Discourse Markers คืออะไร? ใช้ให้โปรเหมือนเจ้าของภาษา

พูดภาษาอังกฤษได้ แต่ฟังดูติดขัด ไม่ลื่นไหลเหมือนเจ้าของภาษา? ปัญหานี้มักเกิดจากการขาด discourse markers หรือ ตัวเชื่อมบทสนทนา ที่ช่วยให้ประโยคต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ บทความนี้จะพาคุณรู้จัก discourse markers 3 กลุ่มหลัก เทคนิคการวางคำให้ถูกจุด และวิธีหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่คนไทยมักเจอ พร้อมทั้งแนะนำ linking words worksheet และ transition words exercises สำหรับฝึกต่อยอดได้ทันที

Discourse Markers คืออะไร? คำเชื่อมบทสนทนา
Discourse Markers คืออะไร? คำเชื่อมบทสนทนา

I. Discourse Markers คืออะไร?

พูดภาษาอังกฤษคล่อง แต่ทำไมฟังดูไม่เหมือนเจ้าของภาษา? นั่นอาจเพราะขาด discourse markers ในบทสนทนา

Discourse markers คือคำหรือวลีที่ทำหน้าที่เชื่อมประโยค ความคิด หรือแนวคิดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ให้บทสนทนาหรืองานเขียนมีโครงสร้างที่ชัดเจนและลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ในภาษาไทยเราเรียกสิ่งนี้ว่า ตัวเชื่อมบทสนทนา ซึ่งทำงานคล้ายกับคำว่า "อย่างไรก็ตาม" "ยกตัวอย่างเช่น" หรือ "สรุปคือ" ในภาษาไทย

Discourse markers ไม่ได้เป็นแค่ "คำเชื่อม" ธรรมดา แต่ยังแสดงให้เห็นทิศทางความคิดของผู้พูด ไม่ว่าจะเป็นการโต้แย้ง การขยายความ หรือการสรุปประเด็น นั่นคือเหตุผลที่เจ้าของภาษาใช้คำเหล่านี้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องคิดมาก

ในการสอบ IELTS ทั้ง Speaking และ Writing การใช้ discourse markers ที่หลากหลายและถูกต้องช่วยเพิ่มคะแนนได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเกณฑ์ Coherence & Cohesion

II. 3 กลุ่มตัวเชื่อมเพิ่มเสน่ห์ให้บทสนทนา

Discourse markers แบ่งออกได้หลายรูปแบบ แต่ 3 กลุ่มต่อไปนี้คือกลุ่มที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันและในการสอบ

1. กลุ่มคำแสดงความเห็นและโต้แย้ง

กลุ่มนี้ใช้เมื่อต้องการแสดงจุดยืน เพิ่มข้อมูลอีกด้านหนึ่ง หรือโต้แย้งแนวคิดก่อนหน้า เป็น discourse markers ที่จำเป็นมากในการสอบ IELTS Speaking Part 3 และ Writing Task 2

Discourse Markers คืออะไร? คำเชื่อมบทสนทนา
กลุ่มคำแสดงความเห็นและโต้แย้ง

Discourse Marker

IPA

ความหมาย

ตัวอย่างประโยค

However

/haʊˈevər/

อย่างไรก็ตาม

The plan sounds good. However, the budget is too low.

(แผนนี้ฟังดูดี อย่างไรก็ตาม งบประมาณน้อยเกินไป)

On the other hand

/ɒn ðə ˈʌðər hænd/

ในทางกลับกัน

Living in the city is convenient. On the other hand, it is very expensive. 

(การอยู่ในเมืองสะดวก แต่ในทางกลับกัน ค่าครองชีพก็สูงมาก)

Although

/ɔːlˈðoʊ/

แม้ว่า

Although it was raining, we continued the trip. 

(แม้ว่าฝนจะตก เราก็ยังเดินทางต่อ)

Nevertheless

/ˌnevərðəˈles/

กระนั้นก็ตาม

The task was difficult. Nevertheless, the team finished on time. 

(งานนั้นยาก กระนั้นก็ตาม ทีมก็เสร็จทันเวลา)

In contrast

/ɪn ˈkɒntræst/

ในทางตรงข้าม

Thai food is spicy. In contrast, Japanese food tends to be mild. 

(อาหารไทยรสจัด ในทางตรงข้าม อาหารญี่ปุ่นมักรสเบา)

2. กลุ่มคำลำดับเหตุการณ์และยกตัวอย่าง

กลุ่มนี้ใช้เพื่อจัดลำดับข้อมูล แสดงเหตุและผล หรือยกตัวอย่างประกอบ เป็น discourse markers ที่พบบ่อยใน transition words exercises ระดับ B1–B2 ขึ้นไป

Discourse Markers คืออะไร? คำเชื่อมบทสนทนา
ลุ่มคำลำดับเหตุการณ์และยกตัวอย่าง

Discourse Marker

IPA

ความหมาย

ตัวอย่างประโยค

First of all

/fɜːst əv ɔːl/

อันดับแรก

First of all, we need to define the problem. 

(อันดับแรก เราต้องนิยามปัญหาก่อน)

Furthermore

/ˈfɜːðəmɔːr/

ยิ่งไปกว่านั้น

She is talented. Furthermore, she works very hard. 

(เธอมีความสามารถ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังขยันมาก)

For instance

/fər ˈɪnstəns/

ยกตัวอย่างเช่น

Many cities face pollution. For instance, Bangkok has serious traffic fumes. 

(หลายเมืองเผชิญมลพิษ ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพฯ มีปัญหาไอเสียจากรถอย่างหนัก)

As a result

/æz ə rɪˈzʌlt/

เป็นผลให้

He studied every day. As a result, he passed the exam easily. 

(เขาเรียนทุกวัน เป็นผลให้เขาสอบผ่านได้อย่างง่ายดาย)

In addition

/ɪn əˈdɪʃən/

นอกจากนี้

The hotel is clean. In addition, the staff are very friendly. 

(โรงแรมสะอาด นอกจากนี้ พนักงานยังเป็นมิตรมาก)

3. กลุ่มคำสรุปความและเน้นย้ำข้อมูล

กลุ่มสุดท้ายนี้ใช้ปิดประเด็น สรุปใจความ หรือเน้นย้ำสิ่งที่สำคัญที่สุด เจ้าของภาษาใช้ discourse markers กลุ่มนี้เพื่อให้บทสนทนาหรืองานเขียนมีจุดจบที่กระชับและชัดเจน

Discourse Markers คืออะไร? คำเชื่อมบทสนทนา
ลุ่มคำสรุปความและเน้นย้ำข้อมูล

Discourse Marker

IPA

ความหมาย

ตัวอย่างประโยค

In conclusion

/ɪn kənˈkluːʒən/

โดยสรุป

In conclusion, technology has changed our daily lives significantly. 

(โดยสรุป เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก)

Above all

/əˈbʌv ɔːl/

เหนือสิ่งอื่นใด

Above all, honesty is the most important quality in a leader. 

(เหนือสิ่งอื่นใด ความซื่อสัตย์คือคุณสมบัติสำคัญที่สุดของผู้นำ)

In short

/ɪn ʃɔːrt/

กล่าวโดยย่อ

In short, the project was a success. 

(กล่าวโดยย่อ โปรเจกต์ประสบความสำเร็จ)

Clearly

/ˈklɪərli/

เห็นได้ชัดว่า

Clearly, more investment is needed in education. 

(เห็นได้ชัดว่า การศึกษาต้องการการลงทุนเพิ่มขึ้น)

Overall

/ˌoʊvərˈɔːl/

โดยรวมแล้ว

Overall, the experience was very positive. 

(โดยรวมแล้ว ประสบการณ์นี้เป็นไปในทางบวกมาก)

III. เทคนิคใช้ Discourse Markers

รู้จัก discourse markers แล้ว แต่ใช้แล้วยังฟังดูฝืนอยู่? ปัญหานี้แก้ได้ด้วย 3 เทคนิคนี้

1. เลือกใช้คำให้เหมาะกับระดับความเป็นทางการ

Discourse markers บางคำเหมาะกับการสนทนาทั่วไป บางคำเหมาะกับงานเขียนเชิงวิชาการ การเลือกผิดทำให้บทสนทนาฟังดูผิดสไตล์ ตารางนี้ช่วยแยกความแตกต่างได้ชัดเจน

Discourse Markers คืออะไร? คำเชื่อมบทสนทนา
ลือกใช้คำให้เหมาะกับระดับความเป็นทางการ

ระดับ Informal 

(พูดทั่วไป)

ระดับ Formal 

(งานเขียน/วิชาการ)

ความหมาย

But

However / Nevertheless

แต่ / อย่างไรก็ตาม

So

Therefore / As a result

ดังนั้น / เป็นผลให้

Also

Furthermore / In addition

และ / นอกจากนี้

Like

For instance / For example

เช่น / ยกตัวอย่างเช่น

Anyway

In any case / Regardless

ไม่ว่าอย่างไร

ใน IELTS Writing Task 2 ควรเน้นใช้คำในกลุ่ม Formal เพราะช่วยเพิ่มคะแนน Lexical Resource และ Coherence ไปพร้อมกัน

2. วางตำแหน่งคำเชื่อมในประโยคให้ถูกจุด

Discourse markers ส่วนใหญ่วางได้หลายตำแหน่ง แต่แต่ละตำแหน่งให้น้ำเสียงที่ต่างกัน

  • ต้นประโยค → เน้นความสัมพันธ์กับประโยคก่อนหน้า เช่น However, this approach has risks.

  • กลางประโยค → ใช้เมื่อต้องการเชื่อมข้อมูลในประโยคเดียวกัน เช่น This approach, however, has risks.

  • ท้ายประโยค → พบได้น้อยกว่า ใช้เพื่อเน้นย้ำ เช่น This approach has risks, however.

การวางผิดตำแหน่งไม่ได้ทำให้ประโยคผิดไวยากรณ์เสมอไป แต่อาจทำให้น้ำหนักของประโยคเปลี่ยนไป ดังนั้นควรฝึกจากแหล่ง linking words worksheet ที่มีตัวอย่างในบริบทจริง

3. หลีกเลี่ยงการใช้คำเชื่อมซ้ำซากเกินไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ผู้เรียนคือการใช้ discourse markers คำเดิมซ้ำๆ ตลอดทั้งเรียงความหรือบทสนทนา เช่น ใส่ "However" ทุก 2 ประโยค หรือขึ้นต้นทุกย่อหน้าด้วย "Furthermore" ผลคือข้อความฟังดูเป็นแบบแผนและขาดความเป็นธรรมชาติ

วิธีแก้คือสลับใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น สลับระหว่าง "However," "Nevertheless," และ "On the other hand" เพื่อให้บทสนทนามีความหลากหลายทางภาษา ซึ่งตรงกับสิ่งที่ผู้ตรวจ IELTS มองหาในเกณฑ์ Lexical Resource

บทความแนะนำ:

IV. คำถามที่พบบ่อย

1. Discourse Markers คือคำประเภทไหนกันแน่?

Discourse markers ไม่จัดอยู่ในประเภทคำเพียงหมวดเดียว แต่เป็นกลุ่มคำที่รวมทั้งคำสันธาน (conjunctions) คำวิเศษณ์ (adverbs) และวลี (phrases) ที่ทำหน้าที่เชื่อมความคิดในบทสนทนาหรืองานเขียน สิ่งที่ทำให้ discourse markers แตกต่างจากคำเชื่อมทั่วไปคือบทบาทในการแสดงทิศทางของความคิด ไม่ใช่แค่เชื่อมประโยคในเชิงไวยากรณ์

2. การใช้ Transition แตกต่างจาก Filler อย่างไร?

Transition words (หรือ discourse markers ประเภทเชื่อมความ) มีหน้าที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล เช่น "As a result" บอกว่ามีผลลัพธ์ตามมา ในขณะที่ Fillers เช่น "um," "you know," หรือ "like" ไม่ได้เพิ่มข้อมูลใด ๆ แต่ใช้เพื่อถ่วงเวลาขณะคิด ผู้เรียนควรฝึกใช้ discourse markers แทน fillers เพื่อให้การพูดดูมีน้ำหนักและเป็นมืออาชีพมากขึ้น

3. เราจำเป็นต้องใส่ตัวเชื่อมทุกประโยคไหม?

ไม่จำเป็น การใส่ discourse markers ทุกประโยคทำให้งานเขียนหรือบทสนทนาฟังดูหนักและฝืน ใช้เมื่อต้องการสื่อความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เช่น การโต้แย้ง การยกตัวอย่าง หรือการสรุปประเด็น ประโยคทั่วไปที่ต่อเนื่องกันตามธรรมชาติไม่จำเป็นต้องมีตัวเชื่อมเสมอไป

4. รวมแหล่ง Linking words worksheet และแบบฝึกหัด

สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกเพิ่มเติม แหล่ง linking words worksheet และ transition words exercises ที่แนะนำมีดังนี้

  • British Council LearnEnglish (learnenglish.britishcouncil.org) มี discourse markers exercises ระดับ B1–C1 พร้อมเฉลย

  • Perfect English Grammar (perfect-english-grammar.com) มี transition words exercises แยกตามประเภทและระดับ

  • Cambridge English (cambridgeenglish.org) มีแบบฝึกหัดที่ตรงกับรูปแบบข้อสอบ IELTS และ Cambridge exams

  • PREP Platform (prepedu.com) มีบทเรียน IELTS Writing และ Speaking ที่ฝึกใช้ discourse markers ในบริบทข้อสอบจริง

Discourse markers ไม่ใช่แค่คำตกแต่ง แต่คือโครงกระดูกที่ทำให้บทสนทนาและงานเขียนภาษาอังกฤษมีโครงสร้างที่ชัดเจน ฟังดูเป็นธรรมชาติ และแสดงถึงระดับภาษาที่สูงขึ้น การฝึกใช้ ตัวเชื่อมบทสนทนา อย่างสม่ำเสมอผ่าน linking words worksheet และ transition words exercises จะทำให้ทักษะนี้ฝังลึกและออกมาโดยอัตโนมัติในการสอบและชีวิตจริง

หากคุณกำลังเตรียมสอบ IELTS และต้องการพัฒนาทักษะการใช้ discourse markers ในบริบทข้อสอบจริง คอร์สเรียน IELTS ออนไลน์จาก PREP English พร้อมพาคุณไปถึงเป้าหมาย ด้วยหลักสูตรครบตั้งแต่ระดับ Foundation จนถึง Advanced ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะ IELTS คุณจะได้ฝึกใช้ transition words ใน Virtual Writing Room และ Virtual Speaking Room พร้อมรับ Feedback จาก Teacher Bee AI แบบเรียลไทม์ ระบบ AI ของ PREP วิเคราะห์จุดอ่อนของคุณและแนะนำ discourse markers ที่เหมาะสมกับระดับคะแนนที่ตั้งเป้าไว้ เริ่มต้นการเดินทางสู่ IELTS band เป้าหมายได้ที่ PREP EDU

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect