กริยา 3 ช่อง ภาษาอังกฤษ พร้อมตัวอย่างใช้จริง
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง "เมื่อวานฉันไปตลาด ซื้อผลไม้ และกลับบ้าน" ในภาษาอังกฤษ คุณจะพูดว่า "Yesterday I went to the market, bought some fruits, and came back home" สังเกตไหมว่ากริยาทั้งหมดเปลี่ยนรูปไป? นี่คือความสำคัญของ กริยา 3 ช่อง ที่จะทำให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
กริยา 3 ช่อง เป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่สุดของภาษาอังกฤษ หากเปรียบภาษาเป็นบ้าน การผันกริยา ภาษาอังกฤษ ก็เหมือนเสาเข็มที่ค้ำจุนทั้งหลัง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ Tenses ต่างๆ เช่น Present Perfect, Past Perfect, Passive Voice การรู้ verb 1 2 3 จะช่วยให้คุณสร้างประโยคได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ กริยา 3 ช่อง อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย วิธีการใช้ในแต่ละ Tense ความแตกต่างระหว่าง Regular และ Irregular Verbs ไปจนถึงตารางสรุป ผันกริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อยที่สุด พร้อมเทคนิคการจำที่ได้ผลจริง มาเริ่มต้นพิชิต กริยา 3 ช่อง กันเลย!

Key Takeaways
- กริยา 3 ช่อง คือ รูปแบบการผันกริยาภาษาอังกฤษ 3 รูป ได้แก่ Infinitive (V1), Past Simple (V2), และ Past Participle (V3)
- Verb 1 ใช้กับ Present Simple, Present Continuous, Future Simple และหลัง modal verbs
- Verb 2 ใช้กับ Past Simple เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงในอดีต
- Verb 1 2 3 แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ Regular Verbs (เติม -ed) และ Irregular Verbs (ผันไม่ตามกฎ)
- การผันกริยา ภาษาอังกฤษ เป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ Tenses ทั้ง 12 แบบอย่างถูกต้อง
- ผันกริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อยมีประมาณ 200 คำ การท่องจำผ่านการจัดกลุ่มและใช้งานจริงจะช่วยให้จำได้นานขึ้น
I. กริยา 3 ช่องคืออะไร?
กริยา 3 ช่อง หมายถึง การผันรูปของกริยาภาษาอังกฤษออกเป็น 3 รูปแบบหลัก:
-
Verb 1 (V1) - Infinitive/Base Form: รูปพื้นฐานของกริยา
-
Verb 2 (V2) - Past Simple: รูปอดีตกาล
-
Verb 3 (V3) - Past Participle: รูป Past Participle (กริยาช่อง 3)
หน้าที่ของแต่ละช่อง
|
ช่อง |
ชื่อ |
หน้าที่หลัก |
ตัวอย่าง |
|
V1 |
Base Form |
ใช้กับ Present Simple, หลัง modal verbs, อนาคต |
I eat breakfast every day. (ฉันทานอาหารเช้าทุกวัน) |
|
V2 |
Past Simple |
ใช้กับอดีตกาล |
I ate breakfast yesterday. (ฉันทานอาหารเช้าเมื่อวาน) |
|
V3 |
Past Participle |
ใช้กับ Perfect Tenses, Passive Voice |
I have eaten breakfast already. (ฉันทานอาหารเช้าแล้ว) |
ตัวอย่างเปรียบเทียบ
|
V1 (Infinitive) |
V2 (Past) |
V3 (Past Participle) |
|
go |
went |
gone |
|
eat |
ate |
eaten |
|
write |
wrote |
written |
|
make |
made |
made |
|
play |
played |
played |
II. เจาะลึกกริยา 3 ช่อง
1. Verb 1: รูปพื้นฐาน (Infinitive/Base Form)
Verb 1 ใช้ในกรณีต่อไปนี้:
Present Simple (ประธานพหูพจน์หรือ I/You/We/They):
- I work in an office. (ฉันทำงานในสำนักงาน)
- They study English every day. (พวกเขาเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน)
หลัง Modal Verbs (can, will, should, must, etc.):
- I can speak three languages. (ฉันพูดได้สามภาษา)
- You should exercise regularly. (คุณควรออกกำลังกายเป็นประจำ)
- We will meet tomorrow. (เราจะพบกันพรุ่งนี้)
Present Continuous (-ing form):
- She is working now. (เธอกำลังทำงานอยู่ตอนนี้)
- They are playing football. (พวกเขากำลังเล่นฟุตบอล)
หลัง "to" (Infinitive with to):
- I want to learn English. (ฉันอยากเรียนภาษาอังกฤษ)
- She decided to go abroad. (เธอตัดสินใจไปต่างประเทศ)
เมื่อประธานเป็น he/she/it ใน Present Simple ต้องเติม s/es ที่กริยา:
- He works hard. (เขาทำงานหนัก)
- She goes to school. (เธอไปโรงเรียน)
- It rains a lot here. (ที่นี่ฝนตกบ่อย)
2. Verb 2: รูปอดีตกาล (Past Simple)
Verb 2 ใช้กับ Past Simple เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงในอดีต
ตัวอย่าง:
- I went to Tokyo last year. (ฉันไปโตเกียวปีที่แล้ว)
- She bought a new car yesterday. (เธอซื้อรถใหม่เมื่อวาน)
คำบอกเวลาที่ใช้กับ Verb 2
| คำบอกเวลา | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|
| yesterday |
I met him yesterday. (ฉันพบเขาเมื่อวาน) |
| last week/month/year |
She visited Paris last month. (เธอไปปารีสเดือนที่แล้ว) |
| ago |
They moved here two years ago. (พวกเขาย้ายมาที่นี่สองปีที่แล้ว) |
| in + ปี |
I graduated in 2020. (ฉันจบการศึกษาในปี 2020) |
3. Verb 3: Past Participle (กริยาช่อง 3)
Verb 3 ใช้ในกรณีต่อไปนี้:
Present Perfect (have/has + V3):
- I have finished my homework. (ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว)
- She has lived here for ten years. (เธออาศัยที่นี่สิบปีแล้ว)
- They have visited Japan three times. (พวกเขาไปญี่ปุ่นสามครั้งแล้ว)
Past Perfect (had + V3):
- I had eaten before you called. (ฉันทานข้าวก่อนที่คุณโทรมา)
- She had left when I arrived. (เธอออกไปแล้วตอนที่ฉันมาถึง)
Passive Voice (be + V3):
- The letter was written by John. (จดหมายถูกเขียนโดยจอห์น)
- English is spoken worldwide. (ภาษาอังกฤษถูกพูดทั่วโลก)
- The car has been repaired. (รถถูกซ่อมแล้ว)
Future Perfect (will have + V3):
- I will have completed the project by Friday. (ฉันจะทำโครงการเสร็จภายในวันศุกร์)
บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม:
III. Regular Verbs vs Irregular Verbs
1. Regular Verbs (กริยาปกติ)
กริยา 3 ช่อง แบบปกติเติม -ed ที่ V1 เพื่อได้ V2 และ V3
กฎการเติม -ed:
|
กฎ |
ตัวอย่าง |
V1 |
V2 |
V3 |
|
เติม -ed ตรงๆ |
work |
work |
worked |
worked |
|
ลงท้ายด้วย e เติม -d |
like |
like |
liked |
liked |
|
พยัญชนะ + y → ied |
study |
study |
studied |
studied |
|
เสียงสั้น + พยัญชนะตัวเดียว → เพิ่มพยัญชนะ |
stop |
stop |
stopped |
stopped |
ตัวอย่าง Regular Verbs ที่ใช้บ่อย:
|
V1 |
V2 |
V3 |
ความหมาย |
|
walk |
walked |
walked |
เดิน |
|
talk |
talked |
talked |
พูด |
|
watch |
watched |
watched |
ดู |
|
listen |
listened |
listened |
ฟัง |
|
play |
played |
played |
เล่น |
|
clean |
cleaned |
cleaned |
ทำความสะอาด |
|
cook |
cooked |
cooked |
ทำอาหาร |
|
visit |
visited |
visited |
เยี่ยม |
2. Irregular Verbs (กริยาไม่ปกติ)
ผันกริยา 3 ช่อง แบบไม่ปกติไม่มีกฎตายตัว ต้องท่องจำ แบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ:
รูปแบบที่ 1: V1 = V2 = V3 (เหมือนกันทั้ง 3 ช่อง)
|
V1 |
V2 |
V3 |
ความหมาย |
|
cut |
cut |
cut |
ตัด |
|
put |
put |
put |
วาง |
|
let |
let |
let |
ปล่อย, ให้ |
|
cost |
cost |
cost |
มีค่าใช้จ่าย |
|
hit |
hit |
hit |
ตี |
|
hurt |
hurt |
hurt |
เจ็บ |
|
read |
read |
read |
อ่าน (แต่ออกเสียงต่างกัน: /riːd/ - /red/ - /red/) |
รูปแบบที่ 2: V1 = V3 ≠ V2
|
V1 |
V2 |
V3 |
ความหมาย |
|
come |
came |
come |
มา |
|
become |
became |
become |
กลายเป็น |
|
run |
ran |
run |
วิ่ง |
รูปแบบที่ 3: V2 = V3 ≠ V1
|
V1 |
V2 |
V3 |
ความหมาย |
|
buy |
bought |
bought |
ซื้อ |
|
bring |
brought |
brought |
นำมา |
|
teach |
taught |
taught |
สอน |
|
catch |
caught |
caught |
จับ |
|
think |
thought |
thought |
คิด |
|
fight |
fought |
fought |
ต่อสู้ |
|
find |
found |
found |
หา, พบ |
|
hear |
heard |
heard |
ได้ยิน |
|
make |
made |
made |
ทำ |
|
say |
said |
said |
พูด |
รูปแบบที่ 4: V1 ≠ V2 ≠ V3 (ต่างกันทั้ง 3 ช่อง)
|
V1 |
V2 |
V3 |
ความหมาย |
|
go |
went |
gone |
ไป |
|
eat |
ate |
eaten |
กิน |
|
see |
saw |
seen |
เห็น |
|
write |
wrote |
written |
เขียน |
|
speak |
spoke |
spoken |
พูด |
|
take |
took |
taken |
เอา |
|
give |
gave |
given |
ให้ |
|
know |
knew |
known |
รู้ |
|
break |
broke |
broken |
หัก |
|
choose |
chose |
chosen |
เลือก |
|
drive |
drove |
driven |
ขับ |
|
fly |
flew |
flown |
บิน |
|
swim |
swam |
swum |
ว่ายน้ำ |
|
drink |
drank |
drunk |
ดื่ม |
|
sing |
sang |
sung |
ร้องเพลง |
|
begin |
began |
begun |
เริ่ม |
IV. คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. กริยาแท้และกริยาไม่แท้เกี่ยวข้องกับกริยา 3 ช่องอย่างไร?
กริยาแท้ (Finite Verbs) คือกริยาที่ผันตามประธานและแสดงเวลา ซึ่งจะใช้รูป verb 1 หรือ verb 2 ส่วนกริยาไม่แท้ (Non-finite Verbs) ไม่ผันตามประธานหรือเวลา มักจะอยู่ในรูป Infinitive (to + verb 1) หรือ Participle (verb 3 หรือ V-ing)
2. จำเป็นต้องท่องจำกริยา 3 ช่องทุกตัวในภาษาอังกฤษหรือไม่?
ไม่จำเป็น แต่ควรจำกริยาที่ใช้บ่อยประมาณ 50-100 ตัว เช่น go, do, make, take, come, see, know, get เป็นต้น ส่วนกริยาอื่นๆ ค่อยๆ เรียนรู้เพิ่มเติมผ่านการใช้งานจริง
3. นอกจากการแบ่งตามรูปแบบการผัน V1 V2 V3 แล้ว เราสามารถแบ่งกลุ่ม Irregular Verbs ได้อีกหรือไม่?
ได้ เราสามารถแบ่งตามเสียงสระที่เปลี่ยนไป เช่น:
-
กลุ่ม i-a-u: drink-drank-drunk, sing-sang-sung, swim-swam-swum
-
กลุ่ม i-o-i: give-gave-given, forgive-forgave-forgiven
-
กลุ่ม ea-o-o: speak-spoke-spoken, steal-stole-stolen
4. การเรียนกริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษ ยากหรือง่ายกว่าการผันกริยาในภาษาอื่นอย่างไร?
ภาษาอังกฤษมีการผันกริยาที่ง่ายกว่าหลายภาษา เช่น ภาษาฝรั่งเศส สเปน หรือเยอรมัน เพราะไม่ต้องผันตามเพศและจำนวนของประธานในทุกกาล แต่ความท้าทายของภาษาอังกฤษคือการจดจำกริยาผันไม่ปกติที่ไม่มีรูปแบบตายตัว
กริยา 3 ช่อง เป็นพื้นฐานสำคัญของภาษาอังกฤษที่ทุกคนต้องเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย Verb 1 (รูปพื้นฐาน) Verb 2 (รูปอดีต) และ V3 (Past Participle) แต่ละช่องมีหน้าที่และการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละ Tense การผันกริยา ภาษาอังกฤษ แบ่งออกเป็น Regular Verbs ที่เติม -ed และ Irregular Verbs ที่ต้องท่องจำ การเข้าใจ verb 1 2 3 อย่างถ่องแท้จะช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ โดยเฉพาะในการสอบมาตรฐานอย่าง IELTS และ TOEIC อย่าลืมฝึกฝนผ่านการอ่าน ฟัง และสร้างประโยคด้วยตัวเองเป็นประจำ
การเรียน IELTS ออนไลน์ไม่เคยง่ายขนาดนี้มาก่อนกับ PREP Education แพลตฟอร์มการเรียนและฝึกสอบอัจฉริยะด้วย AI ด้วยเทคโนโลยี AI พิเศษจาก PREP คุณสามารถเรียนออนไลน์ที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสมในการเรียน IELTS อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ นักเรียนยังได้รับการช่วยเหลือจาก Teacher Bee AI ผู้ช่วยเสมือนที่จะช่วยตอบคำถามและร่วมเดินทางไปกับคุณตลอดกระบวนการเรียนรู้แบบตัวต่อตัว คลิกที่นี่ หรือโทร HOTLINE +6624606789 เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร IELTS ที่เหมาะสมกับคุณ! ดาวน์โหลดแอป PREP ทันที เพื่อเริ่มต้นการเรียน IELTS ที่บ้านด้วยโปรแกรมการฝึกสอบออนไลน์คุณภาพสูง

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















