วิธีอ่านและเขียนตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-100
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังโทรศัพท์จองโรงแรมในต่างประเทศ พนักงานถามว่า "What's your credit card number?" หรือ "Which room would you prefer? Room thirteen or thirty?" หากคุณสับสนระหว่าง "thirteen" (13) กับ "thirty" (30) อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ การรู้จักอ่านและเขียน ตัวเลขภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้องไม่ได้เป็นแค่ทักษะพื้นฐาน แต่เป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ตัวเลขภาษาอังกฤษ ใช้ในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การบอกเวลา การซื้อของ การจองตั๋ว การบอกที่อยู่ ไปจนถึงการอ่านราคาและเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญในข้อสอบ IELTS Listening ที่ผู้สอบต้องฟังและจดตัวเลขต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ รหัสไปรษณีย์ หรือตัวเลขสถิติ
บทความนี้จะสอนคุณทุกอย่างเกี่ยวกับ ตัวเลขภาษาอังกฤษ ตั้งแต่การนับ 1-100 การเขียนเลขลำดับ ไปจนถึงการอ่านทศนิยม เศษส่วน และเปอร์เซ็นต์ พร้อมเทคนิคการจำที่ไม่มีวันลืมและตัวอย่างการใช้งานจริง มาเริ่มต้นเรียนรู้ เลขภาษาอังกฤษ กันเลย
- I. เลขภาษาอังกฤษ จาก 1 ถึง 100
- II. ลำดับเลข ภาษาอังกฤษ (Ordinal Numbers)
- III. เศษส่วน ทศนิยม เปอร์เซ็นต์และเลขโรมัน
- IV. คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- 1. Cardinal Numbers และ Ordinal Numbers คืออะไรและใช้ต่างกันอย่างไร?
- 2. ตัวเลขภาษาอังกฤษแบบ British และ American English มีส่วนไหนที่แตกต่างกันบ้าง?
- 3. จำเป็นต้องใส่ and ในการอ่านตัวเลข (เช่น two hundred and fifty) เสมอไปหรือไม่?
- 4. การออกเสียง thirteen (13) กับ thirty (30) ต่างกันอย่างไรให้คนฟังไม่สับสน?
Key Takeaways
- ตัวเลขภาษาอังกฤษ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก: Cardinal Numbers (เลขนับ), Ordinal Numbers (เลขลำดับ), และเลขทศนิยม
- นับเลขภาษาอังกฤษ 1-10 เป็นพื้นฐานสำคัญที่ต้องท่องจำ เพราะใช้เป็นหลักในการสร้างตัวเลขที่ใหญ่ขึ้น
- เขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษ มีกฎเกณฑ์ชัดเจน เช่น ตัวเลข 13-19 ลงท้ายด้วย "-teen" และ 20-90 ลงท้ายด้วย "-ty"
- ลำดับเลข ภาษาอังกฤษ (Ordinal Numbers) ใช้บอกตำแหน่งหรือลำดับที่ โดยส่วนใหญ่เติม "-th" ท้ายเลข
I. เลขภาษาอังกฤษ จาก 1 ถึง 100
การเริ่มต้นนับเลขภาษาอังกฤษให้ถูกต้องเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก เมื่อคุณเข้าใจหลักการและจังหวะการออกเสียงแล้ว คุณจะสามารถใช้ตัวเลขในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ
1. ตัวเลข 1-10
เลข 1-10 เป็นรากฐานของการนับทั้งหมด ต้องท่องให้ขึ้นใจ
|
ตัวเลข |
คำศัพท์ |
การออกเสียง (IPA) |
|
1 |
One |
/wʌn/ |
|
2 |
Two |
/tuː/ |
|
3 |
Three |
/θriː/ |
|
4 |
Four |
/fɔːr/ |
|
5 |
Five |
/faɪv/ |
|
6 |
Six |
/sɪks/ |
|
7 |
Seven |
/ˈsevən/ |
|
8 |
Eight |
/eɪt/ |
|
9 |
Nine |
/naɪn/ |
|
10 |
Ten |
/ten/ |
2. ตัวเลข 11-20
ตัวเลข 11-12 มีรูปแบบพิเศษ ส่วน 13-19 ลงท้ายด้วย -teen
|
ตัวเลข |
คำศัพท์ |
การออกเสียง (IPA) |
|
11 |
Eleven |
/ɪˈlevən/ |
|
12 |
Twelve |
/twelv/ |
|
13 |
Thirteen |
/ˌθɜːrˈtiːn/ |
|
14 |
Fourteen |
/ˌfɔːrˈtiːn/ |
|
15 |
Fifteen |
/ˌfɪfˈtiːn/ |
|
16 |
Sixteen |
/ˌsɪksˈtiːn/ |
|
17 |
Seventeen |
/ˌsevənˈtiːn/ |
|
18 |
Eighteen |
/ˌeɪˈtiːn/ |
|
19 |
Nineteen |
/ˌnaɪnˈtiːn/ |
|
20 |
Twenty |
/ˈtwenti/ |
3. เลข 21-90
ตัวเลขภาษาอังกฤษ ที่เป็นทศนิยมลงท้ายด้วย "-ty"
|
หลักสิบ |
คำศัพท์ |
การออกเสียง (IPA) |
ตัวอย่าง |
|
20 |
Twenty |
/ˈtwenti/ |
Twenty-one (21), Twenty-five (25) |
|
30 |
Thirty |
/ˈθɜːrti/ |
Thirty-two (32), Thirty-eight (38) |
|
40 |
Forty |
/ˈfɔːrti/ |
Forty-three (43), Forty-nine (49) |
|
50 |
Fifty |
/ˈfɪfti/ |
Fifty-four (54), Fifty-seven (57) |
|
60 |
Sixty |
/ˈsɪksti/ |
Sixty-five (65), Sixty-six (66) |
|
70 |
Seventy |
/ˈsevənti/ |
Seventy-seven (77), Seventy-nine (79) |
|
80 |
Eighty |
/ˈeɪti/ |
Eighty-one (81), Eighty-four (84) |
|
90 |
Ninety |
/ˈnaɪnti/ |
Ninety-two (92), Ninety-eight (98) |
การเขียนตัวเลข 21-99
กฎการเขียน:
ทศนิยม + hyphen (-) + หน่วย
ตัวอย่าง:
|
Number |
English |
|
21 |
twenty-one |
|
35 |
thirty-five |
|
47 |
forty-seven |
|
58 |
fifty-eight |
4. ตารางหน่วยตัวเลขขนาดใหญ่
|
ตัวเลข |
ตัวเลขภาษาอังกฤษ |
คำอ่าน |
|
100 |
one hundred |
วัน ฮันเดรด |
|
1,000 |
one thousand |
วัน เธาซันด์ |
|
10,000 |
ten thousand |
เทน เธาซันด์ |
|
100,000 |
one hundred thousand |
วัน ฮันเดรด เธาซันด์ |
|
1,000,000 |
one million |
วัน มิลเลียน |
|
10,000,000 |
ten million |
เทน มิลเลียน |
|
100,000,000 |
one hundred million |
วัน ฮันเดรด มิลเลียน |
|
1,000,000,000 |
one billion |
วัน บิลเลียน |
หมายเหตุ:
-
ใช้ and หลัง hundred (แบบบริติช)
-
ใช้ comma (,) คั่นทุกหลักพัน
II. ลำดับเลข ภาษาอังกฤษ (Ordinal Numbers)
Ordinal Numbers ใช้บอกลำดับที่หรือตำแหน่ง
1. เลขลำดับ 1-20
|
Number |
Ordinal |
ย่อ |
ความหมาย |
|
1 |
first |
1st |
ที่หนึ่ง |
|
2 |
second |
2nd |
ที่สอง |
|
3 |
third |
3rd |
ที่สาม |
|
4 |
fourth |
4th |
ที่สี่ |
|
5 |
fifth |
5th |
ที่ห้า |
|
6 |
sixth |
6th |
ที่หก |
|
7 |
seventh |
7th |
ที่เจ็ด |
|
8 |
eighth |
8th |
ที่แปด |
|
9 |
ninth |
9th |
ที่เก้า |
|
10 |
tenth |
10th |
ที่สิบ |
|
11 |
eleventh |
11th |
ที่สิบเอ็ด |
|
12 |
twelfth |
12th |
ที่สิบสอง |
|
13 |
thirteenth |
13th |
ที่สิบสาม |
|
20 |
twentieth |
20th |
ที่ยี่สิบ |
2. กฎการเปลี่ยนเป็น Ordinal Numbers
กฎทั่วไป: เติม "-th" ท้ายเลข
ข้อยกเว้น:
-
1st = first (ไม่ใช่ oneth)
-
2nd = second (ไม่ใช่ twoth)
-
3rd = third (ไม่ใช่ threeth)
-
5th = fifth (ไม่ใช่ fiveth - ตัด e ออก)
-
8th = eighth (ไม่ใช่ eightth)
-
9th = ninth (ไม่ใช่ nineth - ตัด e ออก)
-
12th = twelfth (ไม่ใช่ twelveth - เปลี่ยน ve เป็น f)
สำหรับตัวเลขที่มีหลายหลัก:
-
21st = twenty-first
-
32nd = thirty-second
-
43rd = forty-third
-
54th = fifty-fourth
บทความแนะนำอ่านต่อ:
III. เศษส่วน ทศนิยม เปอร์เซ็นต์และเลขโรมัน
1. เศษส่วน (Fractions)
|
เศษส่วน |
ภาษาอังกฤษ |
คำอ่าน |
|
1/2 |
one half / a half |
วัน ฮาฟ |
|
1/3 |
one third |
วัน เธิร์ด |
|
1/4 |
one quarter / one fourth |
วัน ควอเตอร์ |
|
2/3 |
two thirds |
ทู เธิร์ดส์ |
|
3/4 |
three quarters / three fourths |
ธรี ควอเตอร์ส |
|
1/5 |
one fifth |
วัน ฟิฟธ์ |
บทความแนะนำ: รวมวิธีการอ่านเศษส่วนภาษาอังกฤษ
2. ทศนิยม (Decimals)
|
ตัวเลข |
วิธีอ่าน |
ตัวอย่าง |
|
0.5 |
zero point five / point five |
ศูนย์จุดห้า |
|
3.14 |
three point one four |
สามจุดหนึ่งสี่ |
|
10.25 |
ten point two five |
สิบจุดสองห้า |
|
99.99 |
ninety-nine point nine nine |
เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้า |
บทความแนะนำ: วิธีเขียนและการอ่านทศนิยมเป็นภาษาอังกฤษ
3. เปอร์เซ็นต์ (Percentage)
|
ตัวเลข |
วิธีอ่าน |
|
10% |
ten percent |
|
50% |
fifty percent |
|
100% |
one hundred percent |
|
75.5% |
seventy-five point five percent |
4. เลขโรมัน (Roman Numerals)
|
โรมัน |
ตัวเลข |
โรมัน |
ตัวเลข |
|
I |
1 |
L |
50 |
|
V |
5 |
C |
100 |
|
X |
10 |
D |
500 |
|
XX |
20 |
M |
1000 |
บทความแนะนำ:
IV. คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. Cardinal Numbers และ Ordinal Numbers คืออะไรและใช้ต่างกันอย่างไร?
Cardinal Numbers คือตัวเลขที่ใช้นับจำนวน (one, two, three) ส่วน Ordinal Numbers คือตัวเลขที่ใช้บอกลำดับ (first, second, third) การแยกแยะนี้สำคัญมาก เพราะใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน
2. ตัวเลขภาษาอังกฤษแบบ British และ American English มีส่วนไหนที่แตกต่างกันบ้าง?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่การใช้ and ใน British English จะพูด One hundred and twenty ส่วน American English มักพูด One hundred twenty โดยไม่ใส่ and
3. จำเป็นต้องใส่ and ในการอ่านตัวเลข (เช่น two hundred and fifty) เสมอไปหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับสำเนียงและบริบท ใน American English มักจะไม่ใส่ and ส่วน British English มักจะใส่ ทั้งสองแบบถือว่าถูกต้อง
4. การออกเสียง thirteen (13) กับ thirty (30) ต่างกันอย่างไรให้คนฟังไม่สับสน?
ความแตกต่างอยู่ที่การเน้นเสียง Thirteen เน้นที่พยางค์หลัง (thir-TEEN) ส่วน Thirty เน้นที่พยางค์แรก (THIR-ty) การฝึกฝนเน้นเสียงให้ถูกต้องจะช่วยลดความสับสนได้มาก
ตัวเลขภาษาอังกฤษ เป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ นับเลขภาษาอังกฤษ 1-100 ต้องเริ่มจากการท่องจำตัวเลข 1-10 ให้แม่น จากนั้นเข้าใจรูปแบบของเลข 11-20 และกฎการสร้างตัวเลข 21-99 ด้วยการใช้ทศนิยม + ขีด + หน่วย การ เขียนตัวเลขเป็นภาษาอังกฤษ ต้องระวังการสะกดที่ถูกต้อง โดยเฉพาะคำที่มีข้อยกเว้นอย่าง forty และ ninety
สร้างรากฐานภาษาอังกฤษที่แข็งแกร่งกับ PREP การเรียนรู้ตัวเลขภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ทักษะภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ PREP มีคอร์สเรียน IELTS ออนไลน์ ที่สอนตั้งแต่คำศัพท์พื้นฐานอย่างตัวเลขไปจนถึงการใช้ภาษาในระดับสูง ครอบคลุมทั้ง Listening ที่ต้องฟังตัวเลข Reading ที่ต้องเข้าใจข้อมูลตัวเลข Writing ที่ต้องอธิบายกราฟและสถิติ และ Speaking ที่ต้องพูดถึงตัวเลขในชีวิตประจำวัน ด้วยระบบ Virtual Writing Room และ Virtual Speaking Room ที่ช่วยฝึกการใช้ตัวเลขในบริบทต่างๆ พร้อม Teacher Bee AI ที่คอยช่วยอธิบายและตอบคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง มาเริ่มต้นสร้างรากฐานที่มั่นคงและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างครบวงจรกับเรียน IELTS ออนไลน์ ที่ PREP English วันนี้

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















