คำศัพท์เวลาภาษาอังกฤษ ใช้ยังไงให้ถูกต้องในทุกสถานการณ์

คำศัพท์เวลาภาษาอังกฤษ ครอบคลุมสี่กลุ่มหลัก ได้แก่ หน่วยเวลาและช่วงเวลาในวัน การบอกเวลาทั้งแบบทางการและทั่วไป คำบอกความถี่และช่วงเวลา และคำศัพท์เวลาสำหรับที่ทำงาน กลุ่มที่คนไทยสับสนมากที่สุดคือ prepositions of time ได้แก่ at, in, on รวมถึงความต่างระหว่าง since กับ for

หลายคนเรียนภาษาอังกฤษมาหลายปีแต่ยังพูดผิด เช่น "in morning" แทนที่จะเป็น "in the morning" หรืออ่านคำว่า hour ว่า /hoʊr/ ทั้งที่ตัว H เงียบ การรู้ว่าตรงไหนที่ภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีโครงสร้างต่างกัน คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แก้ปัญหาได้ถูกจุด

บทความนี้รวบรวมคำศัพท์เวลาภาษาอังกฤษมากกว่า 120 คำ พร้อมคำอ่าน IPA และตัวอย่างประโยคที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อีเมลงาน และข้อสอบ IELTS เริ่มจากพื้นฐานหน่วยเวลา ไปถึงการบอกเวลาแบบ native speaker ตามด้วยคำบอกความถี่และช่วงเวลา และปิดด้วยคำศัพท์เวลาที่ใช้ในที่ทำงาน

คำศัพท์เกี่ยวกับเวลาในภาษาอังกฤษ (Time Vocabulary) ที่คุณต้องรู้
คำศัพท์เกี่ยวกับเวลาในภาษาอังกฤษ (Time Vocabulary) ที่คุณต้องรู้

I. หน่วยเวลาและช่วงเวลาในวัน

หน่วยเวลาในภาษาอังกฤษแบ่งเป็นสองชุด - หน่วยวัดเวลา (second, minute, hour) และคำบอกช่วงเวลาในวัน (morning, afternoon, night) ทั้งสองชุดต้องใช้ควบคู่กันเพื่อสื่อสารได้ครบถ้วน

1. หน่วยเวลาพื้นฐาน

หน่วยเวลาทุกคำในภาษาอังกฤษสามารถเป็นทั้ง noun และ adjective ได้ เช่น "a five-minute break" ไม่ใช่ "a five-minutes break" - เมื่อใช้เป็น adjective ต้องเป็น singular เสมอ

หน่วยเวลาพื้นฐาน
หน่วยเวลาพื้นฐาน

คำศัพท์

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

second

/ˈsɛkənd/

วินาที

Wait five seconds.(รอห้าวินาที)

minute

/ˈmɪnɪt/

นาที

I'll be ready in a minute.(เดี๋ยวพร้อมแล้ว)

hour

/ˈaʊər/

ชั่วโมง

The meeting lasts two hours.(ประชุมสองชั่วโมง)

day

/deɪ/

วัน

Submit the report in three days.(ส่งรายงานใน 3 วัน)

week

/wiːk/

สัปดาห์

She worked 60 hours last week.(เธอทำงาน 60 ชั่วโมงสัปดาห์ที่แล้ว)

month

/mʌnθ/

เดือน

The project runs for six months.(โปรเจคใช้เวลา 6 เดือน)

year

/jɪər/

ปี

He studied English for three years.(เขาเรียนภาษาอังกฤษสามปี)

decade

/ˈdɛkeɪd/

ทศวรรษ

Smartphones changed the world in a decade.(สมาร์ทโฟนเปลี่ยนโลกในทศวรรษเดียว)

century

/ˈsɛntʃəri/

ศตวรรษ

English grammar evolved over centuries.(ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพัฒนามาหลายศตวรรษ)

2. ช่วงเวลาในวัน

ช่วงเวลาในวันของภาษาอังกฤษไม่ได้แบ่งเหมือนภาษาไทย - ภาษาอังกฤษแบ่งตามแสงและกิจกรรมทางสังคม ไม่ใช่ตามนาฬิกาพระอาทิตย์

