คู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มักใช้สับสน (Confusing Word Pairs)
เคยเขียน effect แล้วไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า? หรือพิมพ์ loose ไปทั้งที่จริงๆ หมายถึง lose? ความสับสนแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่คนที่เรียนภาษาอังกฤษมานานแล้ว เพราะ คู่คำศัพท์ชวนสับสน เหล่านี้มีทั้งเสียงคล้าย รูปคล้าย และความหมายใกล้เคียงกันจนแยกยาก
บทความนี้รวม คู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่คนไทยใช้ผิดบ่อยที่สุด พร้อมเทคนิคจำแบบไม่ลืม แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักตามลักษณะของความสับสน อ่านจบแล้วใช้ได้ถูกทันที
I. กลุ่มคำพ้องเสียงที่เขียนและใช้ต่างกัน (Homophones)
คำพ้องเสียง คือคำที่ออกเสียงเหมือนกันแต่สะกดและความหมายต่างกัน นี่คือกลุ่ม คู่คำศัพท์ชวนสับสน ที่ทำให้คนเขียนผิดมากที่สุด
1. Affect vs. Effect
สองคำนี้ออกเสียงคล้ายกันมากจนหลายคนใช้สลับกัน วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือดูหน้าที่ในประโยค
-
Affect /əˈfekt/ = กริยา (verb) - แปลว่า "ส่งผล" หรือ "กระทบ"
-
Effect /ɪˈfekt/ = นาม (noun) - แปลว่า "ผลลัพธ์" หรือ "ผล"
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
affect |
/əˈfekt/ |
ส่งผลต่อ (กริยา) |
Stress can affect your sleep quality. (ความเครียดส่งผลต่อคุณภาพการนอนได้) |
|
effect |
/ɪˈfekt/ |
ผลลัพธ์ (นาม) |
The effect of exercise on mood is clear. (ผลของการออกกำลังกายต่ออารมณ์นั้นชัดเจนมาก) |
เคล็ดลับ: จำง่ายๆ ว่า A มาก่อน E - Affect คือ Action (การกระทำ = กริยา), Effect คือ End result (ผลลัพธ์ = นาม)
2. Complement vs. Compliment
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
/ˈkɒmplɪmənt/ |
สิ่งที่เติมเต็มกัน |
Red wine complements a good steak perfectly. (ไวน์แดงเข้ากันได้ดีมากกับสเต็กชั้นดี) |
|
|
compliment |
/ˈkɒmplɪmənt/ |
คำชม |
She gave him a sincere compliment. (เธอชมเขาอย่างจริงใจ) |
จำแบบนี้: compLEment = complete (เติมเต็ม), compLIment = I like it (ฉันชอบ = คำชม)
3. Principal vs. Principle
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
principal |
/ˈprɪnsɪpəl/ |
ผู้อำนวยการ / สำคัญที่สุด |
The principal reason is lack of funding. (เหตุผลหลักคือขาดเงินทุน) |
|
principle |
/ˈprɪnsɪpəl/ |
หลักการ / หลักจริยธรรม |
He never breaks his own principles. (เขาไม่เคยทำลายหลักการของตัวเอง) |
จำแบบนี้: principAL = A person (คน/ตำแหน่ง), principlE = a rulE (กฎ/หลักการ)
4. There vs. Their vs. They're
คู่คำศัพท์ชวนสับสน ที่พบในงานเขียนบ่อยมาก ทั้งสามคำออกเสียงเหมือนกันทุกประการ แต่ใช้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
there |
/ðeər/ |
ที่นั่น / มีอยู่ |
The keys are over there. (กุญแจอยู่ที่โน่นแหละ) |
|
their |
/ðeər/ |
ของพวกเขา |
Their house is near the school. (บ้านของพวกเขาอยู่ใกล้โรงเรียน) |
|
they're |
/ðeər/ |
they are (ย่อ) |
They're coming to the party tonight. (พวกเขามางานปาร์ตี้คืนนี้) |
5. To vs. Too vs. Two
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
to |
/tuː/ |
ไปยัง / เพื่อ (preposition) |
I'm going to the office. (ฉันกำลังไปออฟฟิศ) |
|
too |
/tuː/ |
ด้วย / เกินไป |
This bag is too heavy. (กระเป๋าใบนี้หนักเกินไปเลย) |
|
two |
/tuː/ |
สอง (ตัวเลข) |
She ordered two cups of coffee. (เธอสั่งกาแฟสองแก้ว) |
II. กลุ่มคำที่สะกดคล้ายกันจนน่าสับสน (Visual Look-alikes)
คู่คำศัพท์ชวนสับสน กลุ่มนี้หน้าตาคล้ายกันมาก แต่ความหมายและการออกเสียงต่างกันโดยสิ้นเชิง
1. Advice vs. Advise
คู่นี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของคำที่ลงท้ายด้วย -ce (นาม) และ -se (กริยา)
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
advice |
/ədˈvaɪs/ |
คำแนะนำ (นาม) |
His advice saved me a lot of time. (คำแนะนำของเขาช่วยให้ฉันประหยัดเวลาได้มาก) |
|
advise |
/ədˈvaɪz/ |
แนะนำ (กริยา) |
I advise you to read this book. (ฉันแนะนำให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้) |
สังเกตการออกเสียง: advice ลงท้ายด้วยเสียง /s/, ส่วน advise ลงท้ายด้วยเสียง /z/
2. Loose vs. Lose
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
loose |
/luːs/ |
หลวม / ไม่แน่น |
This screw is too loose. (สกรูตัวนี้หลวมเกินไป) |
|
lose |
/luːz/ |
แพ้ / สูญเสีย |
I always lose my keys. (ฉันทำกุญแจหายตลอดเลย) |
เทคนิคจำ: loose มีตัว o สองตัว = "อ้วน/หลวม", lose มีตัว o ตัวเดียว = "หาย/น้อยลง"
3. Desert vs. Dessert
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
desert |
/ˈdezət/ |
ทะเลทราย (นาม) |
The Sahara is the largest hot desert. (ซาฮาราคือทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุด) |
|
dessert |
/dɪˈzɜːt/ |
ของหวาน (นาม) |
She ordered chocolate cake for dessert. (เธอสั่งเค้กช็อกโกแลตเป็นของหวาน) |
เคล็ดลับ: desSERT มี ss สองตัว เพราะของหวานอร่อยจนต้องกินสองครั้ง (seconds = ss)
4. Quite vs. Quiet
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
quite |
/kwaɪt/ |
ค่อนข้าง / ทีเดียว |
The exam was quite difficult. (ข้อสอบค่อนข้างยากเลยทีเดียว) |
|
quiet |
/ˈkwaɪət/ |
เงียบ / สงบ |
Please keep quiet in the library. (ช่วยเงียบๆ หน่อยนะในห้องสมุด) |
สองคำนี้สลับตัวอักษรกันแค่ตัวเดียว แต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง จำแบบนี้: quiEt มี e ก่อนจบ = เงียบเหมือนตัว e ที่ซ่อนอยู่เงียบๆ
5. Accept vs. Except
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
accept |
/əkˈsept/ |
ยอมรับ / รับ |
She accepted the job offer immediately. (เธอรับข้อเสนองานทันทีเลย) |
|
except |
/ɪkˈsept/ |
ยกเว้น |
Everyone passed except Tom. (ทุกคนผ่านยกเว้นทอม) |
III. กลุ่มคำที่ความหมายใกล้เคียงแต่ใช้คนละบริบท (Semantic Nuances)
คู่คำศัพท์ชวนสับสน กลุ่มนี้ยากที่สุด เพราะความหมายใกล้กันมาก ต้องดูโครงสร้างประโยคและบริบทเป็นหลัก
1. Lie vs. Lay
คู่นี้สับสนมากเพราะ lay ในรูปปัจจุบันมีความหมายหนึ่ง แต่ lay ยังเป็นรูปอดีตของ lie อีกด้วย
|
คำ |
รูปปัจจุบัน |
รูปอดีต |
ความหมาย |
|
lie |
lie |
lay |
นอนลง (ไม่ต้องการกรรม) |
|
lay |
lay |
laid |
วางสิ่งของ (ต้องการกรรม) |
ตัวอย่าง:
-
I need to lie down for an hour. (ฉันต้องนอนพักสักชั่วโมง)
-
Please lay the book on the table. (วางหนังสือบนโต๊ะด้วยนะ)
2. Borrow vs. Lend
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
borrow |
/ˈbɒrəʊ/ |
ยืม (รับมา) |
Can I borrow your pen for a moment? (ขอยืมปากกาหน่อยได้ไหม?) |
|
lend |
/lend/ |
ให้ยืม (ส่งไป) |
She lent me her notes before the exam. (เธอให้ยืมโน้ตก่อนสอบ) |
จำง่ายๆ: borrow = รับมาที่ตัวเอง, lend = ส่งออกไปให้คนอื่น ทิศทางตรงข้ามกันเสมอ
3. Say vs. Tell vs. Speak
สามคำนี้เป็น คู่คำศัพท์ชวนสับสน ที่คนไทยใช้ผิดบ่อยมากในการสอบ IELTS
|
คำ |
โครงสร้าง |
ตัวอย่างประโยค |
|
say |
say + something |
He said that he was tired. (เขาบอกว่าเขาเหนื่อย) |
|
tell |
tell + someone + something |
She told me the truth. (เธอบอกความจริงกับฉัน) |
|
speak |
speak + (to someone) |
Can I speak to the manager? (ขอคุยกับผู้จัดการได้ไหม?) |
กฎง่ายๆ: tell ต้องมีผู้รับเสมอ (tell someone), say ไม่จำเป็นต้องระบุผู้ฟัง, speak เน้นการกระทำของการพูดมากกว่าเนื้อหา
4. Make vs. Do
|
คำ |
ใช้กับ |
ตัวอย่างประโยค |
|
make |
สิ่งที่สร้างหรือผลิตขึ้น |
She made a delicious dinner. (เธอทำอาหารเย็นอร่อยมาก) |
|
do |
กิจกรรมหรืองานทั่วไป |
He does his homework every night. (เขาทำการบ้านทุกคืน) |
จำแบบนี้: make = มีผลลัพธ์จับต้องได้ (make a cake, make a decision), do = เป็นกระบวนการหรือกิจกรรม (do the dishes, do exercise)
5. Bring vs. Take
|
คำ |
IPA |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
bring |
/brɪŋ/ |
นำมา (เข้าหาผู้พูด) |
Please bring your ID to the interview. (เอาบัตรประชาชนมาด้วยนะตอนสัมภาษณ์) |
|
take |
/teɪk/ |
เอาไป (ออกจากผู้พูด) |
Take this report to the manager. (เอารายงานนี้ไปให้ผู้จัดการด้วย) |
ทิศทางคือหัวใจของคู่นี้: bring = เคลื่อนมาหาคุณ, take = เคลื่อนออกจากคุณ
6. Few vs. A Few / Little vs. A Little
คู่คำศัพท์ชวนสับสน ที่ดูเหมือนต่างกันนิดเดียว แต่ความหมายกลับตรงข้ามกัน
|
คำ |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
few |
น้อยมาก (แทบไม่มี - เชิงลบ) |
Few students passed the test. (มีนักเรียนผ่านข้อสอบน้อยมากเลย) |
|
a few |
มีบ้าง (พอมีอยู่ - เชิงบวก) |
A few students passed the test. (มีนักเรียนบางคนผ่านข้อสอบ) |
|
little |
น้อยมาก (เชิงลบ - นับไม่ได้) |
There is little time left. (เหลือเวลาน้อยมากแล้ว) |
|
a little |
มีบ้าง (เชิงบวก - นับไม่ได้) |
There is a little time left. (ยังมีเวลาเหลืออยู่บ้าง) |
บทความแนะนำ:
- แบบฝึกหัด A Few A Little พร้อมเฉลย
- Nearby, Near กับ Nearly ใช้อย่างไรให้ถูก
- ความแตกต่าง Lease, Rent กับ Hire
- Tool, Device กับ Equipment ความต่างที่ต้องรู้
IV. คำถามที่พบบ่อย
1. คำที่ลงท้ายด้วย -ce และ -se แยกเป็น Noun และ Verb เสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป แต่คู่ที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษอย่าง advice/advise, practice/practise (British English) และ licence/license มักเป็นรูปแบบนี้ ใน American English บางคำใช้สะกดเดียวกันทั้งนามและกริยา เช่น practice ใช้ได้ทั้งสองแบบ
2. "Confusion Matrix" ในทางการเรียนรู้ภาษามีคำนิยามว่าอย่างไร?
ในบริบทการเรียนภาษา Confusion Matrix หมายถึงกลุ่มคำที่ผู้เรียนมักสับสนซ้ำๆ จากการวิเคราะห์ข้อผิดพลาด นักภาษาศาสตร์ใช้แนวคิดนี้เพื่อจัดกลุ่ม word pairs ที่เกิดข้อผิดพลาดสูง แล้วออกแบบการสอนที่ตรงจุดมากขึ้น
3. หากจัดกลุ่มคำสับสนตามระดับ CEFR ควรแบ่งอย่างไร?
โดยคร่าวๆ แบ่งได้ดังนี้:
-
A1–A2: make/do, bring/take, big/large
-
B1–B2: affect/effect, borrow/lend, say/tell/speak
-
C1–C2: complement/compliment, principal/principle, few/a few
4. ระหว่างคำสับสนแบบ British และ American English ต่างกันมากไหม?
มีความต่างอยู่บ้างในบางคู่ เช่น practise (กริยา) และ practice (นาม) ใช้แยกกันใน British English แต่ใน American English ใช้ practice ทั้งคู่ การรู้ว่าตัวเองใช้ระบบไหนจึงสำคัญ โดยเฉพาะในการสอบ IELTS ที่ยอมรับทั้งสองระบบแต่ต้องใช้ให้สอดคล้องกันตลอดทั้งชิ้นงาน
V. บทสรุป
คู่คำศัพท์ชวนสับสน ในภาษาอังกฤษมีอยู่มากมาย แต่ถ้าเข้าใจหลักการแยกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเสียง รูปสะกด หรือบริบทการใช้ ก็จะจำได้แม่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เหล่านี้ปรากฏในข้อสอบและการสื่อสารจริงอยู่เสมอ การฝึกผ่านตัวอย่างประโยคและเทคนิคจำที่ถูกต้องคือวิธีที่ได้ผลที่สุด
การใช้ word pairs ให้ถูกต้องเป็นทักษะที่สำคัญมากในการสอบ IELTS โดยเฉพาะในพาร์ท Writing และ Reading PREP มี คอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ที่ครอบคลุมไวยากรณ์ คำศัพท์ และกลยุทธ์การสอบครบทุกทักษะ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึง Band 7.0+ พร้อมระบบ AI ที่ให้ฟีดแบ็กทันทีทั้งใน Virtual Speaking Room และ Virtual Writing Room เริ่มต้น เตรียมสอบ IELTS อย่างมีแผนได้เลยที่ PREPEDU

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดบทความที่เกี่ยวข้อง
แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















