Have Has Had ใช้ยังไง: 6 หน้าที่หลัก + 10 ประโยคตัวอย่าง + แบบฝึกหัด ข้อ พร้อมเฉลย
ทำไม "I has a car" ถึงผิด แต่ "He has a car" ถึงถูก? คำถามนี้สร้างความสับสนให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษคนไทยมาตั้งแต่ระดับประถม จนถึง IELTS Speaking Part 1 ก็ยังพลาดอยู่ดี. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจ. ปัญหาอยู่ที่ภาษาไทยไม่มีระบบ Subject-Verb Agreement ทำให้สมองคนไทยจำได้ช้ากว่าที่ควร.
บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ have, has, had ใน 1 หน้า: ตารางจำคู่ประธาน, 6 หน้าที่หลัก (รวม causative และ have got), Past Simple vs Past Perfect ที่แยกชัด, 10 Common Mistakes ที่คนไทยพลาดบ่อย, 10 ประโยคตัวอย่างพร้อมแปล, แบบฝึกหัด 10 ข้อพร้อมเฉลย, และ FAQ 5 ข้อ. ทุกประโยคภาษาอังกฤษมีคำแปลภาษาไทยกำกับเสมอ - เพื่อให้คุณเข้าใจ context ทันทีโดยไม่ต้องเดา.
เหมาะสำหรับนักเรียนมัธยม, ผู้เตรียมสอบ IELTS-TOEIC, คนทำงานที่ต้องเขียนอีเมลภาษาอังกฤษ, รวมถึงคุณครูและผู้ปกครองที่ต้องการแหล่งอ้างอิง.
I. Have, Has, Had คืออะไร?
Verb to Have เป็นกริยาในภาษาอังกฤษที่มี 3 รูป ได้แก่ have, has, และ had. Have/Has ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน ส่วน Had ใช้กับเหตุการณ์อดีต. นอกจากบอกความเป็นเจ้าของ (possession) แล้ว verb to have ยังเป็นกริยาช่วย (auxiliary) ใน Perfect Tenses และเป็นส่วนหนึ่งของ modal expression "have to / has to / had to" ซึ่งหมายถึง "จำเป็นต้อง".
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือนักเรียนคนไทยมักคิดว่า have/has/had ใช้แทนคำว่า "มี" เพียงอย่างเดียว. ความจริง verb to have ทำงานได้ 6 หน้าที่ในภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ ไปจนถึงสร้างประโยคในระดับ IELTS Band 8.
II. ใช้ Have หรือ Has? ตารางจำคู่กับ Subject
ในภาษาอังกฤษ Subject-Verb Agreement กำหนดว่า: I, You, We, They และประธานพหูพจน์ ใช้ have; ส่วน He, She, It และประธานเอกพจน์ ใช้ has. ตัวอย่างเช่น "I have a friend." (ฉันมีเพื่อน) แต่ "She has a friend." (เธอมีเพื่อน). คนไทยมักสับสนเพราะภาษาไทยไม่มีระบบเปลี่ยนรูปกริยาตามประธาน ดังนั้นต้องจำเป็นพิเศษ.
1. ตาราง Subject-Verb Agreement สำหรับ Have/Has
ตารางนี้คือสิ่งที่ผู้เรียนคนไทยควรท่องให้ขึ้นใจก่อนทำแบบฝึกหัดใดๆ.
|
Subject |
Verb |
ตัวอย่าง |
|
I |
have |
I have a question. |
|
You |
have |
You have a nice voice. |
|
He |
has |
He has a sister. |
|
She |
has |
She has long hair. |
|
It |
has |
It has four legs. |
|
We |
have |
We have time. |
|
They |
have |
They have many friends. |
|
Singular noun (the boy, the cat) |
has |
The boy has a toy. |
|
Plural noun (the boys, the cats) |
have |
The dogs have water. |
2. ทำไมคนไทยสับสน Verb to Have
ภาษาไทยไม่เปลี่ยนกริยาตามประธาน. "ฉันมีรถ" และ "เขามีรถ" ใช้คำว่า "มี" เหมือนกัน. เมื่อต้องเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ สมองจะติดนิสัยใช้ "have" กับทุกประธาน จนเกิดข้อผิดพลาดยอดฮิตอย่าง "He have a car" (เขามีรถ) ซึ่งถูกต้องคือ "He has a car".
อีกจุดที่สับสนคือการสลับระหว่าง 3 รูป: have → has → had. ผู้เรียนต้องตัดสินใจ 2 อย่างพร้อมกัน: (1) ประธานเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์, (2) ประโยคเป็น present หรือ past. การตัดสินใจซ้อนกันแบบนี้ทำให้ working memory ของผู้เรียนเกิด overload โดยเฉพาะตอนพูด IELTS Speaking ที่ต้องคิดเร็ว.
ทางแก้คือเรียนตารางในข้อ 1 ให้คล่องระดับ "ตอบได้ทันที" ก่อน - แล้วค่อยฝึกใช้ในประโยคจริง.
3. Trick 5 วินาที - สูตรท่องจำ
จำสูตรนี้ไว้เลย: "I/You/We/They + have | He/She/It + has".
อ่านออกเสียงดังๆ วันละ 10 ครั้ง ติดต่อกัน 7 วัน. เมื่อสมองจำเป็น pattern แล้ว คุณจะตอบได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องคิด. นี่คือเทคนิคเดียวกับที่ใช้ในการสอนเด็กท่องสูตรคูณ - เน้นการทำซ้ำจนกลายเป็น muscle memory.
III. Have / Has ใช้ยังไง - 3 หน้าที่หลัก
Have และ Has มี 3 หน้าที่หลักในภาษาอังกฤษ: (1) Possession บอกความเป็นเจ้าของ เช่น "I have a car." (ฉันมีรถ); (2) Auxiliary verb ใน Perfect Tenses เช่น "She has finished her homework." (เธอทำการบ้านเสร็จแล้ว); และ (3) Modal "have to / has to" หมายถึง "จำเป็นต้อง" เช่น "I have to go." (ฉันต้องไป). ทั้ง 3 หน้าที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันและ IELTS Speaking.
1. หน้าที่ 1 - Possession (บอกความเป็นเจ้าของ)
โครงสร้าง: Subject + have/has + object.
หน้าที่นี้พบบ่อยที่สุด ใช้บอกว่ามีสิ่งของ ความสัมพันธ์ หรือคุณลักษณะ. คนไทยใช้หน้าที่นี้คล่องที่สุด เพราะแปลตรงๆ ว่า "มี".
5 ตัวอย่างประโยค Possession:
-
I have two brothers. (ฉันมีพี่ชาย/น้องชาย 2 คน)
-
She has a beautiful smile. (เธอมีรอยยิ้มสวยงาม)
-
We have a meeting at 3. (เรามีประชุมตอน 3 โมง)
-
The cat has a long tail. (แมวมีหางยาว)
-
They have many friends. (พวกเขามีเพื่อนมากมาย)
2. หน้าที่ 2 - Auxiliary Verb ใน Perfect Tenses
โครงสร้าง: Subject + have/has + V3 (past participle).
หน้าที่นี้ทำให้ have/has หมดความหมาย "มี" ทันที. มันกลายเป็นกริยาช่วยที่ทำงานร่วมกับ V3 เพื่อสร้าง Present Perfect Tense - ใช้เล่าประสบการณ์, ผลลัพธ์ของการกระทำในอดีตที่ยังเชื่อมโยงปัจจุบัน, หรือการกระทำต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน.
5 ตัวอย่างประโยค Auxiliary:
-
I have visited Tokyo. (ฉันเคยไปโตเกียว)
-
She has lived here for 10 years. (เธออาศัยที่นี่มา 10 ปีแล้ว)
-
They have just arrived. (พวกเขาเพิ่งมาถึง)
-
He has never been to Europe. (เขาไม่เคยไปยุโรป)
-
We have already eaten. (เราทานเสร็จแล้ว)
3. หน้าที่ 3 - Modal "Have to / Has to" (จำเป็นต้อง)
โครงสร้าง: Subject + have to / has to + V1 (base form).
หน้าที่นี้ใช้แสดงความจำเป็น ภาระ หรือกฎที่บังคับให้ต้องทำ. ความหมายคล้าย "must" แต่ "have to" บอก obligation ที่มาจากภายนอก (กฎ, สถานการณ์) ในขณะที่ "must" บอก obligation ที่มาจากตัวผู้พูดเอง.
5 ตัวอย่างประโยค Modal:
-
I have to study tonight. (ฉันต้องเรียนคืนนี้)
-
She has to wake up early. (เธอต้องตื่นแต่เช้า)
-
We have to finish this project. (เราต้องทำโครงการนี้ให้เสร็จ)
-
He has to leave now. (เขาต้องออกไปเดี๋ยวนี้)
-
They have to take an exam. (พวกเขาต้องสอบ)
ข้อควรระวัง: เมื่อใช้ "have to" ในประโยคปฏิเสธ ความหมายเปลี่ยนเป็น "ไม่จำเป็นต้อง" (ไม่ใช่ "ต้องไม่"). "You don't have to come" แปลว่า "คุณไม่จำเป็นต้องมา" ไม่ใช่ "คุณห้ามมา".
IV. Had ใช้ยังไง - Past Simple vs Past Perfect
Had มี 2 หน้าที่หลัก: (1) Past Simple ของ have/has ใช้เล่าเหตุการณ์ในอดีต เช่น "I had a car." (ฉันเคยมีรถ); (2) Past Perfect ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดก่อนเหตุการณ์อดีตอีกที โครงสร้าง "had + V3" เช่น "I had eaten before he arrived." (ฉันทานเสร็จก่อนเขามาถึง). นอกจากนี้ "Had to + V1" ใช้แสดง past obligation.
1. Had เป็น Past Simple
โครงสร้าง: Subject + had + object.
ในรูปนี้ had ทำหน้าที่เหมือน have/has แต่อยู่ในกาลอดีต. ใช้เล่าเรื่องที่มี/เป็นเจ้าของในช่วงอดีต โดยมักมีคำบอกเวลาในอดีตประกอบ เช่น yesterday, last week, ago, in 2020.
5 ตัวอย่างประโยค Past Simple ของ have:
-
I had a great time yesterday. (ฉันสนุกมากเมื่อวาน)
-
She had a meeting this morning. (เธอมีประชุมเมื่อเช้านี้)
-
They had dinner at 7. (พวกเขาทานข้าวเย็นตอน 1 ทุ่ม)
-
We had a problem last week. (เรามีปัญหาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)
-
He had three cats. (เขาเคยมีแมว 3 ตัว)
2. Had + V3 = Past Perfect
โครงสร้าง: Subject + had + V3 (past participle).
Past Perfect ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิด ก่อน เหตุการณ์อดีตอีกอันหนึ่ง. กล่าวคือ มี 2 จุดเวลาในอดีต เหตุการณ์ที่เกิดก่อนใช้ Past Perfect (had + V3) เหตุการณ์ที่เกิดทีหลังใช้ Past Simple. คำเชื่อมที่พบบ่อย: before, after, when, by the time.
5 ตัวอย่างประโยค Past Perfect:
-
I had finished my work before he called. (ฉันทำงานเสร็จก่อนเขาโทรมา)
-
She had left when we arrived. (เธอออกไปแล้วตอนเราถึง)
-
They had eaten before the movie started. (พวกเขาทานเสร็จก่อนหนังเริ่ม)
-
We had never seen such a beautiful sunset. (เราไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ตกสวยขนาดนี้มาก่อน)
-
He had studied English for 5 years before moving to London. (เขาเรียนภาษาอังกฤษ 5 ปีก่อนย้ายไปลอนดอน)
3. Had to (Past Obligation)
โครงสร้าง: Subject + had to + V1.
ใช้แสดงความจำเป็นในอดีต. ความหมายเหมือน "have to / has to" แต่อยู่ในกาลอดีต ใช้กับทุกประธานเหมือนกันหมด ไม่ต้องเปลี่ยนตามเอกพจน์/พหูพจน์.
3 ตัวอย่างประโยค Had to:
-
I had to wake up at 5 yesterday. (ฉันต้องตื่น 5 โมงเมื่อวาน)
-
She had to cancel her trip. (เธอต้องยกเลิกทริป)
-
We had to wait for 2 hours. (เราต้องรอ 2 ชั่วโมง)
ข้อสังเกต: "Had to" ในประโยคปฏิเสธ - "didn't have to" - แปลว่า "ไม่จำเป็นต้อง" (ไม่ใช่ "ต้องไม่"). หลักการเดียวกับ "don't have to" ในปัจจุบัน.
V. โครงสร้างประโยค Have/Has/Had - Affirmative, Negative, Interrogative
ประโยคที่ใช้ have/has/had แบ่งเป็น 3 รูปหลัก: บอกเล่า (Affirmative), ปฏิเสธ (Negative), และคำถาม (Interrogative). แต่ละรูปมีโครงสร้างต่างกัน โดยเฉพาะรูปปฏิเสธและคำถามต้องระวังเรื่อง auxiliary verb.
1. รูปบอกเล่า (Affirmative)
โครงสร้าง: Subject + have/has/had + ...
3 ตัวอย่างประโยคบอกเล่า:
-
I have a new laptop. (ฉันมีแลปท็อปเครื่องใหม่)
-
She has finished her project. (เธอทำโครงการเสร็จแล้ว)
-
They had lunch at noon. (พวกเขาทานข้าวเที่ยงตอนเที่ยง)
2. รูปปฏิเสธ (Negative)
โครงสร้าง: Subject + have not / has not / had not + ....
รูปย่อ (contractions): haven't / hasn't / hadn't. รูปย่อใช้บ่อยกว่าในภาษาพูดและการเขียนทั่วไป ส่วนรูปเต็มใช้ในการเขียนทางการหรือเน้นย้ำ.
3 ตัวอย่างประโยคปฏิเสธ:
-
I haven't seen him today. (วันนี้ฉันยังไม่ได้เจอเขา)
-
She hasn't finished yet. (เธอยังทำไม่เสร็จ)
-
They hadn't met before. (พวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อน)
ข้อควรระวัง: เมื่อ have/has เป็นกริยาหลัก (possession) ในรูปปฏิเสธ บางครั้งต้องใช้ "do/does" - "I don't have a pen" (ฉันไม่มีปากกา) ก็ใช้ได้ และพบบ่อยในภาษา American English. ส่วน "I haven't a pen" เป็นรูปแบบ British English เก่า.
3. รูปคำถาม (Interrogative)
โครงสร้าง: Have/Has/Had + Subject + ...?.
ใน Perfect tenses คำถามใช้ have/has/had นำหน้าประธานโดยตรง.
3 ตัวอย่างประโยคคำถาม:
-
Have you finished? (คุณทำเสร็จหรือยัง?)
-
Has he arrived? (เขามาถึงหรือยัง?)
-
Had they left when you came? (พวกเขาออกไปแล้วตอนคุณมาหรือเปล่า?)
บทความแนะนำอ่านเพิ่มเติม:
- การใช้ Verb to be ในรูปแบบต่างๆ ในภาษาอังกฤษ
- เข้าใจ Transitive and Intransitive Verbs ใน 5 นาที
- โครงสร้างและการใช้ Have got
- โครงสร้างและวิธีใช้ Have been
VI. แบบฝึกหัด Have/Has/Had 10 ข้อ พร้อมเฉลย
10 ข้อด้านล่างครอบคลุมทั้ง possession, Perfect tenses, modal "have to", causative, และ have got. เติมคำในช่องว่างด้วยรูป have/has/had ที่ถูกต้อง พร้อมเปลี่ยนกริยาในวงเล็บให้เหมาะสม. ดูเฉลยด้านล่างเมื่อทำเสร็จ.
แบบฝึกหัด 1. คำถาม 10 ข้อ
-
____ you ever (eat) sushi?
-
She ____ (live) here for 5 years.
-
They ____ (finish) before he arrived.
-
I ____ (be) to Japan twice.
-
He ____ (not see) the movie yet.
-
We ____ (have to leave) early yesterday.
-
____ she ever (visit) London?
-
I ____ (get) my car repaired last week.
-
The students ____ (not finish) their exam.
-
____ you got any sisters?
เฉลย
[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]
-
Have you ever eaten sushi?
-
She has lived here for 5 years.
-
They had finished before he arrived.
-
I have been to Japan twice.
-
He has not seen / hasn't seen the movie yet.
-
We had to leave early yesterday.
-
Has she ever visited London?
-
I had my car repaired last week.
-
The students have not finished / haven't finished their exam.
-
Have you got any sisters?
[/prep_collapse_expand]
VII. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. "You" ใช้ have หรือ has?
"You" ใช้ have เสมอ ทั้งเอกพจน์และพหูพจน์.
You have a great voice. (คุณมีเสียงเพราะ)
กฎคือ "You" ในภาษาอังกฤษใช้รูปกริยาเหมือนพหูพจน์ ไม่ว่าหมายถึงคนเดียวหรือหลายคน. ดังนั้นจึงใช้ have ตลอด ไม่ใช้ has.
2. "Have had" และ "Had had" ใช้ยังไง?
Have had = Present Perfect ของ have. Had had = Past Perfect ของ have.
Have had ใช้บอกประสบการณ์/ผลลัพธ์ที่ยังเชื่อมโยงปัจจุบัน เช่น "I have had three jobs." (ฉันเคยมีงาน 3 ที่). Had had ใช้บอกเหตุการณ์ที่เกิดก่อนเหตุการณ์อดีตอีกที เช่น "I had had dinner before he called." (ฉันทานอาหารเย็นเสร็จก่อนเขาโทรมา).
ทั้งคู่ดูแปลกตาเพราะมี "had" หรือ "have" ซ้ำกัน 2 ครั้ง แต่ที่จริงเป็นเรื่องปกติของ Perfect tenses - auxiliary "have/had" + main verb "had" (V3 ของ have).
3. "Have been" กับ "Have gone" ต่างกันยังไง?
Have been to = ไปแล้วและกลับมา. Have gone to = ไปและยังอยู่ที่นั่น.
-
I've been to Paris. (ฉันเคยไปปารีส - ตอนนี้กลับมาแล้ว)
-
She has gone to Paris. (เธอไปปารีสแล้ว - ตอนนี้ยังอยู่ที่นั่น)
ความต่างนี้สำคัญมากใน IELTS Speaking. ใช้ผิดทำให้ examiner ตีความเหตุการณ์คนละแบบ. หากต้องการฝึก IELTS Speaking ด้วย AI ที่ตรวจ grammar เชิงลึก PREP มีหลักสูตรเฉพาะสำหรับ Speaking Part 1-3.
4. Have to กับ Must อันไหนแรงกว่า?
Must มาจากภายใน (ผู้พูดรู้สึก). Have to มาจากภายนอก (กฎ/สถานการณ์บังคับ).
-
I must finish this. (ฉันต้องทำให้เสร็จ - ความรู้สึกของฉัน)
-
I have to wear a uniform. (ฉันต้องใส่ชุดยูนิฟอร์ม - เพราะกฎ)
ในภาษาพูด have to ใช้บ่อยกว่า must มาก. Must มักใช้ในการเขียนทางการ ป้ายคำเตือน หรือเมื่อต้องการเน้นความรู้สึกของผู้พูด.
Have/Has/Had ไม่ใช่แค่กริยา "มี". มันคือเครื่องมือไวยากรณ์ที่ทำงานได้ 6 หน้าที่ ตั้งแต่ Possession พื้นฐานจนถึง Causative และ Past Perfect ระดับ IELTS Band 8+. การจะใช้ให้ถูกต้องไม่ได้เกี่ยวกับ "ความฉลาด" แต่เกี่ยวกับการฝึก pattern จนสมองตอบโดยอัตโนมัติ.
การอ่านบทความนี้คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ. ความเข้าใจที่ได้จากการอ่านเป็น "passive knowledge" - สมองรู้กฎ แต่ยังไม่สามารถเรียกใช้ได้ทันทีในการพูดจริง. สิ่งที่ทำให้ความรู้กลายเป็นทักษะคือการฝึกซ้ำกับ feedback ที่แม่นยำ.
ลองฝึกแต่ละหน้าที่ของ have/has/had ในประโยคเป็นของตัวเอง 5 ประโยคต่อหน้าที่ - รวม 30 ประโยคต่อสัปดาห์. หลังจากนั้นอัดเสียงตัวเองอ่าน แล้วเปรียบเทียบกับ native speaker
Verb to Have เป็นรากฐานของ tense ขั้นสูงทั้งหมดในภาษาอังกฤษ. แก้ pattern ผิดที่นี่ได้ ก็เหมือนวางอิฐก้อนแรกของบ้านให้ตรง - ทุกชั้นที่จะสร้างต่อจากนั้นก็จะตั้งตรงตามไปด้วย.
PREP Edu มีคอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ที่จะช่วยให้คุณเชี่ยวชาญหลักไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง ด้วยหลักสูตร Grammar Foundation ที่สอนการใช้กริยาในทุกรูปแบบอย่างละเอียด รวมถึงการใช้ในประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม และ Perfect Tenses ระบบ AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องทางไวยากรณ์ใน IELTS Writing และให้ feedback เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับข้อผิดพลาด ส่วน Teacher Bee AI พร้อมอธิบายหลักไวยากรณ์และตอบคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียน IELTS ออนไลน์ กับ PREP ยังมีแบบฝึกหัดมากมายเพื่อฝึกฝนการใช้กริยาอย่างถูกต้อง รวมถึงเทคนิคการใช้ Grammatical Range ให้หลากหลายเพื่อเพิ่มคะแนน IELTS Writing ฝึก ทํา ข้อสอบ IELTS จริงเพื่อประยุกต์ใช้ความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ มาสร้างรากฐานไวยากรณ์ที่แข็งแกร่งและบรรลุเป้าหมายคะแนน IELTS ของคุณกับเตรียมสอบ IELTS ออนไลน์ ที่ PREP วันนี้

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















