สรุปการใช้ Must กับ Have to เข้าใจง่าย

การใช้ Must และ Have to อย่างถูกต้องเป็นทักษะสำคัญที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษต้องเชี่ยวชาญ ผู้เรียนจำนวนมากมักสับสนว่าเมื่อไรควรใช้ must และเมื่อไรควรใช้ have to แม้ว่าทั้งสองจะแปลว่า "ต้อง" เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญทั้งในเรื่องของความหมาย บริบทการใช้งาน และความเป็นทางการ การเลือกใช้ผิดอาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไปหรือฟังดูไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง must กับ have to อย่างละเอียด พร้อมแบบฝึกหัดและเฉลยที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้ทั้งสองอย่างถูกต้องตามสถานการณ์

Must กับ Have to ต่างกันอย่างไรให้ถูก
Must กับ Have to ต่างกันอย่างไรให้ถูก

I. ความแตกต่างหลักของ Must กับ Have to

ประเด็น

Must

Have to

ที่มาของความจำเป็น

มาจากผู้พูด (ความรู้สึกส่วนตัว)

มาจากภายนอก (กฎ ระเบียบ)

ความถี่ในการใช้

ใช้น้อยกว่า เป็นทางการ

ใช้บ่อย ทั้งทางการและไม่เป็นทางการ

รูปอดีต

ไม่มี (ใช้ had to)

had to

รูปอนาคต

ไม่มี (ใช้ will have to)

will have to

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

  • You must see a doctor. = เธอต้องไปหาหมอนะ (ฉันคิดว่าจำเป็น)

  • You have to see a doctor. = เธอต้องไปหาหมอ (หมอนัดไว้)

II. Must ใช้อย่างไร

1. Must = ความจำเป็นจากผู้พูด

เมื่อ คุณ ต้อง การบอกให้ใครทำตามความคิดของตัวเอง ใช้ Must

Must กับ Have to ต่างกันอย่างไรให้ถูก
Must = ความจำเป็นจากผู้พูด

ประโยค must

ความหมาย

I must finish this today.

ฉันต้องทำให้เสร็จวันนี้ (ตั้งใจเอง)

We must protect the environment.

เราต้องปกป้องสิ่งแวดล้อม (เป็นหน้าที่)

2. Must = การคาดเดา

must ใช้ยังไง ในการคาดเดา? ใช้เมื่อมั่นใจมากกว่า 90%

ประโยค

ความหมาย

The lights are on. Someone must be home.

มีคนอยู่บ้านแน่ๆ

She must be tired after working 12 hours.

เธอต้องเหนื่อยแน่

3. Must not = ห้าม

Must and must not ต่างกันอย่างไร? Mustn't = ห้ามเด็ดขาด (not must ไม่มีในภาษาอังกฤษ)

Must กับ Have to ต่างกันอย่างไรให้ถูก
Must not = ห้าม

ประโยค

ความหมาย

You must not smoke here.

ห้ามสูบบุหรี่ที่นี่

Students must not cheat.

ห้ามโกงสอบ

III. Have to ใช้อย่างไร

1. Have to = ความจำเป็นจากภายนอก

Have to ใช้ยังไง? ใช้เมื่อความจำเป็นมาจากกฎ ระเบียบ หรือสถานการณ์

ประโยค have to

ความหมาย

I have to wear uniform.

ต้องใส่ชุดฟอร์ม (กฎบริษัท)

We have to pay taxes.

ต้องจ่ายภาษี (กฎหมาย)

2. Have to เปลี่ยนรูปได้

Have to การใช้ ตามประธานและเวลา:

Must กับ Have to ต่างกันอย่างไรให้ถูก
Have to เปลี่ยนรูปได้

ประธาน

รูปแบบ

ตัวอย่าง

I/You/We/They

have to

I have to wake up at 6.

He/She/It

has to

She has to work today.

อดีต

had to

We had to cancel the trip.

อนาคต

will have to

They will have to move.

3. Don't have to = ไม่จำเป็น

Don t have to ≠ Mustn't

ประโยค

ความหมาย

You don't have to come.

ไม่จำเป็นต้องมา (เลือกได้)

You mustn't smoke.

ห้ามสูบบุหรี่ (ห้ามเด็ดขาด)

IV. สรุปเปรียบเทียบ Must กับ Have to

หัวข้อ

Must

Have to

ความจำเป็นมาจาก

ผู้พูด

ภายนอก

ปฏิเสธ

Must not = ห้าม

Don't have to = ไม่จำเป็น

การคาดเดา

ใช้ได้

ใช้ไม่ได้

คำถาม

Must I go?

Do I have to go?

V. รูปแบบคำถามและประโยคปฏิเสธ

การทำคำถามและประโยคปฏิเสธของ must กับ have to มีรูปแบบที่แตกต่างกัน ตารางด้านล่างแสดงโครงสร้างที่ถูกต้อง

ประเภท

Must

Have to

คำถามปัจจุบัน

Must I go?

Do I have to go? 

Does she have to go?

คำถามอดีต

-

Did you have to wait?

ประโยคปฏิเสธปัจจุบัน

You must not smoke. (ห้ามสูบบุหรี่)

You don't have to smoke. 

(ไม่จำเป็นต้องสูบ)

ประโยคปฏิเสธอดีต

-

I didn't have to work yesterday.

ตัวอย่างการใช้ในประโยคคำถาม:

  • Must I finish this today? = ฉันต้องทำให้เสร็จวันนี้ไหม (คุณคิดว่าจำเป็นไหม)

  • Do I have to finish this today? = ฉันต้องทำให้เสร็จวันนี้ไหม (กฎกำหนดไว้ไหม)

บทความแนะนำ:

V. แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดที่ 1: เลือก Must หรือ Have to

  1. I _______ wear uniform to school. (กฎโรงเรียน)

  2. You _______ see this movie! (แนะนำส่วนตัว)

  3. He _______ be 60 years old. (คาดเดา)

  4. We _______ pay taxes. (กฎหมาย)

  5. She _______ be the new manager. (คาดเดา)

  6. Students _______ submit homework by Friday. (อาจารย์กำหนด)

  7. You _______ try this food! (แนะนำ)

  8. I _______ wake up at 6 tomorrow. (มีเที่ยวบิน)

  9. This _______ be expensive. (คาดเดา)

  10. Employees _______ wear ID cards. (กฎบริษัท)

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

1. have to 2. must 3. must 4. have to 5. must 6. have to 7. must 8. have to 9. must 10. have to

[/prep_collapse_expand]

แบบฝึกหัดที่ 2: เลือก Mustn't หรือ Don't have to

  1. You _______ smoke here. (ห้าม)

  2. You _______ bring food. (ไม่บังคับ)

  3. Students _______ use phones in exam. (ห้าม)

  4. You _______ wear formal clothes. (ไม่บังคับ)

  5. We _______ park here. (ห้าม)

  6. You _______ come today. (ไม่บังคับ)

  7. Children _______ play with fire. (ห้าม)

  8. You _______ cook. We can order. (ไม่บังคับ)

  9. Visitors _______ touch paintings. (ห้าม)

  10. You _______ answer now. (ไม่บังคับ)

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

1. mustn't 2. don't have to 3. mustn't 4. don't have to 5. mustn't 6. don't have to 7. mustn't 8. don't have to 9. mustn't 10. don't have to 

[/prep_collapse_expand]

แบบฝึกหัดที่ 3: เติม Must, Have to, Had to, Will have to

  1. I _______ go to dentist yesterday. (อดีต)

  2. You_______ be joking! (คาดเดา)

  3. She _______ work late tomorrow. (อนาคต)

  4. We _______ pay fine last week. (อดีต)

  5. This _______ be the best restaurant. (คาดเดา)

  6. They _______ move next month. (อนาคต)

  7. I _______ finish tonight. (เป้าหมายส่วนตัว)

  8. You _______ renew visa next year. (อนาคต)

  9. He _______ be rich. (คาดเดา)

  10. Students _______ take exam last Friday. (อดีต)

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

1. had to 2. must 3. will have to 4. had to 5. must 6. will have to 7. must 8. will have to 9. must 10. had to

[/prep_collapse_expand]

การเข้าใจความแตกต่างของ must กับ have to จะช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น จำไว้ว่า Must ใช้เมื่อความจำเป็นมาจากผู้พูดเอง ส่วน Have to ใช้เมื่อความจำเป็นมาจากปัจจัยภายนอก และอย่าลืมว่า Mustn't หมายถึง "ห้าม" ขณะที่ Don't have to หมายถึง "ไม่จำเป็น" การฝึกฝนผ่านแบบฝึกหัดจะช่วยให้คุณเข้าใจและใช้งานได้คล่องมากขึ้น

เข้าใจไวยากรณ์อย่างเป็นระบบกับ คอร์ส IELTS ออนไลน์ ของ PREP ที่มีแผนตารางเรียน IELTS ออกแบบเฉพาะตัว เรียนครบทั้งไวยากรณ์ คำศัพท์ และทักษะ 4 ด้าน ระบบ AI ช่วยตรวจการออกเสียง ให้ feedback การเขียน และติดตามความก้าวหน้าแบบเรียลไทม์ เริ่ม เตรียมสอบ IELTS ออนไลน์ วันนี้เพื่อคะแนนที่คุณต้องการ

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect