบวงจรและมั่นใจในการสอบกับเตรียมสอบ IELTS ออนไลน์ ที่ PREP วันนี้

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

บทความที่เกี่ยวข้องบทความที่เกี่ยวข้อง

Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect