Complement คืออะไร? สรุปการใช้ส่วนเสริมในประโยค

หลายคนเขียนภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์พื้นฐาน แต่เมื่อพบประโยคที่ซับซ้อนขึ้น มักสับสนว่าส่วนใดเป็นกรรม ส่วนใดเป็นส่วนเสริม โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้คำกริยาที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ประโยคมีความหมายสมบูรณ์ ความเข้าใจที่ผิดพลาดนี้ส่งผลต่อคะแนนสอบและการสื่อสารในชีวิตจริง

บทความนี้จะอธิบาย complement คือ อะไร พร้อมสรุปการใช้ส่วนเสริมในภาษาอังกฤษทั้ง subject complement และ object complement ให้เข้าใจง่ายพร้อมตัวอย่างชัดเจน

ส่วนเสริมในภาษาอังกฤษมีบทบาทสำคัญในการสร้างประโยคที่มีความหมายครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อใช้กับ linking verbs อย่าง be, become, seem ที่ไม่สามารถยืนอยู่ตัวเดียวได้ หรือคำกริยาแบบ make, consider, call ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่ออธิบายกรรม

ความเข้าใจเรื่อง complement examples ที่หลากหลายช่วยให้คุณวิเคราะห์โครงสร้างประโยคได้แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ adjective complement ที่เสริมความหมายให้คำคุณศัพท์ หรือ noun clause as complement ที่ใช้ประโยคย่อยทำหน้าที่เป็นส่วนเสริม การแยกแยะระหว่าง subject complement กับ object complement ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในการสอบมาตรฐานอย่าง IELTS ที่ต้องการความแม่นยำในการใช้โครงสร้างไวยากรณ์

บทความนี้ครอบคลุมทุกแง่มุมของส่วนเสริม ตั้งแต่คำจำกัดความพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างแต่ละประเภท ตารางเปรียบเทียบที่ชัดเจน ไปจนถึงเทคนิคการวิเคราะห์ประโยคซับซ้อน พร้อมตัวอย่างประโยคที่ใช้งานได้จริงพร้อมคำแปลภาษาไทย

มาเริ่มต้นทำความเข้าใจ complement คือ อะไร และเรียนรู้การใช้งานอย่างเป็นระบบในแต่ละส่วนกันเลย

  1. I. Complement ในประโยค
    1. 1. Complement คืออะไร
    2. 2. ความแตกต่างระหว่าง Complement และ Object
  2. II. Subject Complement (ส่วนเติมเต็มประธาน)
    1. 1. การใช้ Linking Verbs ร่วมกับส่วนเสริม
    2. 2. Subject Complement ในรูป Noun และ Adjective
    3. 3. ตัวอย่างการใช้ Subject Complement (Examples)
  3. III. Object Complement (ส่วนเติมเต็มกรรม)
    1. 1. โครงสร้างและการวางตำแหน่งส่วนเสริมกรรม
    2. 2. กลุ่มคำกริยาที่ต้องมี Object Complement
    3. 3. ตัวอย่างการใช้ Object Complement
  4. IV. Adjective Complement และ Noun Clause
    1. 1. Adjective Complement
    2. 2. Noun Clause as Complement
    3. 3. ข้อแตกต่างของโครงสร้างส่วนเสริมแต่ละแบบ
  5. V. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่วนเสริม (FAQ)
    1. Complement คืออะไรในเชิงไวยากรณ์?
    2. Complement จำเป็นต้องมีในทุกประโยคหรือไม่?
    3. คำกริยาประเภทใดบ้างที่ต้องมีส่วนเสริมเสมอ?
    4. Subject และ Object Complement ต่างกันอย่างไร?
  6. VI. บทสรุป

 

Complement คืออะไร? ส่วนเติมเต็มความหมายในประโยค
Complement คืออะไร? ส่วนเติมเต็มความหมายในประโยค

I. Complement ในประโยค

1. Complement คืออะไร

Complement คือ ส่วนเสริมในภาษาอังกฤษที่ทำหน้าที่เติมเต็มความหมายของประโยคให้สมบูรณ์ โดยจะวางตำแหน่งหลังคำกริยาและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประธานหรือกรรม ส่วนเสริมมีบทบาทสำคัญในการสร้างประโยคที่มีความหมายชัดเจน โดยเฉพาะกับคำกริยาประเภท linking verbs ที่ไม่สามารถใช้เพียงลำพังได้

ส่วนเสริมในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  • Subject Complement - เสริมความหมายให้กับประธาน

  • Object Complement - เสริมความหมายให้กับกรรม

2. ความแตกต่างระหว่าง Complement และ Object

องค์ประกอบ

หน้าที่

ตำแหน่ง

ตัวอย่าง

Object (กรรม)

รับการกระทำจากกริยา

หลังคำกริยาโดยตรง

She reads books. 

(เธออ่านหนังสือ)

Complement (ส่วนเสริม)

เติมเต็มความหมายของประธานหรือกรรม

หลังคำกริยาหรือกรรม

She is a teacher. 

(เธอเป็นครู)

Object + Complement

กรรมพร้อมส่วนเสริมกรรม

กรรม + ส่วนเสริม

They made him president. 

(พวกเขาทำให้เขาเป็นประธาน)

ข้อแตกต่างสำคัญคือ object รับการกระทำโดยตรง ในขณะที่ complement คือ ส่วนที่เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะหรือสถานะของประธานหรือกรรม

II. Subject Complement (ส่วนเติมเต็มประธาน)

1. การใช้ Linking Verbs ร่วมกับส่วนเสริม

Linking verbs เป็นคำกริยาที่เชื่อมประธานกับ subject complement โดยไม่แสดงการกระทำ แต่บอกสถานะหรือลักษณะของประธาน คำกริยากลุ่มนี้ประกอบด้วย:

Linking Verb

ความหมาย

ตัวอย่างประโยค

be

เป็น, คือ, อยู่

The sky is blue. 

(ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน)

become

กลายเป็น

She became a doctor. 

(เธอกลายเป็นหมอ)

seem

ดูเหมือน

He seems tired. 

(เขาดูเหนื่อย)

appear

ปรากฏ, ดูเหมือน

They appear happy.

(พวกเขาดูมีความสุข)

remain

ยังคง

She remains calm. 

(เธอยังคงสงบ)

2. Subject Complement ในรูป Noun และ Adjective

Subject complement สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำคุณศัพท์ โดยทั้งสองรูปแบบจะเติมเต็มข้อมูลเกี่ยวกับประธาน

Subject Complement แบบ Noun:

  • My brother is an engineer. (พี่ชายของฉันเป็นวิศวกร)

  • The winner became the champion. (ผู้ชนะกลายเป็นแชมป์)

  • That building is our office. (ตึกนั้นคือสำนักงานของเรา)

Subject Complement แบบ Adjective:

  • The weather feels cold. (อากาศรู้สึกหนาว)

  • This cake tastes delicious. (เค้กนี้รสชาติอร่อย)

  • The situation looks serious. (สถานการณ์ดูร้ายแรง)

3. ตัวอย่างการใช้ Subject Complement (Examples)

โครงสร้างประโยค

Subject

Linking Verb

Subject Complement

Noun Complement

The movie

is

a masterpiece

Adjective Complement

Her voice

sounds

beautiful

Noun Complement

He

became

the manager

Adjective Complement

The room

smells

fresh

Complement examples เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า subject complement ช่วยให้ประโยคมีความหมายที่สมบูรณ์และชัดเจนยิ่งขึ้น

III. Object Complement (ส่วนเติมเต็มกรรม)

1. โครงสร้างและการวางตำแหน่งส่วนเสริมกรรม

Object complement คือ ส่วนที่วางหลังกรรมเพื่อเติมเต็มความหมายของกรรม โดยมีโครงสร้างพื้นฐานคือ Subject + Verb + Object + Object Complement ซึ่งส่วนเสริมกรรมจะอธิบายหรือเปลี่ยนแปลงสถานะของกรรมภายหลังการกระทำ

ตำแหน่งของ object complement จะอยู่ถัดจากกรรมโดยตรง และไม่สามารถสลับตำแหน่งได้ เพราะจะทำให้ความหมายของประโยคเปลี่ยนไปหรือไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

2. กลุ่มคำกริยาที่ต้องมี Object Complement

กริยา

ความหมาย

ตัวอย่าง Object Complement

make

ทำให้

They made her captain. 

(พวกเขาทำให้เธอเป็นกัปตัน)

consider

พิจารณา, มองว่า

We consider him reliable. 

(เรามองว่าเขาน่าเชื่อถือ)

call

เรียก

They call me Tom. 

(พวกเขาเรียกฉันว่าทอม)

name

ตั้งชื่อ

She named her dog Buddy. 

(เธอตั้งชื่อสุนัขของเธอว่าบัดดี้)

elect

เลือก

People elected him president. 

(ประชาชนเลือกเขาเป็นประธานาธิบดี)

3. ตัวอย่างการใช้ Object Complement

รูปแบบของ object complement แบ่งเป็น 2 ประเภท:

Object Complement แบบ Noun:

  • The committee appointed Sarah coordinator. (คณะกรรมการแต่งตั้งซาราห์เป็นผู้ประสานงาน)

  • They elected John president. (พวกเขาเลือกจอห์นเป็นประธาน)

  • We named our cat Whiskers. (เราตั้งชื่อแมวของเราว่าวิสเกอร์ส)

Object Complement แบบ Adjective:

  • The news made everyone happy. (ข่าวทำให้ทุกคนมีความสุข)

  • I found the book interesting. (ฉันพบว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ)

  • She painted the wall white. (เธอทาผนังเป็นสีขาว)

IV. Adjective Complement และ Noun Clause

1. Adjective Complement

Adjective complement คือ ส่วนที่ตามหลังคำคุณศัพท์เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรืออธิบายความหมายให้ชัดเจนขึ้น โดยมักใช้โครงสร้าง to-infinitive หรือ that-clause

รูปแบบ

โครงสร้าง

ตัวอย่าง

Adjective + to-infinitive

Adj + to + V

I am happy to help you. 

(ฉันยินดีที่จะช่วยคุณ)

Adjective + that-clause

Adj + that + S + V

She is certain that he will come. 

(เธอแน่ใจว่าเขาจะมา)

Adjective + preposition + noun

Adj + prep + N

He is good at mathematics. 

(เขาเก่งคณิตศาสตร์)

ตัวอย่างเพิ่มเติมของ adjective complement:

  • They were eager to learn English. (พวกเขากระตือรือร้นที่จะเรียนภาษาอังกฤษ)

  • I am afraid that it might rain. (ฉันกลัวว่าอาจจะฝนตก)

  • She is proud of her achievements. (เธอภูมิใจในความสำเร็จของเธอ)

2. Noun Clause as Complement

Noun clause as complement เป็นประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเสริม โดยมักเริ่มด้วย that, what, whether, if หรือ wh-words โครงสร้างนี้ช่วยให้ประโยคมีความซับซ้อนและสื่อความหมายที่ละเอียดมากขึ้น

รูปแบบ Noun Clause as Complement:

  • The problem is that we need more time. (ปัญหาคือเราต้องการเวลามากขึ้น)

  • My concern is whether they will agree. (ความกังวลของฉันคือพวกเขาจะเห็นด้วยหรือไม่)

  • The question remains what we should do next. (คำถามที่ยังค้างคืออะไรที่เราควรทำต่อไป)

  • His belief is that hard work pays off. (ความเชื่อของเขาคือการทำงานหนักจะได้ผล)

3. ข้อแตกต่างของโครงสร้างส่วนเสริมแต่ละแบบ

ประเภท Complement

ลักษณะเด่น

ตัวอย่าง

ใช้กับ

Subject Complement

เติมเต็มประธาน

She is intelligent. 

(เธอฉลาด)

Linking verbs

Object Complement

เติมเต็มกรรม

We found him honest. 

(เราพบว่าเขาซื่อสัตย์)

Transitive verbs

Adjective Complement

เสริมคำคุณศัพท์

I am ready to go. 

(ฉันพร้อมที่จะไป)

คำคุณศัพท์

Noun Clause Complement

ประโยคย่อยเป็นเสริม

The fact is that she won. 

(ความจริงคือเธอชนะ)

Linking verbs

บทความแนะนำ:

V. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่วนเสริม (FAQ)

Complement คืออะไรในเชิงไวยากรณ์?

Complement คือ ส่วนประกอบของประโยคที่ทำหน้าที่เติมเต็มความหมายให้สมบูรณ์ โดยวางตำแหน่งหลังคำกริยาและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประธานหรือกรรม ในเชิงไวยากรณ์ ส่วนเสริมถือเป็นองค์ประกอบจำเป็นสำหรับคำกริยาบางประเภท เช่น linking verbs ที่ไม่สามารถใช้ตัวเดียวได้ ตัวอย่างเช่น She is happy. คำว่า happy เป็น complement ที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์

Complement จำเป็นต้องมีในทุกประโยคหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องมีในทุกประโยค เพราะบางประโยคใช้ action verbs ที่สมบูรณ์ด้วยตัวเอง เช่น She runs. (เธอวิ่ง) หรือ They eat. (พวกเขากิน) แต่สำหรับประโยคที่ใช้ linking verbs หรือคำกริยาที่ต้องการ object complement จะต้องมีส่วนเสริมเพื่อให้ความหมายครบถ้วน เช่น He is ___. (ไม่สมบูรณ์) ต้องเติมเป็น He is a student. (เขาเป็นนักเรียน) จึงจะมีความหมายชัดเจน

คำกริยาประเภทใดบ้างที่ต้องมีส่วนเสริมเสมอ?

คำกริยาที่ต้องมีส่วนเสริมเสมอแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ linking verbs เช่น be, become, seem, appear, remain ซึ่งต้องมี subject complement และกลุ่มคำกริยาที่ต้องการ object complement เช่น make, consider, call, name, elect, appoint ทั้งสองกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีส่วนเสริมเพื่อให้ประโยคมีความหมายสมบูรณ์ ถ้าขาดส่วนเสริมจะทำให้ประโยคไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

Subject และ Object Complement ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ส่วนที่อ้างอิง โดย subject complement อ้างอิงและอธิบายประธาน วางตำแหน่งหลัง linking verb เช่น She is beautiful. (เธอสวย) ส่วน object complement อ้างอิงและอธิบายกรรม วางตำแหน่งหลังกรรมของประโยค เช่น They elected him president. (พวกเขาเลือกเขาเป็นประธาน) การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้สร้างประโยคได้ถูกต้องและวิเคราะห์โครงสร้างประโยคได้แม่นยำขึ้น

VI. บทสรุป

Complement คือ องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ประโยคภาษาอังกฤษมีความหมายสมบูรณ์ โดยแบ่งเป็น subject complement ที่เติมเต็มประธาน และ object complement ที่เติมเต็มกรรม รวมถึงรูปแบบพิเศษอย่าง adjective complement และ noun clause as complement ที่เพิ่มความหลากหลายให้กับโครงสร้างประโยค การเข้าใจและใช้ส่วนเสริมอย่างถูกต้องจะช่วยพัฒนาทักษะการเขียนและการพูดภาษาอังกฤษให้มีความแม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

หากคุณต้องการพัฒนาทักษะไวยากรณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ IELTS อย่างเป็นระบบ PREP Education มีคอร์สเรียน ielts ออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกทักษะ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงขั้นสูง พร้อมแผนการเรียนที่ปรับให้เหมาะกับระดับของผู้เรียนแต่ละคน ระบบ AI ของ PREP จะช่วยวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็ง พร้อมให้ฟีดแบ็กแบบเรียลไทม์ในการฝึกทักษะ Writing และ Speaking นอกจากนี้ยังมี Virtual Writing Room และ Virtual Speaking Room ที่ช่วยให้คุณฝึกฝนได้ตลอดเวลาและติดตามความก้าวหน้าอย่างชัดเจน เริ่มต้นเตรียมสอบ IELTS กับ PREP วันนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายคะแนนที่ตั้งไว้

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect