เอกพจน์ พหูพจน์ ภาษาอังกฤษ คืออะไร? คำนามเอกพจน์-พหูพจน์ กฎครบ ตัวอย่างชัด
ในภาษาไทย คำว่า "แมว" ใช้ได้ทั้งแมวหนึ่งตัวและแมวสามตัว ตัวคำนามไม่เปลี่ยนรูปเลย แต่ในภาษาอังกฤษ คุณต้องเลือกระหว่าง a cat กับ cats ให้ถูก เพราะการนับจำนวนเปลี่ยนหน้าตาของคำนามจริง ๆ ความแตกต่างเล็ก ๆ ตรงนี้คือสาเหตุที่นักเรียนไทยจำนวนมากเขียน "two book" หรือ "many informations" โดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญกว่านั้น จำนวนของคำนามยังลามไปกำหนด article (a/an/the) determiner (this/these) และรูปกริยา (runs/run) ทั้งประโยคอีกด้วย
บทความนี้อธิบายคำนามเอกพจน์ (Singular Noun) และคำนามพหูพจน์ (Plural Noun) แบบครบจบในที่เดียว ตั้งแต่นิยาม กฎการเปลี่ยนรูปทั้ง 5 ข้อ คำผิดปกติ ตารางสรุป ไปจนถึงแบบฝึกหัดพร้อมเฉลย ความรู้ชุดนี้เป็นพื้นฐานที่ใช้ได้ทั้งใน O-NET, IELTS Writing และการสื่อสารในชีวิตจริง
I. คำนามเอกพจน์ (Singular Noun) คืออะไร?
คำนามเอกพจน์ (Singular Noun) คือ คำนามที่หมายถึงสิ่งของ บุคคล สถานที่ หรือแนวคิดเพียงหนึ่งหน่วย เช่น a cat (แมวหนึ่งตัว), a book (หนังสือหนึ่งเล่ม) หรือ one teacher (ครูหนึ่งคน) ในภาษาอังกฤษ คำนามเอกพจน์นับได้จะมาพร้อมกับ article อย่าง a หรือ an และยังบังคับให้กริยาในประโยคปัจจุบันต้องเติม -s หรือ -es เสมอ
1. นิยามและลักษณะของคำนามเอกพจน์
คำนามเอกพจน์คือ คำนามที่อ้างถึงสิ่งหนึ่ง บุคคลเดียว หรือหน่วยเดียว ลักษณะเด่นคือมักมี a, an, this, that หรือ one อยู่ข้างหน้า ตารางต่อไปนี้รวมตัวอย่างคำนามเอกพจน์ที่พบบ่อย
|
Singular Noun |
ความหมาย |
|
a dog |
สุนัขหนึ่งตัว |
|
a city |
เมืองหนึ่งเมือง |
|
a child |
เด็กหนึ่งคน |
|
a teacher |
ครูหนึ่งคน |
|
a phone |
โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง |
|
one idea |
ความคิดหนึ่งอย่าง |
|
this table |
โต๊ะตัวนี้ |
|
an apple |
แอปเปิลหนึ่งผล |
2. คำนามเอกพจน์ใช้คู่กับอะไรได้บ้าง
คำนามเอกพจน์ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่ทำงานร่วมกับคำอื่นในประโยคแบบมีกฎตายตัว ถ้าจำชุดความสัมพันธ์นี้ได้ คุณจะแต่งประโยคถูกตั้งแต่ต้นจนจบ
|
ใช้คู่กับ |
ตัวอย่าง |
หมายเหตุ |
|
a / an |
a cat, an apple |
นำหน้าคำนามเอกพจน์นับได้เสมอ |
|
this / that |
this book, that chair |
ชี้เฉพาะคำนามเอกพจน์ |
|
one / each / every |
one student, each class |
เน้นความเป็นหนึ่งหน่วย |
|
Verb + s/es |
She runs, He teaches |
กริยา Present Simple ต้องเติม -s/-es |
จุดที่ต้องระวังคือ คำนามเอกพจน์ที่เป็นประธานจะลากให้กริยาเติม -s ไปด้วย หากลืมตรงนี้ ประโยคจะผิดทั้งคู่ เช่น เขียน "The cat run" แทน "The cat runs" ดังนั้น ขั้นต่อไปคือการรู้จักคู่ตรงข้ามของมัน นั่นคือคำนามพหูพจน์ ซึ่งใช้เมื่อหมายถึงมากกว่าหนึ่ง
II. คำนามพหูพจน์ (Plural Noun) คืออะไร?
คำนามพหูพจน์ (Plural Noun) คือ คำนามที่หมายถึงสิ่งของ บุคคล หรือสถานที่มากกว่าหนึ่งหน่วย เช่น cats (แมวหลายตัว), books (หนังสือหลายเล่ม) หรือ teachers (ครูหลายคน) คำนามพหูพจน์ไม่ใช้ a หรือ an นำหน้า และกริยาในประโยคปัจจุบันจะอยู่ในรูป base form เช่น The cats run (ไม่ใช่ runs)
1. นิยามและลักษณะของคำนามพหูพจน์
คำนามพหูพจน์ อ้างถึงสิ่งตั้งแต่สองหน่วยขึ้นไป ส่วนใหญ่สร้างจากการเติม -s หรือ -es ต่อท้ายคำนามเอกพจน์ ตารางเทียบคู่ต่อไปนี้ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนรูปชัดเจน
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
dog |
dogs |
สุนัข |
|
city |
cities |
เมือง |
|
child |
children |
เด็ก |
|
idea |
ideas |
ความคิด |
|
box |
boxes |
กล่อง |
|
friend |
friends |
เพื่อน |
|
woman |
women |
ผู้หญิง |
|
leaf |
leaves |
ใบไม้ |
2. คำนามพหูพจน์ใช้คู่กับอะไรได้บ้าง
ตารางเปรียบเทียบด้านล่างรวมความแตกต่างระหว่างเอกพจน์และพหูพจน์ทุกมิติไว้ในที่เดียว ทั้ง article, determiner, รูปกริยา และตัวอย่างประโยค ช่วยให้คุณเลือกใช้ได้ถูกในทุกบริบท
|
Singular Noun |
Plural Noun |
|
|
ความหมาย |
สิ่งเดียว/หนึ่งหน่วย |
มากกว่าหนึ่งหน่วย |
|
ตัวอย่าง |
a cat / a book |
cats / books |
|
Article |
a / an / the |
the / ไม่ใช้ a/an |
|
Determiner |
this / that / one |
these / those / many / some |
|
กริยา (Present) |
Verb + s/es |
Verb (base form) |
|
ตัวอย่างประโยค |
The cat runs fast. |
The cats run fast. |
ข้อควรจำ: คำนามพหูพจน์ห้ามใช้ a หรือ an นำหน้าเด็ดขาด เพราะ a/an แปลว่า "หนึ่ง" ซึ่งขัดกับความหมายพหูพจน์ พูดว่า "a books" ไม่ได้ ต้องใช้ "books", "some books" หรือ "many books" แทน รู้จักทั้งคำนามเอกพจน์และพหูพจน์แล้ว คำถามต่อไปที่นักเรียนทุกคนต้องเจอคือ จะเปลี่ยนจากเอกพจน์ให้เป็นพหูพจน์ได้อย่างไร ซึ่งมีกฎหลายข้อที่ต้องรู้
III. กฎการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์ มีอะไรบ้าง?
กฎการเปลี่ยนคำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์ในภาษาอังกฤษมี 5 กฎหลัก กฎทั่วไปคือ การเติม -s ต่อท้าย เช่น cat→cats และ book→books ส่วนคำที่ลงท้ายด้วย s, ss, sh, ch, x หรือ z ต้อง เติม -es แทน เช่น bus→buses และ watch→watches กฎที่เหลือดูแลคำที่ลงท้ายด้วย -y, -f/-fe และ -o ซึ่งมีรายละเอียดเฉพาะตัว
1. กฎที่ 1 - เติม -s
กฎพื้นฐานที่สุดคือ เติม -s ต่อท้ายคำนามได้เลย ใช้กับคำนามทั่วไปที่ไม่ได้ลงท้ายด้วยตัวอักษรพิเศษ และครอบคลุมคำนามมากกว่า 80% ในภาษาอังกฤษ
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
cat |
cats |
แมว |
|
book |
books |
หนังสือ |
|
table |
tables |
โต๊ะ |
|
student |
students |
นักเรียน |
|
door |
doors |
ประตู |
|
phone |
phones |
โทรศัพท์ |
|
chair |
chairs |
เก้าอี้ |
|
computer |
computers |
คอมพิวเตอร์ |
Memory Trick: คำนามทั่วไปที่ไม่ได้ลงท้ายแบบพิเศษ ให้เติม -s ไว้ก่อนเสมอ แล้วค่อยตรวจว่าเข้าข่ายกฎข้ออื่นหรือไม่
2. กฎที่ 2 - เติม -es (ลงท้าย s, ss, sh, ch, x, z)
คำนามที่ลงท้ายด้วยเสียง s, ss, sh, ch, x หรือ z ต้อง เติม -es ไม่ใช่ -s เพราะถ้าเติม -s เฉย ๆ จะออกเสียงไม่ได้ การเติม -es จึงเพิ่มพยางค์ /ɪz/ เข้ามาช่วยให้ออกเสียงต่อกันลื่น
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
bus |
buses |
รถเมล์ |
|
glass |
glasses |
แก้วน้ำ |
|
brush |
brushes |
แปรง |
|
watch |
watches |
นาฬิกา |
|
box |
boxes |
กล่อง |
|
buzz |
buzzes |
เสียงหึ่ง |
Memory Trick: ถ้าออกเสียงพยัญชนะสุดท้ายแล้วต่อเสียง /s/ ทันทีไม่ได้ ให้เติม -es เพื่อเพิ่มพยางค์ช่วยออกเสียง
3. กฎที่ 3 - -y → -ies หรือ -ys
คำที่ลงท้ายด้วย -y แยกเป็นสองกลุ่มตามตัวอักษรที่อยู่หน้า y หากเป็นพยัญชนะ ให้ ตัด y ทิ้งแล้วเติม -ies แต่หากเป็นสระ ให้ เติม -s ตามปกติ
กลุ่มที่ 1 - พยัญชนะ + y → ตัด y เติม -ies
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
baby |
babies |
ทารก |
|
city |
cities |
เมือง |
|
country |
countries |
ประเทศ |
|
lady |
ladies |
สุภาพสตรี |
|
story |
stories |
เรื่องราว |
|
cherry |
cherries |
เชอร์รี |
กลุ่มที่ 2 - สระ + y → เติม -s
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
boy |
boys |
เด็กผู้ชาย |
|
key |
keys |
กุญแจ |
|
day |
days |
วัน |
|
toy |
toys |
ของเล่น |
|
monkey |
monkeys |
ลิง |
Memory Trick: พยัญชนะนำหน้า y ให้ตัด y ใส่ -ies ส่วนสระนำหน้า y (a, e, i, o, u) ให้ใส่ -s ธรรมดา
4. กฎที่ 4 - -f/-fe → -ves
คำนามจำนวนหนึ่งที่ลงท้ายด้วย -f หรือ -fe ต้อง เปลี่ยนเป็น -ves เพราะเสียง /f/ เปลี่ยนเป็นเสียง /v/ เมื่อเป็นพหูพจน์
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
leaf |
leaves |
ใบไม้ |
|
knife |
knives |
มีด |
|
wife |
wives |
ภรรยา |
|
half |
halves |
ครึ่ง |
|
loaf |
loaves |
ก้อนขนมปัง |
|
shelf |
shelves |
ชั้นวางของ |
ข้อยกเว้น (เติม -s ธรรมดา): roof→roofs, cliff→cliffs, chef→chefs, belief→beliefs คำกลุ่มนี้ยังคงเสียง /f/ ไว้ จึงเติม -s ตามปกติ
5. กฎที่ 5 - คำลงท้าย -o (สองกลุ่ม)
คำที่ลงท้ายด้วย -o เป็นกฎที่จำยากที่สุด เพราะแบ่งเป็นสองกลุ่มและไม่มีเส้นแบ่งตายตัว วิธีจำที่ใช้ได้จริงคือดูที่มาของคำ
|
เติม -es |
เติม -s |
|
hero → heroes |
photo → photos |
|
tomato → tomatoes |
piano → pianos |
|
potato → potatoes |
video → videos |
|
echo → echoes |
logo → logos |
Memory Trick: คำในชีวิตประจำวันหรือคำเก่าแก่มักเติม -es ส่วนคำทับศัพท์หรือคำยืมที่เข้ามาใหม่ (photo, piano, video, logo) มักเติม -s
บทความที่แนะนำ:
IV. คำนามพหูพจน์ผิดปกติ (Irregular Plural Nouns) มีอะไรบ้าง?
คำนามพหูพจน์ผิดปกติ (Irregular Plural Nouns) คือ คำนามที่ไม่ทำตามกฎการเติม -s/-es/-ies แต่มีรูปพหูพจน์เฉพาะของตัวเอง เช่น man→men, child→children และ tooth→teeth คำเหล่านี้ต้องจำแยกต่างหาก เพราะไม่มีกฎตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคำในกลุ่มนี้ แม้คำผิดปกติจะมีสัดส่วนเพียงประมาณ 2% ของคำนามทั้งหมด แต่กลับเป็นคำที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน
1. เปลี่ยนสระภายใน (Internal Vowel Change)
กลุ่มแรกเปลี่ยนรูปด้วย การสลับสระตรงกลางคำ โดยตัวอักษรที่เหลือไม่เปลี่ยน สังเกตว่าส่วนใหญ่เป็นเสียงสระ oo ที่กลายเป็น ee
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
man |
men |
ผู้ชาย |
|
woman |
women |
ผู้หญิง |
|
tooth |
teeth |
ฟัน |
|
foot |
feet |
เท้า |
|
goose |
geese |
ห่าน |
|
mouse |
mice |
หนู |
|
louse |
lice |
เหา |
2. เปลี่ยนรูปคำทั้งหมด (Completely Different Form)
กลุ่มนี้เปลี่ยนรูปแบบจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ต้องท่องจำเป็นคู่
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
|
child |
children |
เด็ก |
|
person |
people |
บุคคล |
|
ox |
oxen |
วัว |
หมายเหตุ: people เป็นรูปพหูพจน์ของ person อยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม -s ซ้ำ การเขียน peoples จึงผิด (ยกเว้นในความหมาย "ชนชาติต่าง ๆ" ซึ่งเป็นกรณีพิเศษเฉพาะทาง)
3. คำนามที่ไม่เปลี่ยนรูป (Zero Plural)
คำกลุ่มนี้มี รูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกันทุกตัวอักษร จำนวนถูกบอกผ่านตัวเลขหรือ determiner เท่านั้น
|
Singular = Plural |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
sheep |
แกะ |
One sheep / Five sheep |
|
fish |
ปลา |
One fish / Ten fish (บริบททั่วไป) |
|
deer |
กวาง |
A deer / Many deer |
|
series |
ชุด/ซีรีส์ |
One series / Three series |
|
species |
สายพันธุ์ |
One species / Many species |
|
aircraft |
อากาศยาน |
One aircraft / Ten aircraft |
ตัวอย่างในประโยค: "I saw five sheep on the farm." ใช้ sheep ไม่ใช่ sheeps แม้จะมีถึงห้าตัว
4. รูปพหูพจน์จากภาษาละตินและกรีก
คำนามที่ยืมมาจากภาษาละตินและกรีก ยังคงรูปพหูพจน์ตามภาษาต้นทาง ไว้ คำกลุ่มนี้พบบ่อยในงานวิชาการ
|
Singular |
Plural |
ความหมาย |
พบใน |
|
criterion |
criteria |
เกณฑ์/มาตรฐาน |
IELTS Academic |
|
datum |
data |
ข้อมูล |
วิชาการ/IT |
|
stimulus |
stimuli |
สิ่งกระตุ้น |
วิทยาศาสตร์ |
|
cactus |
cacti |
ต้นกระบองเพชร |
ทั่วไป |
|
analysis |
analyses |
การวิเคราะห์ |
IELTS Academic |
|
phenomenon |
phenomena |
ปรากฏการณ์ |
IELTS Academic |
|
nucleus |
nuclei |
นิวเคลียส |
วิทยาศาสตร์ |
|
appendix |
appendices |
ภาคผนวก |
งานวิชาการ |
บทความที่แนะนำ:
- Irregular Verbs คืออะไร
- Abstract Nouns คืออะไร? ต่างจากคำนามทั่วไปยังไง
- Noun Suffixes เติมคำให้กลายเป็นคำนามได้ง่าย
V. คำนามพิเศษ: นับไม่ได้และพหูพจน์เสมอ
นอกเหนือจากคำนามนับได้ทั่วไป ภาษาอังกฤษยังมีคำนาม 2 กลุ่มพิเศษที่ใช้กฎต่างออกไป กลุ่มแรกคือ คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) ที่ห้ามเติม -s และอีกกลุ่มคือ คำนามพหูพจน์เสมอ (Always Plural Nouns) ที่ต้องใช้ are/were ตลอด ทั้งสองกลุ่มเป็นแหล่งความผิดพลาดสำคัญสำหรับผู้เรียนจากภาษาที่ไม่ทำเครื่องหมายจำนวน อย่างภาษาไทย
1. คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns)
คำนามนับไม่ได้คือ คำที่หมายถึงสิ่งที่นับเป็นชิ้นไม่ได้ จึงไม่มีรูปพหูพจน์และห้ามเติม -s วิธีทดสอบง่าย ๆ คือลองใส่ตัวเลขหรือ one/two นำหน้า ถ้าฟังดูแปลก แสดงว่าคำนั้นนับไม่ได้ เช่น "two informations" ฟังผิดทันที แปลว่า information นับไม่ได้
|
หมวด |
ตัวอย่างคำ |
ความหมาย |
|
ของเหลว/วัตถุ |
water, rice, sand, air, milk, sugar |
น้ำ, ข้าว, ทราย, อากาศ, นม, น้ำตาล |
|
นามธรรม |
information, advice, knowledge, happiness, love |
ข้อมูล, คำแนะนำ, ความรู้, ความสุข, ความรัก |
|
วิชา/แนวคิด |
mathematics, news, economics, furniture |
คณิตศาสตร์, ข่าว, เศรษฐศาสตร์, เฟอร์นิเจอร์ |
เปรียบเทียบให้เห็นชัด: เขียน informations ผิด ต้องใช้ information / เขียน advices ผิด ต้องใช้ advice / เขียน furnitures ผิด ต้องใช้ furniture หากต้องการบอกปริมาณ ให้ใช้คำช่วยแทน เช่น a piece of advice หรือ two pieces of information
2. คำนามพหูพจน์เสมอ (Always Plural Nouns)
คำนามอีกกลุ่มหนึ่งมี รูปพหูพจน์ติดตัวมาตลอด มักเป็นสิ่งของที่มีสองส่วนประกอบกัน คำกลุ่มนี้ต้องใช้กับกริยา are/were ไม่ใช่ is/was
|
คำ |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
scissors |
กรรไกร |
My scissors are sharp. |
|
trousers |
กางเกงขายาว |
These trousers are too long. |
|
jeans |
ยีนส์ |
Her jeans are new. |
|
glasses |
แว่นตา |
His glasses are broken. |
|
headphones |
หูฟัง |
The headphones are loud. |
|
pliers |
คีม |
The pliers are in the drawer. |
3. คำนามไม่เปลี่ยนรูปกับการนับ
ข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ ทั้งคำนามนับไม่ได้และคำนามพหูพจน์เสมอต่างก็ไม่ใช้ a/an นำหน้า แต่เหตุผลต่างกัน คำนับไม่ได้ไม่ใช้เพราะมองเป็นก้อนเดียวที่นับไม่ได้ ส่วนคำพหูพจน์เสมอไม่ใช้เพราะมันเป็นพหูพจน์อยู่แล้ว เมื่อเข้าใจคำนามครบทุกประเภทแล้ว ขั้นต่อไปคือการดูว่านักเรียนไทยมักพลาดตรงจุดไหนมากที่สุด
บทความที่แนะนำ:
VI. 5 ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำเรื่องคำนามเอกพจน์-พหูพจน์
คุณเคยเขียน informations หรือ two book แล้วถูกครูทักไหม? ข้อผิดพลาดเหล่านี้มีรากมาจากความเคยชินกับภาษาไทยที่ไม่ผันรูปคำนาม นักเรียนไทยจึงมักพลาดในรูปแบบที่คาดเดาได้ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเติม -s ให้คำนามนับไม่ได้ เช่น informations หรือ advices ซึ่งไม่มีในภาษาอังกฤษ ส่วนข้อผิดพลาดอื่น ๆ ได้แก่ การลืมเติม -s หลังตัวเลข การเขียน peoples แทน people และการใช้ data ผิดรูป
1. ข้อผิดพลาดที่ 1: เติม -s ให้คำนามนับไม่ได้
-
ผิด: "I need some informations." / "She gave me two advices."
-
สาเหตุ: ภาษาไทยไม่แยกแยะคำนับได้กับนับไม่ได้ นักเรียนจึงเดาว่าทุกคำเติม -s ได้
-
ถูก: "I need some information." / "She gave me two pieces of advice."
2. ข้อผิดพลาดที่ 2: ลืมเติม -s หลังตัวเลข
-
ผิด: "I have two book." / "She bought three apple."
-
สาเหตุ: ภาษาไทยบอกจำนวนด้วยลักษณนาม ("หนังสือสองเล่ม") ไม่ผันคำนาม ทำให้ลืมว่าภาษาอังกฤษต้องเปลี่ยนรูปคำ
-
ถูก: "I have two books." / "She bought three apples."
ข้อผิดพลาดที่ 3: เขียน peoples แทน people
-
ผิด: "There are many peoples in the park."
-
สาเหตุ: เข้าใจว่า people ยังเป็นเอกพจน์ จึงเติม -s เพื่อทำให้เป็นพหูพจน์
-
ถูก: "There are many people in the park." (people เป็นพหูพจน์ของ person อยู่แล้ว)
ข้อผิดพลาดที่ 4: เติม -s ให้คำ zero plural
-
ผิด: "I saw three sheeps on the farm." / "We caught five fishes."
-
สาเหตุ: ไม่รู้ว่า sheep และ fish ไม่เปลี่ยนรูปในรูปพหูพจน์
-
ถูก: "I saw three sheep." / "We caught five fish." (ในบริบททั่วไป)
ข้อผิดพลาดที่ 5: ใช้ data กับ is/was
-
ผิด: "The data is very useful." (ในงานวิชาการ)
-
สาเหตุ: เข้าใจว่า data เป็นเอกพจน์เพราะมองเป็นคำเดียว
-
ถูก: "The data are very useful." (data เป็นพหูพจน์ของ datum) จุดนี้สำคัญมากใน IELTS Academic Writing
รู้แล้วว่าต้องระวังตรงไหนบ้าง ขั้นต่อไปคือการลงมือฝึกจริงด้วยแบบฝึกหัด เพื่อให้กฎเหล่านี้ฝังแน่นจนใช้ได้โดยไม่ต้องคิด
VI. จะฝึกใช้คำนามเอกพจน์-พหูพจน์ให้แม่นได้อย่างไร?
วิธีที่ได้ผลคือฝึกเปลี่ยนรูปและเลือกใช้คำนามในประโยคซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน แบบฝึกหัด 2 ชุดต่อไปนี้รวมทั้งกฎ regular, irregular, zero plural และ uncountable ลองทำให้ครบก่อนเลื่อนไปดูเฉลย
1. แบบฝึกหัดชุดที่ 1 - เปลี่ยนคำนามให้เป็นพหูพจน์ (10 ข้อ)
เติมรูปพหูพจน์ที่ถูกต้องของคำต่อไปนี้
1. cat → \_\_\_\_\_
2. bus → \_\_\_\_\_
3. baby → \_\_\_\_\_
4. leaf → \_\_\_\_\_
5. man → \_\_\_\_\_
6. sheep → \_\_\_\_\_
7. tooth → \_\_\_\_\_
8. photo → \_\_\_\_\_
9. information → \_\_\_\_\_
10. criterion → \_\_\_\_\_
2. แบบฝึกหัดชุดที่ 2 - เลือกรูปคำนามที่ถูกต้อง (10 ข้อ)
เลือกคำในวงเล็บที่ถูกต้องตามบริบทประโยค
1. I need some \_\_\_\_\_ (advice / advices) before the exam.
2. There are three \_\_\_\_\_ (child / children) in the park.
3. The \_\_\_\_\_ (news / newses) is shocking today.
4. She bought two \_\_\_\_\_ (book / books) yesterday.
5. My \_\_\_\_\_ (glasses / glass) are on the table.
6. We saw many \_\_\_\_\_ (deer / deers) in the forest.
7. The \_\_\_\_\_ (data / datas) are not correct.
8. He has a lot of \_\_\_\_\_ (furniture / furnitures) in his room.
9. The \_\_\_\_\_ (phenomena / phenomenon) was observed last year.
10. I have two \_\_\_\_\_ (knife / knives) in my kitchen.
เฉลยและคำอธิบาย
ชุดที่ 1:
[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]
1. cats (กฎ 1 เติม -s)
2. buses (กฎ 2 ลงท้าย -s เติม -es)
3. babies (กฎ 3 พยัญชนะ + y)
4. leaves (กฎ 4 -f → -ves)
5. men (irregular เปลี่ยนสระ)
6. sheep (zero plural ไม่เปลี่ยนรูป)
7. teeth (irregular เปลี่ยนสระ)
8. photos (กฎ 5 คำยืม เติม -s)
9. information (uncountable ไม่เปลี่ยนรูป)
10. criteria (Latin/Greek)
[/prep_collapse_expand]
ชุดที่ 2:
[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]
1. advice (นับไม่ได้)
2. children (irregular)
3. news (นับไม่ได้ ใช้ is)
4. books (มีตัวเลข two ต้องพหูพจน์)
5. glasses (always plural ใช้ are)
6. deer (zero plural)
7. data (พหูพจน์ ใช้ are)
8. furniture (นับไม่ได้)
9. phenomenon (มี was ต้องเอกพจน์)
10. knives (กฎ 4 -fe → -ves)
[/prep_collapse_expand]
การแม่นยำเรื่อง เอกพจน์ พหูพจน์ ภาษาอังกฤษ จะช่วยปลดล็อกให้งานเขียนและการพูดของคุณดูโปรขึ้น และมีโครงสร้างที่ถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษาอย่างแน่นอน
ก้าวข้ามทุกความซับซ้อนของไวยากรณ์และคว้าคะแนนสอบในฝันไปกับ PREP Edu! ความใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการผันเอกพจน์และพหูพจน์ คือสิ่งที่จะช่วยดันคะแนนสอบของคุณให้พุ่งทะยานสู่แบนด์ที่สูงขึ้นได้ หากคุณกำลังมองหาที่เรียน IELTS เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น คอร์สเรียนของ PREP พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่จะจำลองห้องสอบเสมือนจริง ช่วยตรวจวิเคราะห์ทั้งพาร์ทการเขียนและการพูดของคุณได้อย่างแม่นยำราวกับมีติวเตอร์ส่วนตัว เรามีแผนตารางเรียน IELTS ออนไลน์ที่ยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนได้ตามความพร้อมของคุณ เพื่อให้คุณสามารถโฟกัสจุดที่ต้องปรับปรุงได้อย่างตรงจุด คอร์สเรียนอัดแน่นไปด้วยเทคนิคเฉพาะทาง คลังข้อสอบอัปเดตใหม่ และเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ มาร่วม ฝึก IELTS เพื่อเปิดโอกาสให้ชีวิตคุณก้าวสู่ระดับสากลไปด้วยกันกับ PREP วันนี้ได้เลยครับ!

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