ช่วงเวลาในวัน
ช่วงเวลาในวัน

คำศัพท์

IPA

ช่วงเวลา

หมายเหตุ

dawn

/dɔːn/

ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น

ใช้ในบทกวี วรรณกรรม IELTS

morning

/ˈmɔːrnɪŋ/

06:00–12:00

ใช้กับ in the morning

noon

/nuːn/

12:00 พอดี

= midday /ˈmɪddeɪ/

afternoon

/ˌæftərˈnuːn/

12:00–17:00

ใช้กับ in the afternoon

evening

/ˈiːvnɪŋ/

17:00–21:00

ใช้กับ in the evening

night

/naɪt/

21:00–ก่อนนอน

ใช้กับ at night (ไม่มี the)

midnight

/ˈmɪdnaɪt/

00:00 พอดี

ใช้กับ at midnight

dusk

/dʌsk/

พระอาทิตย์ตก

ตรงข้ามกับ dawn

II. การบอกเวลาภาษาอังกฤษ

การบอกเวลาในภาษาอังกฤษมีสองระบบ - ระบบทางการใช้ตัวเลข 24 ชั่วโมง หรือ AM/PM และระบบพูดทั่วไปใช้ past/to กับ quarter/half คนไทยส่วนใหญ่รู้แค่ระบบแรก แต่ native speakers ใช้ระบบที่สองในชีวิตประจำวัน

1. รูปแบบทางการ (Formal / Digital Time)

สำหรับอีเมล ประกาศ และเอกสารทางการ ให้ใช้รูปแบบตัวเลขตามตารางด้านล่าง ซึ่ง native speakers ทั่วโลกเข้าใจตรงกัน

การบอกเวลาภาษาอังกฤษ
การบอกเวลาภาษาอังกฤษ

เวลา

ภาษาอังกฤษ

หมายเหตุ

9:00 น.

9:00 AM / 9 a.m.

AM = ante meridiem = ก่อนเที่ยง

15:00 น.

3:00 PM / 3 p.m.

PM = post meridiem = หลังเที่ยง

12:00 น.

12 noon / 12 PM

ไม่ใช่ 12 AM

00:00 น.

12 midnight / 12 AM

ไม่ใช่ 12 PM

7:30 น.

7:30 AM

อ่านว่า "seven thirty AM"

2. รูปแบบการพูดทั่วไป (Spoken / Casual Time)

native speakers ที่กรุงเทพหรือลอนดอนไม่ค่อยพูดว่า "two thirty PM" - พวกเขาบอกเวลาแบบนี้แทน

เวลา

วิธีพูด

IPA

3:00

three o'clock

/θriː əˈklɒk/

3:15

quarter past three

/ˈkwɔːrtər pæst θriː/

3:30

half past three

/hæf pæst θriː/

3:45

quarter to four

/ˈkwɔːrtər tə fɔːr/

3:55

five to four

/faɪv tə fɔːr/

3:05

five past three

/faɪv pæst θriː/

ตัวอย่างประโยคการบอกเวลาแบบ native speaker:

  • "Let's meet at half past nine."(นัดเจอกันตีเก้าครึ่งนะ)-- ใช้ half past แทน 9:30

  • "The BTS closes at quarter to midnight."(BTS ปิดก่อนเที่ยงคืนสิบห้านาที)-- quarter to midnight = 23:45

  • "She arrived five minutes to eight."(เธอมาถึงก่อนแปดโมงห้านาที)-- five to eight = 7:55

  • "The class starts at ten past seven."(เรียนเริ่มเจ็ดโมงสิบนาที)-- ten past seven = 7:10

III. คำบอกความถี่ภาษาอังกฤษ

Adverbs of frequency ในภาษาอังกฤษบอก "บ่อยแค่ไหน" - มีทั้งแบบ percentage (always = 100%, never = 0%) และแบบ relative (often, sometimes, rarely) ตำแหน่งในประโยคของคำเหล่านี้ต่างจากภาษาไทยอย่างมาก

1. Adverbs of Frequency หลัก

คำเหล่านี้วางก่อน main verb เสมอ แต่วางหลัง verb to be เพราะเป็นกฎตายตัวของภาษาอังกฤษ

Adverbs of Frequency
Adverbs of Frequency

คำศัพท์

IPA

ตัวอย่าง

always

/ˈɔːlweɪz/

She always submits reports on time.(เธอส่งรายงานตรงเวลาเสมอ)

usually

/ˈjuːʒuəli/

I usually start work at 9 AM.(ปกติเริ่มงานตีเก้า)

often

/ˈɒfən/

He often works overtime in December.(เขามักทำงานล่วงเวลาช่วงธันวา)

sometimes

/ˈsʌmtaɪmz/

We sometimes skip lunch meetings.(เราบางครั้งก็ไม่ประชุมมื้อเที่ยง)

rarely

/ˈrɛərli/

The train rarely arrives late.(รถไฟแทบไม่มาสาย)

never

/ˈnɛvər/

I never check emails after 9 PM.(ไม่เช็คอีเมลหลังสามทุ่มเลย)

2. คำบอกความถี่แบบระบุช่วงเวลา (Specific Frequency)

นอกจาก adverbs แล้ว ภาษาอังกฤษยังใช้ phrase เพื่อบอกความถี่ที่ระบุได้ชัดเจนกว่า เช่นใช้ในอีเมลงานหรือการนัดหมาย

คำ/วลี

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

daily

/ˈdeɪli/

ทุกวัน

The report is sent daily.(ส่งรายงานทุกวัน)

weekly

/ˈwiːkli/

ทุกสัปดาห์

We have weekly check-ins on Monday.(เช็คอินทุกวันจันทร์)

monthly

/ˈmʌnθli/

ทุกเดือน

Invoices are processed monthly.(ใบแจ้งหนี้ส่งทุกเดือน)

annually

/ˈænjuəli/

ทุกปี

Staff reviews happen annually.(รีวิวพนักงานปีละครั้ง)

every other day

/ˈɛvri ˈʌðər deɪ/

วันเว้นวัน

She exercises every other day.(เธอออกกำลังกายวันเว้นวัน)

twice a week

/twaɪs ə wiːk/

สองครั้งต่อสัปดาห์

I study English twice a week.(เรียนภาษาอังกฤษอาทิตย์ละสองครั้ง)

IV. คำบอกช่วงเวลา: อดีต ปัจจุบัน อนาคต

คำบอกช่วงเวลาในภาษาอังกฤษแบ่งเป็นสามกลุ่มตามทิศทางของเวลา - อดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่ละกลุ่มมี prepositions และ collocations ที่ต้องใช้ถูกต้องในบริบทนั้นๆ

1. คำบอกเวลาในอดีต (Past Time Expressions)

คำเหล่านี้ใช้คู่กับ past tense เสมอ - ห้ามใช้กับ present หรือ future tense เพราะจะผิด grammar

คำ/วลี

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

yesterday

/ˈjɛstərdeɪ/

เมื่อวาน

I submitted the report yesterday.(ส่งรายงานเมื่อวาน)

last week/month/year

/læst/

สัปดาห์/เดือน/ปีที่แล้ว

She resigned last month.(เธอลาออกเดือนที่แล้ว)

ago

/əˈɡoʊ/

...ที่ผ่านมา

He joined three years ago.(เขาเข้างานสามปีก่อน)

previously

/ˈpriːviəsli/

ก่อนหน้านี้

I previously worked at a hotel.(ก่อนหน้านี้ทำงานโรงแรม)

formerly

/ˈfɔːrməli/

ในอดีต (ทางการ)

The building was formerly a bank.(อาคารนี้เคยเป็นธนาคาร)

once

/wʌns/

ครั้งหนึ่ง

I once missed the last BTS train.(ครั้งหนึ่งฉันพลาดรถ BTS เที่ยวสุดท้าย)

2. คำบอกเวลาในปัจจุบัน (Present Time Expressions)

คำบอกปัจจุบันในภาษาอังกฤษมีความต่างในระดับความเป็นทางการ - now เป็นกลาง, currently เป็นทางการ, nowadays บอก trend ในปัจจุบัน

คำ/วลี

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

now

/naʊ/

ตอนนี้

I'm in a meeting now.(ตอนนี้อยู่ในประชุม)

currently

/ˈkʌrəntli/

ปัจจุบัน (ทางการ)

She is currently on leave.(เธอลาพักร้อนอยู่ตอนนี้)

at the moment

/æt ðə ˈmoʊmənt/

ณ ขณะนี้

I can't talk at the moment.(ตอนนี้คุยไม่ได้)

nowadays

/ˈnaʊədeɪz/

ทุกวันนี้ (trend)

Nowadays, remote work is common.(ทุกวันนี้ทำงานออนไลน์กันมาก)

these days

/ðiːz deɪz/

ช่วงนี้

She's been busy these days.(เธอยุ่งช่วงนี้)

today

/təˈdeɪ/

วันนี้

The deadline is today at 5 PM.(เดดไลน์วันนี้ห้าโมงเย็น)

3. คำบอกเวลาในอนาคต (Future Time Expressions)

คำบอกอนาคตสะท้อนระดับความแน่นอน - tomorrow และ next week แน่นอนที่สุด soon และ eventually มีความไม่แน่นอนสูงกว่า

คำ/วลี

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

tomorrow

/təˈmɒroʊ/

พรุ่งนี้

The meeting is tomorrow at 10.(ประชุมพรุ่งนี้สิบโมง)

next week/month

/nɛkst/

สัปดาห์/เดือนหน้า

I start the new role next Monday.(เริ่มตำแหน่งใหม่วันจันทร์หน้า)

soon

/suːn/

เร็วๆ นี้

We'll announce results soon.(จะประกาศผลเร็วๆ นี้)

shortly

/ˈʃɔːrtli/

ในอีกไม่ช้า (ทางการ)

The presentation will begin shortly.(การนำเสนอจะเริ่มในอีกไม่ช้า)

eventually

/ɪˈvɛntʃuəli/

ในที่สุด

He'll get promoted eventually.(เขาจะได้เลื่อนตำแหน่งในที่สุด)

in the future

/ɪn ðə ˈfjuːtʃər/

ในอนาคต

I plan to study abroad in the future.(วางแผนเรียนต่างประเทศในอนาคต)

บทความแนะนำอ่านต่อ: 

V. คำศัพท์เวลาในที่ทำงานภาษาอังกฤษ

คำศัพท์เวลาในที่ทำงานที่คนไทยต้องใช้มากที่สุดแบ่งเป็นสองกลุ่ม - คำบอกสถานะเวลา (on time, late, punctual) และคำบอกกรอบเวลางาน (deadline, schedule, due date)

1. คำบอกสถานะเวลา

คนทำงานในกรุงเทพต้องรู้คำเหล่านี้สำหรับการประชุม นัดหมาย และการส่งงาน - การเลือกใช้คำให้ถูกบริบทแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ

คำศัพท์

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

on time

/ɒn taɪm/

ตรงเวลา

Please arrive on time.(กรุณามาตรงเวลา)

punctual

/ˈpʌŋktʃuəl/

ตรงต่อเวลา (คุณสมบัติ)

He is always punctual for client meetings.(เขาตรงต่อเวลาทุกครั้งที่ประชุมลูกค้า)

early

/ˈɜːrli/

ก่อนเวลา

She arrived 15 minutes early.(เธอมาก่อน 15 นาที)

late

/leɪt/

สาย

The report was submitted late.(ส่งรายงานสาย)

overdue

/ˌoʊvərˈdjuː/

เลยกำหนด

The invoice is three days overdue.(ใบแจ้งหนี้เลยกำหนดสามวันแล้ว)

ahead of schedule

/əˈhɛd əv ˈʃɛdjuːl/

เร็วกว่ากำหนด

The project is two weeks ahead of schedule.(โปรเจคเร็วกว่ากำหนดสองสัปดาห์)

2. คำบอกกรอบเวลางาน

คำเหล่านี้ใช้บ่อยในอีเมล และรายงาน - การใช้ผิดคำอาจทำให้ความหมายคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ deadline กับ due date ที่คนไทยมักใช้สลับกัน

คำศัพท์

IPA

ความหมาย

ตัวอย่าง

deadline

/ˈdɛdlaɪn/

กำหนดส่งงาน

The deadline is Friday at noon.(กำหนดส่งวันศุกร์เที่ยงวัน)

due date

/djuː deɪt/

วันครบกำหนด

The due date for the invoice is the 30th.(ครบกำหนดใบแจ้งหนี้วันที่ 30)

schedule

/ˈʃɛdjuːl/

ตารางเวลา

Check the meeting schedule before Tuesday.(เช็คตารางประชุมก่อนวันอังคาร)

appointment

/əˈpɔɪntmənt/

การนัดหมาย

I have a doctor's appointment at 2 PM.(นัดหมอบ่ายสอง)

overtime

/ˈoʊvərtaɪm/

ล่วงเวลา

She worked overtime three days this week.(เธอทำงานล่วงเวลาสามวันสัปดาห์นี้)

urgent

/ˈɜːrdʒənt/

ด่วน

This is urgent - please reply by 3 PM.(เรื่องด่วน - กรุณาตอบก่อนบ่ายสาม)

VI. คำถามที่พบบ่อย FAQ 

1. At, In, On + เวลา ต่างกันอย่างไร?

กฎจำง่ายที่สุด: at ใช้กับเวลาที่ระบุแน่นอน, in ใช้กับช่วงเวลาและปี, on ใช้กับวัน. กฎนี้ครอบคลุม 90% ของกรณีทั้งหมด

  • At + เวลาที่แน่นอน: at 9 AM, at noon, at midnight, at the weekend (British English)

  • In + ช่วงเวลาและปี: in the morning, in 2025, in January, in winter, in the evening

  • On + วันและวันที่: on Monday, on Friday morning, on 25 May, on New Year's Day

ข้อยกเว้นที่คนไทยมักสับสน: "at night" ไม่มี the (แตกต่างจาก in the morning, in the evening)

2. Since กับ For ใช้ต่างกันอย่างไร?

กฎตายตัว: since ระบุจุดเริ่มต้น (starting point) และ for ระบุระยะเวลา (duration) ทั้งสองคำใช้กับ present perfect เมื่อเหตุการณ์ยังดำเนินอยู่

  • "I have worked here for three years." (ระยะเวลา 3 ปี)(ทำงานที่นี่มาสามปีแล้ว)

  • "I have worked here since 2022." (เริ่มจากปี 2022)(ทำงานที่นี่ตั้งแต่ปี 2022)

  • "She has been waiting for an hour." (รอมาหนึ่งชั่วโมง)(รอมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว)

  • "She has been waiting since 10 AM." (รอตั้งแต่สิบโมง)(รอตั้งแต่สิบโมงเช้า)

ทดสอบง่ายๆ: ถ้าแทนด้วยตัวเลขได้ (3 years, 2 hours) ใช้ for - ถ้าแทนด้วยวันที่หรือเวลาได้ (2022, 10 AM) ใช้ since

3. O'clock ใช้ได้เฉพาะเมื่อไหร่?

o'clock ใช้ได้เฉพาะเมื่อเวลาเป็นชั่วโมงพอดี (exact hour) เท่านั้น - ห้ามใช้กับเวลาที่มีนาที

  • ✅ "The meeting is at three o'clock." (15:00 พอดี)

  • ✅ "She left at seven o'clock." (7:00 พอดี)

  • ❌ "The train leaves at three thirty o'clock." - ผิด ต้องพูดว่า "at three thirty" หรือ "at half past three"

  • ❌ "At nine fifteen o'clock" - ผิด ต้องพูดว่า "at nine fifteen" หรือ "at quarter past nine"

o'clock ย่อมาจาก "of the clock" - ใช้มาตั้งแต่ยุคที่นาฬิกาหายาก จึงต้องบอกว่ากำลังอ้างอิงนาฬิกา ปัจจุบันใช้เพื่อความชัดเจนว่าเป็นชั่วโมงพอดีเท่านั้น

คำศัพท์เวลาภาษาอังกฤษ เป็นมากกว่าแค่รายการคำศัพท์ - เป็นระบบที่มีกฎเกี่ยวกับ prepositions, tense, และ collocations ที่ต้องใช้ร่วมกันให้ถูกต้อง การรู้แค่คำแปลโดยไม่รู้กฎการใช้ คือสาเหตุที่คนไทยหลายคนพูดผิดซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว

จากที่เรียนรู้ในบทความนี้ - หน่วยเวลาและช่วงเวลาในวันวางรากฐานให้เข้าใจระบบ, การบอกเวลาแบบ past/to ช่วยสื่อสารกับ native speakers ได้เป็นธรรมชาติ, ส่วนคำ since/for และ at/in/on คือ grammar rules ที่แก้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด

 

หากต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างครบถ้วนเพื่อเตรียมสอบ IELTS PREP Education นำเสนอคอร์ส IELTS ออนไลน์ที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงขั้นสูง ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนผ่านบทเรียนที่ครอบคลุมทักษะทั้ง 4 ด้าน พร้อมเทคโนโลยี AI ที่ช่วยประเมินและให้คำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล Virtual Speaking Room และ Virtual Writing Room ช่วยให้ผู้เรียนติวสอบ IELTS ออนไลน์และได้รับคำติชมทันทีตามเกณฑ์มาตรฐาน IELTS เพื่อบรรลุเป้าหมายคะแนนที่ตั้งใจไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect