หลักการเติม s es: กฎพร้อมตัวอย่างที่ต้องรู้

"She work hard." หรือ "She works hard." อันไหนถูก? คำตอบคือ "works" แต่ทำไมต้องเติม s? และทำไมบางคำเติม es แทน? คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคนเคยสงสัย หลักการเติม s es อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การใช้ผิดจะทำให้ประโยคไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และส่งผลกระทบต่อคะแนนในข้อสอบอย่าง IELTS และ TOEIC

การเติม s es มีบทบาทสำคัญ 2 ประการในภาษาอังกฤษ ประการแรกคือการทำให้คำนามเป็นพหูพจน์ (เช่น book → books, box → boxes) และประการที่สองคือการผันกริยาให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 (he, she, it) ใน Present Simple Tense การเข้าใจ s es ใช้ยังไง จะช่วยให้คุณสื่อสารได้ถูกต้องและมั่นใจมากขึ้น

บทความนี้จะอธิบาย หลักการเติม s es อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย ครอบคลุมทั้ง 5 กฎหลัก พร้อมตัวอย่างประโยคมากมาย ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง และเทคนิคการจำที่ใช้ได้จริง มาเริ่มต้นเรียนรู้เพื่อไม่ให้สับสนอีกต่อไปกันเลย

หลักการเติม S ES IES ในภาษาอังกฤษ - กฎและตัวอย่าง
หลักการเติม S ES IES ในภาษาอังกฤษ กฎและตัวอย่าง

Key Takeaways

  • หลักการเติม s es เป็นหลักไวยากรณ์พื้นฐานที่สำคัญสำหรับการทำให้คำนามเป็นพหูพจน์และผันกริยาให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์
  • การเติม s es มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน 5 กฎหลัก: เติม s ปกติ, เติม es หลังตัวอักษรพิเศษ, เปลี่ยน y เป็น ies, เปลี่ยน f/fe เป็น ves, และคำที่มีรูปพิเศษ
  • หลักการเติม s es หลังคำกริยา ใช้เมื่อประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ (he, she, it) ใน Present Simple Tense

I. เติม s es เมื่อไหร่? 

1. ทำให้คำนามเป็นพหูพจน์ (Plural Nouns) 

เมื่อต้องการบอกว่ามีสิ่งนั้นมากกว่า 1 ชิ้น/คน/สิ่ง ต้องเปลี่ยนคำนามเอกพจน์เป็นพหูพจน์

ตัวอย่าง:

  • one book (หนังสือหนึ่งเล่ม) → two books (หนังสือสองเล่ม)
  • one cat (แมวหนึ่งตัว) → three cats (แมวสามตัว)
  • one box (กล่องหนึ่งใบ) → many boxes (กล่องหลายใบ)

2. ผันกริยาให้สอดคล้องกับประธาน (Subject-Verb Agreement)

หลักการเติม s es หลังคำกริยา ใช้เมื่อประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ (he, she, it, หรือคำนามเอกพจน์) ใน Present Simple Tense

ตัวอย่าง:

  • I work / You work / We work / They work (ไม่เติม)
  • He works / She works / It works (เติม s/es)

II. 5 กฎหลักของ หลักการเติม s es

กฎที่ 1: เติม s ปกติ (คำทั่วไป)

คำส่วนใหญ่เติม s ธรรมดาที่ท้ายคำ

คำเดิม

เติม s

ความหมาย

book

books

หนังสือหลายเล่ม

dog

dogs

สุนัขหลายตัว

walk

walks

He walks to school.

หลักการเติม S ES IES ในภาษาอังกฤษ - กฎและตัวอย่าง
หลักการเติม S

ประโยคตัวอย่าง:

  • She plays piano every day. (เธอเล่นเปียโนทุกวัน)
  • The dog eats its food quickly. (สุนัขกินอาหารอย่างรวดเร็ว)
  • My brother works in Bangkok. (พี่ชายของฉันทำงานในกรุงเทพฯ)

กฎที่ 2: เติม es หลังตัวอักษรพิเศษ

เติม es เมื่อคำลงท้ายด้วย: s, ss, x, z, ch, sh, o (บางคำ)

เหตุผล: เพื่อให้ออกเสียงได้ง่ายขึ้น (เพิ่มพยางค์ /ɪz/)

คำเดิม

เติม es

ความหมาย/ตัวอย่าง

bus

buses

รถบัสหลายคัน

box

boxes

กล่องหลายใบ

watch

watches

He watches TV.

หลักการเติม S ES IES ในภาษาอังกฤษ - กฎและตัวอย่าง
หลักการเพิ่ม ES

⚠️ ข้อยกเว้น: คำที่ลงท้ายด้วย o บางคำเติมแค่ s เช่น:

  • photo → photos
  • piano → pianos
  • video → videos
  • zoo → zoos

ประโยคตัวอย่าง:

  • He watches movies every weekend. (เขาดูหนังทุกสุดสัปดาห์)
  • She teaches English at the university. (เธอสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัย)
  • My father fixes computers. (พ่อของฉันซ่อมคอมพิวเตอร์)

กฎที่ 3: เปลี่ยน y เป็น ies

การเติม s es มีกฎพิเศษสำหรับคำที่ลงท้ายด้วย y

กฎ:

  • ถ้าหน้า y เป็นพยัญชนะ (consonant) → เปลี่ยน y เป็น ies
  • ถ้าหน้า y เป็นสระ (vowel: a, e, i, o, u) → เติม s ปกติ

ตัวอย่างเปลี่ยน y เป็น ies:

เอกพจน์

พหูพจน์

baby

babies

city

cities

party

parties

story

stories

ตัวอย่างที่หน้า y เป็นสระ (เติม s ปกติ):

เอกพจน์

พหูพจน์

boy

boys

day

days

key

keys

toy

toys

หลักการเติม s es ภาษาอังกฤษ กฎการเติม s/es พร้อมตัวอย่าง
กฎที่ 3: เปลี่ยน y เป็น ies

กฎที่ 4: เปลี่ยน f/fe เป็น ves 

คำที่ลงท้ายด้วย f หรือ fe หลายคำเปลี่ยนเป็น ves

ตัวอย่าง:

เอกพจน์

พหูพจน์

knife

knives

wife

wives

life

lives

leaf

leaves

shelf

shelves

wolf

wolves

half

halves

⚠️ ข้อยกเว้น: บางคำเติม s ปกติ:

  • roof → roofs (หลังคา)

  • chief → chiefs (หัวหน้า)

  • belief → beliefs (ความเชื่อ)

  • cliff → cliffs (หน้าผา)

ประโยคตัวอย่าง:

  • The leaves fall in autumn. (ใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง)

  • Put the books on the shelves. (วางหนังสือบนชั้น)

 

บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม:

III. การเติม s es หลังคำกริยา ในรายละเอียด

1. เมื่อไหร่ต้องเติม s/es

เติมเมื่อ:

ไม่เติมเมื่อ:

  • ประธานเป็น I, you, we, they
  • ประธานเป็นคำนามพหูพจน์
  • ใช้ Tense อื่น (Past, Future, Present Continuous, etc.)
  • มี auxiliary verb (do, does, can, will, etc.)

IV. แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดที่ 1: เติม s/es ให้ถูกต้อง

  1. He _____ (play) football every weekend.
  2. She _____ (watch) TV in the evening.
  3. My brother _____ (study) at university.
  4. The dog _____ (eat) its food quickly.
  5. It _____ (rain) a lot in Bangkok.

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

  1. plays
  2. watches
  3. studies
  4. eats
  5. rains

[/prep_collapse_expand]

แบบฝึกหัดที่ 2: เปลี่ยนเป็นพหูพจน์

  1. one baby → two _____
  2. one box → three _____
  3. one knife → four _____
  4. one city → many _____
  5. one tomato → five _____

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

  1. babies
  2. boxes
  3. knives
  4. cities
  5. tomatoes

[/prep_collapse_expand]

แบบฝึกหัดที่ 3: แก้ไขประโยคที่ผิด

  1. She don't like coffee.
  2. He go to work by car.
  3. They watches movies together.
  4. My sister study English.
  5. Does he works here?

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

  1. She doesn't like coffee.
  2. He goes to work by car.
  3. They watch movies together.
  4. My sister studies English.
  5. Does he work here?

[/prep_collapse_expand]

V. คำถามพบบ่อย เคลียร์ข้อสงสัยเรื่อง s es

หลักการเติม S ES IES ในภาษาอังกฤษ - กฎและตัวอย่าง
หลักการเติม S ES IES ในภาษาอังกฤษ 

1. การเติม s, es มีกฎตายตัวเสมอไปหรือไม่?

โดยส่วนใหญ่จะเป็นไปตาม กฎการเติม s es ที่กล่าวมา แต่มีข้อยกเว้นบ้าง เช่น คำลงท้ายด้วย 'o' และคำกริยาพิเศษ

2. "บุรุษที่ 3 เอกพจน์" ที่ต้องเติม s/es ที่คำกริยา คือคำไหนบ้าง?

คือประธานที่เป็นคนเดียวหรือสิ่งเดียว ที่ต้องใช้ การเติม s es หลังคำกริยา ได้แก่:

  • He, She, It

  • ชื่อคน (John, Mary)

  • คำนามเอกพจน์ (the dog, my teacher)

3. คำนามกับคำกริยาที่เติม s เหมือนกัน ต่างกันอย่างไร?

s es ถึงจะเติมเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน:

  • คำนาม+s = "หลายสิ่ง" (dogs)

  • คำกริยา+s = "เขา/เธอ/มัน ทำสิ่งนั้น" (He runs)

4. คำว่า Information หรือ Water ทำไมไม่เติม s แต่ใช้กริยาเติม s?

เพราะเป็น "นามนับไม่ได้" ไม่มีรูปพหูพจน์ (ไม่ เติม s es) แต่ถือเป็นเอกพจน์เสมอ จึงต้องใช้กริยาเติม s

หลักการเติม s es เป็นหลักไวยากรณ์พื้นฐานที่สำคัญมาก มี 5 กฎหลักที่ต้องจำคือ เติม s ปกติ, เติม es หลังตัวอักษรพิเศษ (s, ss, x, z, ch, sh, o), เปลี่ยน y เป็น ies เมื่อหน้า y เป็นพยัญชนะ, เปลี่ยน f/fe เป็น ves, และคำที่มีรูปพิเศษ การเติม s es หลังคำกริยา ใช้เมื่อประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ (he, she, it) ใน Present Simple Tense การเข้าใจ s es จะช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง เพิ่มคะแนนในข้อสอบ IELTS และ TOEIC และสื่อสารได้อย่างมั่นใจ จำเทคนิคง่ายๆ ว่า "HE-SHE-IT ต้องเติม S" แล้วคุณจะไม่สับสนอีกต่อไป

คอร์ส IELTS ออนไลน์ที่ PREP ช่วยให้คุณเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นด้วยการสนับสนุนจากปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ Teacher Bee AI ยังจะคอยช่วยแนะนำและตอบคำถามทุกข้อสงสัยของคุณ คุณจะได้รับแผนการเรียน IELTS ที่เหมาะสมที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษจาก PREP Education ดาวน์โหลดแอป PREP วันนี้ เพื่อเริ่มเรียน IELTS ที่บ้าน พร้อมประสบการณ์ฝึกสอบออนไลน์คุณภาพสูงที่จะช่วยให้คุณพัฒนาอย่างรวดเร็ว

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect