Subordinating Conjunctions: วิธีใช้ พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย
คุณเคยสังเกตไหมว่าประโยคภาษาอังกฤษบางประโยคดูซับซ้อนและน่าสนใจกว่าประโยคสั้นๆ แบบธรรมดา? ความลับอยู่ที่การใช้ subordinating conjunctions นี่เอง! คำเชื่อมเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องมือวิเศษที่ช่วยเชื่อมโยงความคิด แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล และทำให้การสื่อสารของคุณมีความลึกซึ้งและเป็นมืออาชีพมากขึ้น
การเข้าใจ subordinating conjunctions คืออะไร และใช้งานได้อย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยให้คุณเขียนและพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคะแนน IELTS โดยเฉพาะในส่วน Writing Task 2 และ Speaking Part 3 ที่ต้องการการแสดงความคิดที่ซับซ้อนและมีเหตุผล ผู้สอบที่ได้ Band 7.0 ขึ้นไปมักใช้ complex sentences ด้วย subordinating conjunctions อย่างเชี่ยวชาญ
บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับ subordinating conjunctions อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย ประเภทต่างๆ ไปจนถึง subordinating conjunctions examples ที่ใช้ได้จริง พร้อมเทคนิคการจำและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย มาเริ่มต้นพัฒนาทักษะการใช้คำเชื่อมให้เป็นมืออาชีพกันเลย
- I. Subordinating Conjunctions คืออะไร?
- II. ประเภทของ Subordinating Conjunctions
- III. เทคนิคการใช้ Subordinating Conjunctions อย่างถูกต้อง
- IV. คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- 1. Subordinating Conjunctions แตกต่างจาก Coordinating Conjunctions (FANBOYS) อย่างไร?
- 2. "Dependent Clause" หรือ "อนประโยค" มีความหมายและลักษณะอย่างไร?
- 3. คำเชื่อม Subordinating Conjunctions กลุ่มไหนที่มักใช้ในภาษาเขียนที่เป็นทางการ?
- 4. เราจำเป็นต้องใช้เครื่องหมายจุลภาค (comma) ทุกครั้งที่ Subordinating Conjunction ขึ้นต้นประโยคใช่หรือไม่?
Key Takeaways
- Subordinating conjunctions คือคำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคใจความรอง (Dependent Clause) เข้ากับประโยคหลัก (Independent Clause) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสองส่วน
- Subordinating conjunctions คืออะไร: เป็นคำเชื่อมที่สร้างประโยคความซับซ้อน (Complex Sentences) ช่วยให้การเขียนและการพูดมีความหลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น
- คำเชื่อมประเภทนี้แบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก: เวลา (Time), สาเหตุ (Cause), เงื่อนไข (Condition), การเปรียบเทียบ (Comparison), วิธีการ (Manner), สถานที่ (Place), วัตถุประสงค์ (Purpose) และการยอมรับ (Concession)
- Subordinating conjunctions ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ because, although, when, if, while, since, unless, before, after
- ตำแหน่งของ Dependent Clause สามารถอยู่หน้าหรือหลัง Independent Clause ได้ โดยถ้าอยู่หน้าต้องมีเครื่องหมายจุลภาค (comma) คั่น
I. Subordinating Conjunctions คืออะไร?
1. ความหมายและหน้าที่
Subordinating conjunctions คือคำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคสองส่วนที่มีความสำคัญไม่เท่ากัน:
-
Independent Clause (ประโยคหลัก) = ประโยคที่สมบูรณ์ สามารถยืนคนเดียวได้
-
Dependent Clause (ประโยครอง) = ประโยคที่ไม่สมบูรณ์ ต้องอาศัยประโยคหลัก
หน้าที่หลัก:
-
สร้าง Complex Sentences (ประโยคความซับซ้อน)
-
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสองเหตุการณ์หรือความคิด
-
ระบุความสัมพันธ์เชิงเหตุผล เช่น สาเหตุ เวลา เงื่อนไข
2. ความแตกต่างระหว่าง Subordinating และ Coordinating Conjunctions
|
หัวข้อ |
Subordinating Conjunctions |
Coordinating Conjunctions |
|
ตัวอย่าง |
because, although, when, if, while |
and, but, or, so, yet, for, nor |
|
หน้าที่ |
เชื่อมประโยคที่ไม่เท่าเทียม |
เชื่อมประโยคที่เท่าเทียม |
|
ประโยคที่ได้ |
Complex Sentence |
Compound Sentence |
|
ตัวอย่างประโยค |
I stayed home because it rained. |
It rained, and I stayed home. |
|
ความสัมพันธ์ |
แสดงเหตุผล เวลา เงื่อนไข |
เชื่อมความคิดที่เท่ากัน |
3. โครงสร้างพื้นฐาน
รูปแบบที่ 1: Dependent Clause + Independent Clause
Subordinating Conjunction + Subject + Verb, Subject + Verb
ตัวอย่าง: Because it was raining, we stayed home.
รูปแบบที่ 2: Independent Clause + Dependent Clause
Subject + Verb + Subordinating Conjunction + Subject + Verb
ตัวอย่าง: We stayed home because it was raining.
หมายเหตุ: เมื่อ Dependent Clause อยู่ข้างหน้า ต้องมีจุลภาค (,) คั่น แต่ถ้าอยู่ข้างหลังไม่ต้องใช้จุลภาค
II. ประเภทของ Subordinating Conjunctions
1. Time (เวลา)
Subordinating conjunctions ที่แสดงความสัมพันธ์เชิงเวลา:
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
when |
เมื่อ |
When I arrived, the meeting had started. (เมื่อฉันมาถึง การประชุมเริ่มไปแล้ว) |
|
while |
ขณะที่ |
She was reading while I was cooking. (เธออ่านหนังสืออยู่ขณะที่ฉันทำอาหาร) |
|
before |
ก่อน |
Finish your homework before you watch TV. (ทำการบ้านให้เสร็จก่อนดูทีวี) |
|
after |
หลังจาก |
After we ate dinner, we went for a walk. (หลังจากทานข้าวเย็น เราไปเดินเล่น) |
|
until |
จนกระทั่ง |
Wait here until I come back. (รออยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะกลับมา) |
|
since |
ตั้งแต่ |
I've known her since we were children. (ฉันรู้จักเธอตั้งแต่เราเป็นเด็ก) |
|
as soon as |
ทันทีที่ |
Call me as soon as you arrive. (โทรหาฉันทันทีที่คุณมาถึง) |
บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม: Prepositions of Time (คำบุพบทบอกเวลา)
2. Cause/Reason (สาเหตุ/เหตุผล)
คำเชื่อมแสดงเหตุผล:
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
because |
เพราะว่า |
She stayed home because she was sick. (เธออยู่บ้านเพราะป่วย) |
|
since |
เนื่องจาก |
Since it's raining, we'll cancel the picnic. (เนื่องจากฝนตก เราจะยกเลิกปิกนิก) |
|
as |
เนื่องจาก |
As I was tired, I went to bed early. (เนื่องจากเหนื่อย ฉันเลยนอนเร็ว) |
หมายเหตุ: "Because" เป็นคำเชื่อมที่นิยมใช้มากที่สุดในการแสดงเหตุผล
3. Condition (เงื่อนไข)
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
if |
ถ้า |
If you study hard, you will pass. (ถ้าคุณเรียนหนัก คุณจะสอบผ่าน) |
|
unless |
เว้นแต่ว่า |
You can't enter unless you have a ticket. (คุณเข้าไม่ได้เว้นแต่จะมีตั๋ว) |
|
provided (that) |
หากว่า |
You can go provided you finish your work. (คุณไปได้หากทำงานเสร็จ) |
|
ตราบใดที่ |
You can stay as long as you want. (คุณอยู่ได้นานเท่าที่ต้องการ) |
4. Contrast/Concession (การตัดกัน/การยอมรับ)
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
although |
แม้ว่า |
Although it was cold, we went swimming. (แม้ว่าอากาศหนาว เรายังไปว่ายน้ำ) |
|
though |
แม้ว่า |
Though she's young, she's very talented. (แม้ว่าเธอยังเด็ก เธอมีความสามารถมาก) |
|
even though |
ถึงแม้ว่า |
Even though I'm tired, I'll help you. (ถึงแม้ฉันเหนื่อย ฉันจะช่วยคุณ) |
|
while |
ในขณะที่ (ตัดกัน) |
While I like coffee, my sister prefers tea. (ในขณะที่ฉันชอบกาแฟ น้องสาวชอบชา) |
|
whereas |
ในขณะที่ |
He is tall, whereas his brother is short. (เขาสูง ในขณะที่น้องชายเตี้ย) |
บทความแนะนำ: Though, Although, Even Though, Despite, In Spite of ใช้ยังไงให้ถูกต้อง
5. Purpose (วัตถุประสงค์)
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
เพื่อที่ |
I'm studying hard so that I can pass. (ฉันเรียนหนักเพื่อที่จะสอบผ่าน) |
|
|
in order that |
เพื่อว่า |
She arrived early in order that she could get a good seat. (เธอมาเร็วเพื่อได้ที่นั่งดี) |
6. Comparison (การเปรียบเทียบ)
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
than |
กว่า |
She runs faster than I do. (เธอวิ่งเร็วกว่าฉัน) |
|
as...as |
เท่ากับ |
He is as tall as his father. (เขาสูงเท่าพ่อ) |
บทความแนะนำ:
7. Manner (วิธีการ)
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
as |
ตามที่ |
Do as I say. (ทำตามที่ฉันบอก) |
|
as if |
ราวกับว่า |
She acts as if she knows everything. (เธอทำตัวราวกับรู้ทุกอย่าง) |
|
as though |
ราวกับว่า |
He looks as though he's seen a ghost. (เขาดูราวกับเห็นผี) |
8. Place (สถานที่)
|
คำเชื่อม |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
where |
ที่ไหน |
This is where I grew up. (นี่คือที่ที่ฉันเติบโต) |
|
wherever |
ที่ไหนก็ตาม |
You can sit wherever you like. (คุณนั่งที่ไหนก็ได้ที่ชอบ) |
III. เทคนิคการใช้ Subordinating Conjunctions อย่างถูกต้อง
1. กฎการใช้เครื่องหมายจุลภาค (Comma)
ใช้จุลภาค: เมื่อ Dependent Clause อยู่ข้างหน้า
- Because it was raining**,** we stayed inside. ✅
ไม่ใช้จุลภาค: เมื่อ Dependent Clause อยู่ข้างหลัง
- We stayed inside because it was raining. ✅
2. หลีกเลี่ยง Sentence Fragments
ผิด: ❌ Because I was tired. (ประโยคไม่สมบูรณ์)
ถูก: ✅ I went to bed early because I was tired.
ถูก: ✅ Because I was tired, I went to bed early.
3. ไม่ใช้สอง Subordinating Conjunctions ในประโยคเดียว
ผิด: ❌ Although it was raining, but we went out.
ถูก: ✅ Although it was raining, we went out.
ถูก: ✅ It was raining, but we went out.
4. เลือกคำเชื่อมให้เหมาะสมกับความหมาย
เหตุผล: because, since, as
เงื่อนไข: if, unless, provided
ตัดกัน: although, though, even though, while, whereas
บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม:
- Correlative conjunctions ในภาษาอังกฤษ
- สรุป Relative Clauses เชื่อมประโยคให้โปร
- โครงสร้างและการใช้ Adjective Clause
IV. คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. Subordinating Conjunctions แตกต่างจาก Coordinating Conjunctions (FANBOYS) อย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ลักษณะของประโยคที่เชื่อม Coordinating conjunctions (for, and, nor, but, or, yet, so) เชื่อมประโยคที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ในขณะที่ subordinating conjunctions เชื่อมประโยคที่มีความสำคัญไม่เท่าเทียมกัน โดยมีประโยคหลักและประโยคย่อย
ตัวอย่างเปรียบเทียบ:
-
Coordinating: I like coffee, and she likes tea. (ฉันชอบกาแฟ และเธอชอบชา)
-
Subordinating: I drink coffee because I need energy. (ฉันดื่มกาแฟเพราะต้องการพลังงาน)
2. "Dependent Clause" หรือ "อนประโยค" มีความหมายและลักษณะอย่างไร?
Dependent clause เป็นประโยคย่อยที่ไม่สามารถยืนหยัดเป็นประโยคสมบูรณ์ได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยประโยคหลักในการสื่อความหมายที่สมบูรณ์ ลักษณะสำคัญคือขึ้นต้นด้วย subordinating conjunctions และมีประธานกับกริยาครบถ้วน แต่ความหมายไม่สมบูรณ์
ตัวอย่าง:
-
"When I finish work" - มีประธาน (I) และกริยา (finish) แต่ความหมายไม่สมบูรณ์
-
ต้องเพิ่ม: "When I finish work, I'll go home." (เมื่อฉันทำงานเสร็จ ฉันจะกลับบ้าน)
3. คำเชื่อม Subordinating Conjunctions กลุ่มไหนที่มักใช้ในภาษาเขียนที่เป็นทางการ?
ในการเขียนที่เป็นทางการ คำเชื่อมกลุ่มสาเหตุและผล (because, since, as) และกลุ่มความขัดแย้ง (although, whereas, while) ใช้บ่อยที่สุด เนื่องจากช่วยในการวิเคราะห์และเสนอข้อโต้แย้งอย่างมีเหตุผล
การใช้ในเอกสารทางการ:
-
Since the data shows improvement, we recommend continuing the program. (เนื่องจากข้อมูลแสดงการปรับปรุง เราแนะนำให้ดำเนินโปรแกรมต่อไป)
-
Although costs have increased, profits remain stable. (แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรยังคงมั่นคง)
4. เราจำเป็นต้องใช้เครื่องหมายจุลภาค (comma) ทุกครั้งที่ Subordinating Conjunction ขึ้นต้นประโยคใช่หรือไม่?
ใช่ เมื่อ dependent clause ที่ขึ้นต้นด้วย subordinating conjunctions มาก่อน independent clause ต้องใช้ comma คั่นเสมอ กฎนี้ไม่มีข้อยกเว้น การใช้ comma ช่วยให้ผู้อ่านแยกแยะส่วนของประโยคได้ชัดเจน
ตัวอย่างที่ต้องใช้ comma:
-
If you need help, please let me know. (ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ โปรดแจ้งให้ฉันทราบ)
-
When the rain stops, we can go out. (เมื่อฝนหยุด เราก็ออกไปได้)
Subordinating conjunctions เป็นคำเชื่อมที่ช่วยเชื่อมประโยครองเข้ากับประโยคหลัก สร้างประโยคความซับซ้อนที่แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล แบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลักตามความหมาย ได้แก่ เวลา สาเหตุ เงื่อนไข การตัดกัน วัตถุประสงค์ การเปรียบเทียบ วิธีการ และสถานที่
จุดสำคัญในการใช้คือ ต้องมีจุลภาคคั่นเมื่อประโยครองอยู่ข้างหน้า และต้องระวังไม่ให้สร้างประโยคไม่สมบูรณ์ การเชี่ยวชาญ subordinating conjunctions จะช่วยยกระดับการเขียนและการพูดภาษาอังกฤษของคุณ โดยเฉพาะในข้อสอบ IELTS ที่ต้องการการแสดงความคิดที่ซับซ้อนและมีเหตุผล การฝึกฝนผ่านการสร้างประโยคจากสถานการณ์จริงและการจัดกลุ่มตามความหมายจะช่วยให้คุณใช้คำเชื่อมเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและมั่นใจ
พัฒนาทักษะไวยากรณ์และพิชิต IELTS กับ PREP English หากคุณต้องการเข้าใจและใช้ subordinating conjunctions พร้อมโครงสร้างไวยากรณ์อื่นๆ อย่างเชี่ยวชาญ PREP มี ติวสอบ IELTS ออนไลน์ ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้านอย่างครบวงจร ด้วยหลักสูตรที่เน้นสอนไวยากรณ์ผ่านบริบทจริงและการใช้งานในข้อสอบ IELTS คุณจะได้เรียนรู้วิธีสร้าง complex sentences ด้วย subordinating conjunctions อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ พร้อมระบบ AI อัจฉริยะอย่าง Virtual Writing Room ที่ตรวจแก้ไขการใช้คำเชื่อมและให้ feedback แบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณเห็นข้อผิดพลาดและปรับปรุงได้ทันที

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















