Passive Voice คืออะไร? สรุปโครงสร้าง ตาราง 12 Tenses ตัวอย่างประโยค วิธีใช้ และ Active vs Passive

Passive Voice (ประโยคถูกกระทำ) คือประโยคที่ประธานเป็น ผู้ถูกกระทำ ไม่ใช่ผู้ลงมือทำ โครงสร้างหลักคือ Subject + Verb to be + V3 (+ by + ผู้กระทำ) โดย Verb to be จะเปลี่ยนรูปตาม Tense

จุดที่คุณอาจสะดุดไม่ใช่ตัวนิยาม แต่เป็นตอนลงมือใช้จริง ทั้งงงว่าแต่ละ Tense ต้องเปลี่ยน be เป็นอะไร เผลอลืมเติม "been" ใน Perfect tense หรือผัน V3 ผิดเป็น "was wrote" บทความนี้จึงวางลำดับให้ชัด เริ่มจากนิยามและ active vs passive ต่อด้วยโครงสร้าง be + V3 ตาราง Passive Voice ครบ 12 Tenses วิธีเปลี่ยน Active เป็น Passive ทีละขั้น เมื่อไหร่ควร (และไม่ควร) ใช้ รูปแบบขั้นสูง ปิดท้ายด้วยตารางสรุปฉบับรวบรัดสำหรับทบทวนก่อนสอบ

ใช้ Passive Voice อย่างไรให้ถูกต้อง? สรุปวิธีใช้พร้อมตัวอย่าง
ใช้ Passive Voice อย่างไรให้ถูกต้อง? สรุปวิธีใช้พร้อมตัวอย่าง

I. Passive Voice คืออะไร? และต่างจาก Active Voice อย่างไร

Passive Voice (ประโยคถูกกระทำ หรือ กรรมวาจก) คือประโยคที่ประธานเป็น ผู้ถูกกระทำ ไม่ใช่ผู้กระทำ ตรงข้ามกับ Active Voice ที่ประธานเป็นผู้ลงมือทำเอง ความต่างอยู่ที่ "ใครถูกวางไว้เป็นประธาน" ไม่ใช่ความหมายของเหตุการณ์ เพราะทั้งสองประโยคเล่าเรื่องเดียวกัน

Passive Voice คืออะไร?
Passive Voice คืออะไร?

ดูตัวอย่างคู่นี้เทียบกัน:

  • Active: She writes a letter. (เธอเขียนจดหมาย - "เธอ" เป็นประธานและเป็นผู้กระทำ)
  • Passive: A letter is written (by her). (จดหมายถูกเขียนโดยเธอ - "จดหมาย" ซึ่งเดิมเป็นกรรม ถูกยกขึ้นมาเป็นประธาน)

เห็นได้ว่ากรรม (object) ในประโยค Active คือ "a letter" ถูกย้ายมาเป็นประธานของประโยค Passive ส่วนผู้กระทำเดิม ("she") ถูกลดความสำคัญลง จะใส่ต่อท้ายด้วย "by" หรือตัดทิ้งก็ได้ Passive Voice เน้นให้ความสำคัญกับ สิ่งที่ถูกกระทำและผลลัพธ์ มากกว่าตัวผู้กระทำ

ตารางเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น:

หัวข้อ

Active Voice

Passive Voice

ประธานทำหน้าที่

ผู้กระทำ (agent)

ผู้ถูกกระทำ (receiver)

โครงสร้าง

Subject + Verb + Object

Object + Verb to be + V3 (+ by + Subject)

เน้นอะไร

ตัวผู้กระทำ

สิ่งที่ถูกกระทำ / ผลลัพธ์

ตัวอย่าง

The chef cooks the meal.

The meal is cooked (by the chef).

สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย: ถ้าประธานเป็น "คนทำ" คือ Active ถ้าประธานเป็น "คนโดนทำ" คือ Passive เมื่อเข้าใจตรรกะการสลับตำแหน่งนี้แล้ว มาดูโครงสร้างหลักของ Passive Voice ให้ละเอียดขึ้นกัน

II. โครงสร้าง Passive Voice (Subject + Verb to be + V3)

โครงสร้างของ Passive Voice คือ 

Subject + Verb to be + V3 (+ by + ผู้กระทำ) 

โดยหัวใจอยู่ที่สองส่วน คือ Verb to be ที่เปลี่ยนรูปตาม Tense และ V3 ซึ่งเป็นกริยาช่องที่ 3 ทุกประโยค Passive ต้องมีองค์ประกอบสองอย่างนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Tense ไหน

โครงสร้าง Passive Voice
โครงสร้าง Passive Voice

มาแยกดูทีละส่วน:

  • Subject (ประธานใหม่): คือสิ่งที่ถูกกระทำ ปกติมาจากกรรม (object) ของประโยค Active

  • Verb to be: ตัวบอก Tense ของประโยค เปลี่ยนรูปได้เป็น is/are/am, was/were, has been, will be และอื่น ๆ ตาม Tense - นี่คือส่วนที่คุณต้องผันให้ถูก

  • V3 (past participle / กริยาช่องที่ 3): รูปกริยาที่ใช้ในโครงสร้างถูกกระทำเสมอ เช่น written, cooked, taken, done - และ จะไม่เปลี่ยนรูปตาม Tense ส่วนที่เปลี่ยนคือ be เท่านั้น

  • by + ผู้กระทำ (agent): ส่วนเสริม จะใส่หรือไม่ก็ได้ ใช้บอกว่าใครเป็นคนทำ

ดูตัวอย่างประกอบ:

  • The cake is made by my mother. (เค้กถูกทำโดยแม่ของฉัน - is คือ be ในรูป Present Simple, made คือ V3, by my mother คือผู้กระทำ)

  • The window was broken. (หน้าต่างถูกทำแตก - was คือ be ในรูป Past Simple, broken คือ V3, ไม่ระบุผู้กระทำเพราะไม่รู้/ไม่สำคัญ)

จำหลักไว้ว่า V3 คือส่วนที่ "อยู่นิ่ง" ส่วน be คือส่วนที่ "ขยับ" ตาม Tense เมื่อเข้าใจว่า be เปลี่ยนรูปได้ตาม Tense แล้ว คำถามต่อไปคือ: แต่ละ Tense ต้องใช้ be เป็นรูปใด? มาดูตารางครบทั้ง 12 Tenses กัน

III. ตาราง Passive Voice ทั้ง 12 Tenses พร้อมตัวอย่างประโยค

Passive Voice ใช้ได้จริงกับ 8 Tenses หลัก (บวก Modal) โดยเปลี่ยนเฉพาะรูป Verb to be ตาม Tense ส่วน V3 คงเดิม ขณะที่มี 4 Tense ที่ไม่มีรูป Passive เพราะโครงสร้างจะยาวและซับซ้อนจนไม่เป็นธรรมชาติ ตารางด้านล่างใช้ประโยค Active ต้นแบบเดียวกัน (She writes a letter.) เพื่อให้เห็นการเปลี่ยน be ชัดที่สุด

ตาราง Passive Voice ทั้ง 12 Tenses พร้อมตัวอย่างประโยค
ตาราง Passive Voice ทั้ง 12 Tenses พร้อมตัวอย่างประโยค

1. Passive Voice กลุ่ม Present และ Past

กลุ่มนี้คือ Tense ที่ใช้บ่อยที่สุดในการสอบและการเขียน จุดที่ต้องระวังคือ Perfect tense ต้องเติม "been" และ Continuous tense ต้องเติม "being" ก่อน V3 เสมอ

Tense

โครงสร้าง Passive

ตัวอย่าง (Active → Passive)

Present Simple

am/is/are + V3

She writes a letter. → A letter is written (by her).

Present Continuous

am/is/are being + V3

She is writing a letter. → A letter is being written.

Present Perfect

has/have been + V3

She has written a letter. → A letter has been written.

Past Simple

was/were + V3

She wrote a letter. → A letter was written.

Past Continuous

was/were being + V3

She was writing a letter. → A letter was being written.

Past Perfect

had been + V3

She had written a letter. → A letter had been written.

สังเกตว่า Present Perfect และ Past Perfect ต้องมี been คั่นระหว่าง have/had กับ V3 การลืม been (เช่น เขียน "A letter has written" ที่แปลว่า "จดหมายเขียน...") เป็นข้อผิดพลาดอันดับต้น ๆ ที่คุณต้องระวัง

2. Passive Voice กลุ่ม Future, Modal และ Tense ที่ไม่มี Passive

กลุ่ม Future และ Modal เปลี่ยน be ให้เป็น "be" รูป infinitive หลังคำช่วย (will, must) เสมอ ดังตาราง

Tense

โครงสร้าง Passive

ตัวอย่าง (Active → Passive)

Future Simple

will be + V3

She will write a letter. → A letter will be written.

Future (be going to)

am/is/are going to be + V3

She is going to write it. → It is going to be written.

Future Perfect

will have been + V3

She will have written it. → It will have been written.

Modal Verbs (can/must/should...)

modal + be + V3

She must write it. → It must be written.

4 Tense ที่ไม่มีรูป Passive ต้องจำให้แม่น เพราะข้อสอบชอบหลอกให้เผลอสร้างขึ้นมา ได้แก่:

  • Present Perfect Continuous (has/have been V-ing)
  • Past Perfect Continuous (had been V-ing)
  • Future Continuous (will be V-ing)
  • Future Perfect Continuous (will have been V-ing)

เหตุผลคือถ้าแปลงเป็น Passive โครงสร้างจะซ้อน being/been หลายชั้นจนอ่านไม่รู้เรื่อง (เช่น "will be being written") เจ้าของภาษาจึงไม่ใช้ ถ้าเจอเนื้อความในสี่ Tense นี้ ให้เลี่ยงไปใช้ Tense ที่ใกล้เคียงแทน เมื่อเห็นภาพครบทุก Tense แล้ว ขั้นต่อไปคือการลงมือเปลี่ยนประโยค Active ให้เป็น Passive ด้วยตัวเอง

IV. วิธีเปลี่ยน Active เป็น Passive Voice ทีละขั้นตอน

การเปลี่ยน Active เป็น Passive ทำได้ใน 5 ขั้นตอน: (1) นำกรรมมาเป็นประธานใหม่ (2) เปลี่ยนกริยาเป็น be + V3 ให้ตรง Tense (3) เปลี่ยนรูปสรรพนาม (4) เติม by + ผู้กระทำเดิม (5) ตัด by ทิ้งได้ถ้าไม่จำเป็น ทำตามลำดับนี้ คุณจะไม่พลาด

วิธีเปลี่ยน Active เป็น Passive Voice ทีละขั้นตอน
วิธีเปลี่ยน Active เป็น Passive Voice ทีละขั้นตอน

รายละเอียดแต่ละขั้น:

1. หากรรม (object) แล้วยกมาเป็นประธานใหม่ - กรรมของประโยค Active จะกลายเป็นประธานของ Passive

2. เปลี่ยนกริยาเป็น be + V3 ให้ตรง Tense เดิม - ดู Tense ของประโยค Active แล้วผัน be ตามตารางข้อ III พร้อมเปลี่ยนกริยาหลักเป็น V3

3. เปลี่ยนรูปสรรพนาม - ประธานเดิมที่จะไปอยู่หลัง by ต้องเปลี่ยนเป็นรูปกรรม (I → me, he → him, she → her, they → them, we → us)

4. เติม "by + ผู้กระทำเดิม" - วางประธานเดิมไว้ท้ายประโยคหลัง by

5. ตัด by-agent ได้ ถ้าไม่รู้ว่าใครทำ / ไม่สำคัญว่าใครทำ / หรือรู้กันอยู่แล้ว

ลองไล่ตามทีละขั้นกับประโยค "The chef cooks the meal."

  • ขั้น 1: กรรมคือ "the meal" → ยกมาเป็นประธาน → The meal...
  • ขั้น 2: Active เป็น Present Simple (cooks) → be = is, กริยา cook → V3 = cooked → The meal is cooked...
  • ขั้น 3: ประธานเดิม "the chef" เป็นคำนาม ไม่ต้องเปลี่ยนรูป (ถ้าเป็น he ต้องเปลี่ยนเป็น him)
  • ขั้น 4: เติม by → The meal is cooked by the chef.
  • ขั้น 5: ถ้าไม่ต้องการเน้นว่าใครทำ ตัด by the chef ทิ้งได้ → The meal is cooked.

ผลลัพธ์: The meal is cooked (by the chef). เมื่อทำตามห้าขั้นนี้จนคล่อง คำถามที่ตามมาคือ: แล้วเราควรเลือกใช้ Passive ตอนไหนถึงจะเหมาะ?

V. เมื่อไหร่ควรใช้ (และไม่ควรใช้) Passive Voice

ควรใช้ Passive Voice เมื่อไม่รู้หรือไม่จำเป็นต้องบอกผู้กระทำ ต้องการเน้นผลลัพธ์ หรือเขียนเชิงวิชาการที่ต้องการความเป็นกลาง แต่ไม่ควรใช้เมื่อ Active Voice สื่อสารได้ชัดและกระชับกว่า การเลือกให้ถูกจังหวะสำคัญพอ ๆ กับการผันโครงสร้างให้ถูก เพราะการใช้ Passive พร่ำเพรื่อทำให้งานเขียนอ่อนแอลง

กรณีที่ควรใช้ Passive Voice:

  • ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ - My bike was stolen last night. (จักรยานถูกขโมย - ไม่รู้ว่าใครขโมย)
  • ผู้กระทำไม่สำคัญ / รู้กันอยู่แล้ว - English is spoken in many countries. (เน้นว่าภาษาอังกฤษถูกพูด ไม่ต้องบอกว่าใครพูด)
  • ต้องการเน้นผลลัพธ์หรือสิ่งที่ถูกกระทำ - The Mona Lisa was painted in the 16th century. (เน้นภาพ ไม่ใช่ตัวศิลปิน)
  • งานวิชาการ รายงาน หรืองานวิจัย ที่ต้องการน้ำเสียงเป็นกลางและเป็นทางการ - The samples were tested three times. (นิยมในบทคัดย่อและวิธีการวิจัย เพราะเน้นกระบวนการมากกว่าตัวผู้ทดลอง)

กรณีที่ไม่ควรใช้ Passive Voice:

  • เมื่อ Active ชัดเจนและมีพลังกว่า - เปรียบเทียบ The committee made a decision. (Active กระชับ) กับ A decision was made by the committee. (Passive ยืดยาดโดยไม่จำเป็น)
  • เมื่อใช้ซ้อนกันหลายประโยคจนงานเขียนอืดและอ้อมค้อม ทำให้ผู้อ่านจับใจความว่าใครทำอะไรได้ยาก

หลักง่าย ๆ คือ ถ้าตัวผู้กระทำสำคัญและชัดเจน ให้ใช้ Active ถ้าสิ่งที่ถูกกระทำหรือผลลัพธ์สำคัญกว่า จึงเลือก Passive นอกจากรูปพื้นฐานเหล่านี้ ยังมี Passive ขั้นสูงที่เจ้าของภาษาใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งควรรู้จักไว้

บทความที่แนะนำ:

VI. Passive Voice ขั้นสูง: Get-passive และ Causative (have something done)

นอกจาก be + V3 ยังมี Passive ขั้นสูงสองแบบที่พบบ่อยในภาษาพูด คือ Get-passive (get + V3) ที่ใช้แทน be + V3 อย่างไม่เป็นทางการ และ Causative (have/get + something + V3) ที่หมายถึงการจ้างหรือให้คนอื่นทำสิ่งหนึ่งให้เรา จริง ๆ แล้ว สองรูปนี้ช่วยให้ประโยคฟังเป็นธรรมชาติแบบเจ้าของภาษามากขึ้น

1. Get-passive: get + V3

ใช้ get แทน be ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ มักใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันหรือเป็นเรื่องไม่ดี

  • He got hurt in the accident. (เขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ - เทียบเท่า "was hurt" แต่ฟังเป็นกันเองกว่า)

  • They got married last year. (พวกเขาแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว)

2. Causative: have/get + something + V3

ใช้เมื่อ "เราไม่ได้ทำเอง แต่ให้/จ้างคนอื่นทำให้" โครงสร้างคือ have (หรือ get) + สิ่งของ + V3

  • I had my car repaired. (ฉันเอารถไปซ่อม - คือจ้างช่างซ่อมให้ ไม่ได้ซ่อมเอง)

  • I got my hair cut. (ฉันไปตัดผมมา - ช่างเป็นคนตัดให้)

ข้อควรระวังคืออย่าสับสนระหว่าง I cut my hair. (ฉันตัดผมตัวเอง) กับ I got my hair cut. (ให้ช่างตัดให้) ความหมายต่างกันชัดเจน ก่อนนำ Passive ทุกรูปไปใช้จริง มาดูข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเพื่อไม่ให้พลาดในข้อสอบ

VII. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ Passive Voice

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ การลืมเติม "been" ใน Perfect tense การผัน V3 ผิดช่อง การลืมเปลี่ยนสรรพนาม การใส่ by เกินจำเป็น และการนำกริยาที่ไม่มีกรรม (intransitive) มาทำ Passive 

1. ลืมเติม "been" ใน Perfect tense

• ❌ A letter has written. (ผิด - กลายเป็น "จดหมายเขียน")

• ✅ A letter has been written. (Perfect tense ต้องมี been คั่นเสมอ)

2. ผัน V3 ผิดช่อง (ใช้ V2 แทน V3)

• ❌ The report was wrote by him.

• ✅ The report was written by him. (write → wrote (V2) → written (V3) - Passive ใช้ V3 เท่านั้น)

3. ลืมเปลี่ยนสรรพนามเป็นรูปกรรม

• ❌ This song was written by she.

• ✅ This song was written by her. (หลัง by ต้องใช้รูปกรรม: she → her)

4. ใส่ by เกินจำเป็น

• ❌ The thief was arrested by the police by them. / French is spoken by people in France by everyone.

• ✅ The thief was arrested. / French is spoken in France. (เมื่อผู้กระทำไม่สำคัญหรือรู้อยู่แล้ว ตัด by ทิ้ง)

5. นำกริยาที่ไม่มีกรรม (intransitive verb) มาทำ Passive

• ❌ An accident was happened. / She was arrived late.

• ✅ An accident happened. / She arrived late. (กริยาอย่าง happen, arrive, sleep, cry ไม่มีกรรมจึงทำ Passive ไม่ได้)

จำหลักไว้ว่า Passive ต้องการ "กรรม" เสมอ ถ้ากริยาไม่มีกรรมก็ทำ Passive ไม่ได้ หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม มาดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Passive Voice กัน

VIII. แบบฝึกหัด Passive Voice พร้อมเฉลย

ทดสอบความเข้าใจ Passive Voice ด้วยแบบฝึกหัด 4 ตอน 30 ข้อ ทำก่อนแล้วค่อยเลื่อนดูเฉลยด้านล่าง

ตอนที่ 1: เปลี่ยนประโยค Active เป็น Passive Voice

  1. The chef cooks the meal every day.

  2. Someone stole my bicycle yesterday.

  3. They are building a new bridge now.

  4. She has finished the report.

  5. The teacher will explain the lesson tomorrow.

  6. You must follow the safety rules.

  7. Millions of people watch this show.

  8. The company had launched the product before June.

  9. A famous director is making this film.

  10. They can solve this problem easily.

ตอนที่ 2: เติมช่องว่างด้วยกริยาในรูป Passive (be + V3)

  1. English ______ (speak) in many countries around the world.

  2. The letters ______ (send) last Monday.

  3. Look! The road ______ (repair) right now.

  4. When we arrived, dinner ______ (already / prepare).

  5. This temple ______ (build) more than 300 years ago.

  6. The homework ______ (finish) tomorrow.

  7. Rice ______ (grow) in Thailand.

  8. The thief ______ (arrest) last night.

  9. All the tickets ______ (sell) already.

  10. The documents ______ (sign) by the manager next week.

ตอนที่ 3: หาจุดผิดแล้วแก้ให้ถูก

  1. The cake was make by my mother.

  2. The project has finished by the team.

  3. This novel was wrote in 1998.

  4. The results will announced next week.

  5. The accident was happened on the highway.

ตอนที่ 4: ระบุว่าประโยคเป็น Active หรือ Passive

  1. The window was broken by the storm.

  2. My brother repairs old cars.

  3. The email is being written now.

  4. The students are reading the article.

  5. The bill has been paid.

เฉลย 

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

ตอนที่ 1 — Active → Passive

  1. The meal is cooked (by the chef) every day.

  2. My bicycle was stolen yesterday.

  3. A new bridge is being built now.

  4. The report has been finished.

  5. The lesson will be explained (by the teacher) tomorrow.

  6. The safety rules must be followed.

  7. This show is watched by millions of people.

  8. The product had been launched before June.

  9. This film is being made by a famous director.

  10. This problem can be solved easily.

ตอนที่ 2 — เติม be + V3

  1. is spoken 

  2. were sent 

  3. is being repaired 

  4. had already been prepared 

  5. was built

  6. will be finished  

  7. is grown 

  8. was arrested 

  9. have been sold 

  10. will be signed

ตอนที่ 3 — แก้จุดผิด

  1. was make → was made (ต้องใช้ V3)

  2. has finished → has been finished (Perfect passive ต้องมี "been")

  3. was wrote → was written (V3 ของ write คือ written)

  4. will announced → will be announced (ขาด "be")

  5. was happened → happened (happen เป็นกริยาไม่มีกรรม/intransitive จึงไม่มีรูป Passive)

ตอนที่ 4 — Active หรือ Passive

  1. Passive 

  2. Active 

  3. Passive 

  4. Active 

  5. Passive

[/prep_collapse_expand]

IX. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Passive Voice

1. Tense ไหนบ้างที่ไม่มี Passive Voice? 

มี 4 Tense ที่ไม่มีรูป Passive ได้แก่ Present Perfect Continuous, Past Perfect Continuous, Future Continuous และ Future Perfect Continuous เพราะโครงสร้างจะซ้อน being/been หลายชั้นจนไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าเจอเนื้อหาในกลุ่มนี้ให้เลี่ยงไปใช้ Tense ใกล้เคียงแทน

2. ประโยคที่มี 2 กรรม (เช่น give) ทำ Passive อย่างไร? 

ทำได้ 2 แบบ โดยเลือกกรรมตัวใดขึ้นเป็นประธานก็ได้ เช่น He gave me a book. เปลี่ยนได้เป็น I was given a book. (เน้นคน) หรือ A book was given to me. (เน้นสิ่งของ) แบบแรกนิยมกว่าในภาษาพูด

3. ตัด "by + ผู้กระทำ" ได้เมื่อไหร่? 

ตัด by ได้เมื่อไม่รู้ว่าใครทำ ผู้กระทำไม่สำคัญ หรือรู้กันอยู่แล้วโดยไม่ต้องบอก เช่น My wallet was stolen. ไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครขโมยเพราะเราไม่รู้อยู่แล้ว

4. Passive Voice ใช้ในการเขียน IELTS Writing ได้ไหม? 

ใช้ได้และช่วยเพิ่มคะแนน โดยเฉพาะ Task 1 ที่บรรยายกระบวนการ (process) และการเขียนเชิงวิชาการที่ต้องการน้ำเสียงเป็นกลาง แต่ควรใช้สลับกับ Active อย่างสมดุล อย่าใช้ Passive ทั้งเรียงความ ฝึกได้ที่ "แบบฝึกหัด Passive Voice พร้อมเฉลย"

5. กริยาที่ไม่มีกรรม (intransitive verb) ทำ Passive ได้ไหม? 

ไม่ได้ กริยาอย่าง happen, arrive, sleep, cry, exist ไม่มีกรรมมารองรับ จึงไม่มีสิ่งใดให้ยกขึ้นเป็นประธานของ Passive การเขียน An accident was happened จึงผิด ต้องใช้ Active ว่า An accident happened ก่อนนำไปใช้จริง มาสรุปหลักการทั้งหมดในกรอบเดียว

Passive Voice ใช้โครงสร้าง Subject + Verb to be (ผันตาม Tense) + V3 เพื่อเน้นผู้ถูกกระทำหรือผลลัพธ์ ใช้ได้กับ 8 Tenses หลัก และเลือกใช้เมื่อไม่ทราบหรือไม่ต้องการเน้นตัวผู้กระทำ เมื่อจับหลักสามข้อได้ครบ - ผัน be ให้ตรง Tense, ใช้ V3 เสมอ, และเลือกจังหวะใช้ให้เหมาะ - ก็พร้อมนำไปสอบและใช้เขียนจริง

ขั้นต่อไปคือการฝึกให้มือคุ้น: ฝึกเปลี่ยน Active เป็น Passive ทีละ Tense แล้วแต่งประโยคของคุณเองใน Virtual Writing Room ของ Prep เพื่อใช้ Passive ได้แม่นทั้งในห้องสอบ TOEIC/IELTS และการเขียนจริง

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +66 25 44 0068 
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect