เดือนในภาษาอังกฤษ: ชื่อ 12 เดือน IPA ตัวย่อ และวิธีเขียนวันที่ให้ถูกต้อง

เดือนในภาษาอังกฤษ ทั้ง 12 เดือนมาจากภาษาละตินและเทพเจ้าโรมัน — January ถึง December — และต้องเขียนขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนในประโยค

หลายคนจำชื่อเดือนได้ครบแต่ยังเขียนวันที่ผิดในอีเมลธุรกิจหรือใบสมัครสอบ เพราะ British English และ American English ใช้ลำดับที่ต่างกัน — ผิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะ IELTS registration form และ visa application ส่วนใหญ่ใช้ระบบ British (DD/MM/YYYY)

บทความนี้รวบรวมข้อมูลเดือนในภาษาอังกฤษครบในที่เดียว ตั้งแต่ IPA คำอ่านและที่มาของทั้ง 12 เดือน วิธีเขียนวันที่แบบ British และ American กฎ capitalization และ prepositions ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ และ FAQ ที่ตอบข้อสงสัยที่พบบ่อยที่สุด

เดือน ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ที่คุณต้องรู้!
เดือนภาษาอังกฤษ คำศัพท์ที่คุณต้องรู้!

I. เดือนทั้ง 12 ภาษาอังกฤษ พร้อม IPA และที่มา

เดือนในภาษาอังกฤษทั้ง 12 เดือนมีที่มาจากปฏิทินโรมันโบราณ — บางเดือนตั้งชื่อตามเทพเจ้า บางเดือนตั้งตามบุคคลสำคัญ และสี่เดือนสุดท้าย (September–December) มาจากตัวเลขละตินที่บอกว่าเดือนนั้นอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ในปฏิทินโรมันดั้งเดิม ซึ่งเริ่มต้นในเดือนมีนาคม ไม่ใช่มกราคม

เดือนทั้ง 12 ภาษาอังกฤษ พร้อม
เดือนทั้ง 12 ภาษาอังกฤษ พร้อม

เดือนในภาษาอังกฤษ

IPA

ตัวย่อ

จำนวนวัน

ที่มา

January

/ˈdʒænjuəri/

Jan

31

เทพ Janus — เทพสองหน้า มองทั้งอดีตและอนาคต เทพแห่งการเริ่มต้น

February

/ˈfɛbruəri/

Feb

28/29

Februarius — พิธีชำระล้างประจำปีของโรมัน (Februa)

March

/mɑːrtʃ/

Mar

31

เทพ Mars — เทพแห่งสงคราม เดือนแรกของปฏิทินโรมันเดิม

April

/ˈeɪprəl/

Apr

30

aperire (ละติน) = "เปิด" — ฤดูดอกไม้เบ่งบาน

May

/meɪ/

May*

31

เทพี Maia — เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และฤดูใบไม้ผลิ

June

/dʒuːn/

Jun

30

เทพี Juno — เทพีแห่งการแต่งงานและครอบครัว

July

/dʒuˈlaɪ/

Jul

31

Julius Caesar — ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่จักรพรรดิ

August

/ˈɔːɡəst/

Aug

31

Augustus Caesar — จักรพรรดิโรมันองค์แรก

September

/sɛpˈtɛmbər/

Sep

30

septem (ละติน) = 7 — เดิมเป็นเดือนที่ 7

October

/ɒkˈtoʊbər/

Oct

31

octo (ละติน) = 8 — เดิมเป็นเดือนที่ 8

November

/noʊˈvɛmbər/

Nov

30

novem (ละติน) = 9 — เดิมเป็นเดือนที่ 9

December

/dɪˈsɛmbər/

Dec

31

decem (ละติน) = 10 — เดิมเป็นเดือนที่ 10

II. การเขียนวันที่ภาษาอังกฤษ: British vs American 

การเขียนวันที่ภาษาอังกฤษ: British vs American 
การเขียนวันที่ภาษาอังกฤษ: British vs American 

British English และ American English เขียนวันที่ต่างกันในเรื่องลำดับของวันและเดือน — ความแตกต่างนี้สำคัญมากเมื่อกรอกแบบฟอร์ม IELTS, ใบสมัครวีซ่า, หรืออีเมลธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะถ้าใช้ผิด format ตัวเลข 06/07 อาจถูกแปลว่า "6 กรกฎาคม" หรือ "7 มิถุนายน" ขึ้นอยู่กับว่าผู้อ่านเป็น British หรือ American

Format

อังกฤษ (British)

อเมริกัน (American)

ลำดับ

วัน → เดือน → ปี

เดือน → วัน → ปี

ตัวอักษร

15 March 2025

March 15, 2025

ตัวย่อ

15 Mar 2025

Mar. 15, 2025

ตัวเลข

15/03/2025 หรือ 15.03.2025

03/15/2025

ตัวอย่างที่ใช้ในชีวิตจริง:

  • "The IELTS exam is on 15 March 2025." (British — ใช้ในใบสมัครสอบ IELTS และ IDP)

  • "Submit your application by March 15, 2025." (American — ใช้ในสมัคร university ในสหรัฐฯ)

  • "The contract expires on 31 Dec 2025." (British abbreviation — ใช้ในอีเมลธุรกิจกับบริษัทอังกฤษ/ออสเตรเลีย)

กฎสำคัญ: เมื่อเขียนเดือนเป็นตัวอักษร ไม่ต้องใส่เครื่องหมาย ordinal (th/st/nd/rd) ต่อท้ายวัน — "March 15th" ใช้ได้ในการพูด แต่ในเอกสารทางการใช้ "15 March" หรือ "March 15" จะ clean กว่า

บทความแนะนำอ่านต่อ:

III. ตัวอย่างประโยคใช้เดือนในภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างประโยคด้านล่างแบ่งตามบริบทการใช้งานจริงสามกลุ่ม — การบอกวันเกิด การนัดหมาย และการพูดถึงฤดูกาล แต่ละกลุ่มมีรูปแบบ grammar ที่ต่างกันเล็กน้อยซึ่งควรสังเกต

1. การบอกเดือนเกิดและวันครบรอบ

การบอกเดือนเกิดใช้ "in" เสมอ — "I was born in March" ถ้าระบุวันด้วยให้เปลี่ยนเป็น "on": "I was born on March 15"

ประโยค

ความหมาย

I was born in January.

ฉันเกิดในเดือนมกราคม

My birthday is in March.

วันเกิดฉันอยู่ในเดือนมีนาคม

She was born on 3 December 1995.

เธอเกิดวันที่ 3 ธันวาคม 1995

Our wedding anniversary is in June.

ครบรอบแต่งงานเราอยู่เดือนมิถุนายน

2. การนัดหมายและกำหนดการ

ในบริบทนัดหมาย preposition ขึ้นอยู่กับว่าระบุแค่เดือน (in) หรือระบุวันด้วย (on) — ข้อนี้เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมากในอีเมลธุรกิจ

ประโยค

ความหมาย

The meeting is in February.

ประชุมในเดือนกุมภาพันธ์

Let's meet on June 10.

นัดเจอกันวันที่ 10 มิถุนายน

The IELTS exam starts in September.

สอบ IELTS เริ่มเดือนกันยายน

The deadline is on 31 August.

กำหนดส่งงานวันที่ 31 สิงหาคม

3. การพูดถึงฤดูกาลและวัฒนธรรม

เดือนในภาษาอังกฤษเชื่อมกับเทศกาลสำคัญทั้งในบริบทตะวันตกและไทย — การรู้ว่า April ในบริบทไทยหมายถึงสงกรานต์ หรือ November หมายถึงลอยกระทง ช่วยให้พูดคุยเรื่องวัฒนธรรมในการสอบ IELTS Speaking ได้ลื่นกว่ามาก

ประโยค

ความหมาย

April is Songkran month in Thailand.

เมษายนเป็นเดือนสงกรานต์ในไทย

In November, Thai people celebrate Loy Krathong.

พฤศจิกายนคนไทยฉลองลอยกระทง

December is usually cold here.

ธันวาคมมักจะหนาวที่นี่

April showers bring May flowers.

สำนวนภาษาอังกฤษ — ฝนเมษาให้ดอกไม้พฤษภา

IV. กฎไวยากรณ์สำคัญเกี่ยวกับเดือนในภาษาอังกฤษ 

กฎไวยากรณ์ของเดือนในภาษาอังกฤษมีสามข้อหลักที่ต้องใช้ให้ถูกต้องทุกครั้ง — capitalization, prepositions, และการใช้ตัวย่อ สามข้อนี้ดูง่าย แต่คนไทยทำผิดซ้ำๆ เพราะโครงสร้างภาษาไทยไม่มีกฎเหล่านี้

1. การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ (Capitalization)

ชื่อเดือนในภาษาอังกฤษทุกเดือนต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ — กฎนี้ไม่มีข้อยกเว้น แม้เดือนจะอยู่กลางประโยคหรือในเอกสาร informal ก็ตาม เพราะชื่อเดือนถือเป็น proper noun

✅ ถูก

❌ ผิด

January, February, March

january, february, march

I was born in April.

I was born in april.

The deadline is March 15.

The deadline is march 15.

2. การใช้บุพบท (Prepositions)

กฎ preposition ของเดือนขึ้นอยู่กับว่าระบุแค่เดือน หรือระบุวันที่ด้วย — สองกรณีนี้ใช้ต่างกันและห้ามสับสน

ใช้ "in" กับเดือนเพียงอย่างเดียว:

  • "The conference is in October."(งานประชุมอยู่ในเดือนตุลาคม)

  • "I was born in May."(ฉันเกิดเดือนพฤษภาคม)

ใช้ "on" เมื่อระบุวันที่ด้วย:

  • "The exam is on October 15."(สอบวันที่ 15 ตุลาคม)

  • "She was born on 3 May 2000."(เธอเกิดวันที่ 3 พฤษภาคม 2000)

3. การใช้ตัวย่อเดือน

ตัวย่อ 3 ตัวอักษรเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ได้ในปฏิทิน ตารางงาน หัวข้ออีเมล และเอกสารที่ต้องการความกระชับ ส่วนเรื่องจุด (.) ต่อท้ายขึ้นอยู่กับ style guide ที่ใช้

สถานการณ์

British (ไม่มีจุด)

American (มีจุด)

ปฏิทิน

Jan, Feb, Mar

Jan., Feb., Mar.

อีเมล

15 Jan 2025

Jan. 15, 2025

เอกสาร formal

31 Dec 2024

Dec. 31, 2024

บทความแนะนำ:

V. คำถามที่พบบ่อย FAQ

1. ทำไม October แปลว่า "แปด" แต่เป็นเดือนที่ 10?

เพราะปฏิทินโรมันดั้งเดิมเริ่มต้นในเดือนมีนาคม ไม่ใช่มกราคม — ทำให้ October (octo = 8) เป็นเดือนที่ 8 ในระบบเดิม เมื่อกษัตริย์ Numa Pompilius เพิ่มเดือน January และ February เข้าไปที่ต้นปีในราว 713 ปีก่อนคริสตกาล เดือนทั้งหมดเลื่อนหมายเลขขึ้นสองตำแหน่ง แต่ชื่อเดิมถูกเก็บไว้ ปัจจุบัน September (7→9), October (8→10), November (9→11), December (10→12) จึงมีชื่อที่ไม่ตรงกับลำดับที่อยู่จริง

2. ตัวย่อเดือนต้องมีจุด (.) ต่อท้ายเสมอไปหรือไม่?

ไม่จำเป็น — ขึ้นอยู่กับ Style Guide ที่ใช้ British English มักไม่ใส่จุด (Jan, Feb, Mar) ส่วน American English นิยมใส่ (Jan., Feb., Mar.) กฎที่สำคัญกว่าคือ ให้ใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเอกสาร ไม่ใช้ปนกัน และถ้าไม่แน่ใจ การเขียนชื่อเต็มเสมอ (January, February) เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในทุก context

3. เดือนทั้ง 12 จัดกลุ่มตามฤดูกาลในซีกโลกเหนืออย่างไร?

ฤดูกาลในประเทศตะวันตก (ซีกโลกเหนือ) แบ่งเป็น 4 ฤดูดังนี้ — Spring (March, April, May), Summer (June, July, August), Autumn/Fall (September, October, November), Winter (December, January, February) สังเกตว่า April ในบริบทตะวันตกคือ Spring แต่สำหรับคนไทย April = สงกรานต์ ซึ่งเป็น cultural anchor ที่ใช้ใน IELTS Speaking ได้ดีมาก เช่น "In Thailand, April is actually our hottest month and we celebrate Songkran, the water festival."

4. February มี 29 วันทุกปีไหม?

February มี 29 วันเฉพาะในปีอธิกสุรทิน (Leap Year) เท่านั้น — ปีอธิกสุรทินเกิดขึ้นทุก 4 ปี โดยมีกฎว่าปีนั้นต้องหารด้วย 4 ลงตัว (เช่น 2024, 2028) แต่ถ้าปีนั้นหารด้วย 100 ลงตัวด้วย จะไม่เป็นปีอธิกสุรทิน เว้นแต่จะหารด้วย 400 ลงตัวด้วยอีกที เช่น ปี 1900 ไม่ใช่ปีอธิกสุรทิน แต่ปี 2000 ใช่ กฎนี้ออกแบบมาเพื่อให้ปฏิทินตรงกับรอบโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ที่ใช้เวลา 365.2422 วัน

เดือนในภาษาอังกฤษ ทั้ง 12 เดือนไม่ใช่แค่รายการคำศัพท์ที่ต้องท่องจำ — มันเป็นระบบที่มีกฎ capitalization, prepositions, และ date formats ที่ต้องใช้ร่วมกันอย่างถูกต้อง ข้อผิดพลาดเพียงข้อเดียว เช่น "on January" แทน "in January" หรือ "january" แทน "January" สามารถส่งผลต่อคะแนน IELTS Writing และภาพลักษณ์ในอีเมลธุรกิจได้โดยตรง

จากที่เรียนในบทความนี้ — IPA และที่มาของแต่ละเดือนช่วยจำชื่อได้แม่นขึ้น, ความแตกต่าง British vs American date format เป็นสิ่งที่ต้องรู้ก่อนสมัครสอบหรือติดต่องานต่างประเทศ, และกฎ in/on คือ quick win ที่แก้ได้ทันทีหลังจากจำครั้งเดียว

หากคุณต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างครอบคลุม รวมถึงการใช้คำศัพท์พื้นฐานอย่างเดือนภาษาอังกฤษในบริบทการสอบ IELTS IELTS PREP กับ PREP Edu จะช่วยให้คุณเรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ หลักสูตรของเรามุ่งเน้นการพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้าน พร้อมการสอนคำศัพท์และไวยากรณ์ที่จำเป็นสำหรับการสอบ IELTS เรามีแผนการเรียนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้เรียนแต่ละระดับ พร้อมเทคนิคการสอบและการฝึกฝนที่จะช่วยให้คุณมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นในการสอบหรือการสื่อสารในชีวิตจริง ทีมครูผู้เชี่ยวชาญจะคอยให้คำแนะนำและติดตามความก้าวหน้าของคุณตลอดการเรียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายคะแนน IELTS ที่ต้องการ

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect