ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-100 พร้อมคำอ่าน: ตาราง กฎการนับ เลขลำดับที่ และการใช้งานจริง
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังโทรศัพท์จองโรงแรมในต่างประเทศ พนักงานถามว่า "What's your credit card number?" หรือ "Which room would you prefer? Room thirteen or thirty?" หากคุณสับสนระหว่าง "thirteen" (13) กับ "thirty" (30) อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ การรู้จักอ่านและเขียน ตัวเลขภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้องไม่ได้เป็นแค่ทักษะพื้นฐาน แต่เป็นความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ตัวเลขภาษาอังกฤษ ใช้ในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การบอกเวลา การซื้อของ การจองตั๋ว การบอกที่อยู่ ไปจนถึงการอ่านราคาและเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญในข้อสอบ IELTS Listening ที่ผู้สอบต้องฟังและจดตัวเลขต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ รหัสไปรษณีย์ หรือตัวเลขสถิติ
บทความนี้จะสอนคุณทุกอย่างเกี่ยวกับ ตัวเลขภาษาอังกฤษ ตั้งแต่การนับ 1-100 การเขียนเลขลำดับ ไปจนถึงการอ่านทศนิยม เศษส่วน และเปอร์เซ็นต์ พร้อมเทคนิคการจำที่ไม่มีวันลืมและตัวอย่างการใช้งานจริง มาเริ่มต้นเรียนรู้ เลขภาษาอังกฤษ กันเลย
- I. ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-100 พร้อมคำอ่าน
- II. กฎการนับเลขภาษาอังกฤษ: เข้าใจ Pattern ไม่ต้องท่อง
- III. -teen กับ -ty ออกเสียงต่างกันอย่างไร?
- IV. ตัวเลขลำดับที่ภาษาอังกฤษ (Ordinal Numbers) ครบทุกตัว
- V. เลขภาษาอังกฤษ 100 ขึ้นไป: Hundred, Thousand, Million
- VI. ฝึกใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
- VII. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตัวเลขภาษาอังกฤษ (FAQ)
I. ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-100 พร้อมคำอ่าน
ตารางตัวเลข 1-100 แบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามวิธีจำ ส่วนแรกคือ 1-20 ที่ต้องจำแยกทีละตัว และส่วนที่สองคือ 21-100 ที่ใช้กฎประกอบคำได้
เหตุผลที่ต้องแบ่งเช่นนี้เพราะตัวเลขแต่ละกลุ่มมีลักษณะการสร้างต่างกัน เลข 1-12 เป็นคำเฉพาะที่ไม่มีกฎตายตัว ต้องจำทีละตัว เลข 13-19 ใช้กฎเติม -teen ท้ายคำ และเลข 20 ขึ้นไปใช้กฎ -ty ต่อท้ายหลักสิบ เมื่อแยกตามลักษณะนี้แล้ว คุณจะเห็นว่ามีตัวที่ต้องจำจริงเพียงไม่กี่ตัว ส่วนที่เหลือสร้างขึ้นจากกฎทั้งสิ้น
1. ตัวเลขภาษาอังกฤษ 1-20 พร้อมคำอ่าน (ต้องจำทุกตัว)
ตัวเลข 1-20 เป็นรากฐานของตัวเลขทั้งหมด เพราะตัวเลขที่ใหญ่กว่านี้ล้วนนำคำเหล่านี้มาประกอบ จึงควรจำให้แม่นทั้งการสะกดและการออกเสียง
|
ตัวเลข |
ภาษาอังกฤษ |
คำอ่านไทย |
พยางค์ที่เน้น |
|
1 |
one |
วัน |
1 พยางค์ |
|
2 |
two |
ทู |
1 พยางค์ |
|
3 |
three |
ธรี |
1 พยางค์ |
|
4 |
four |
โฟร์ |
1 พยางค์ |
|
5 |
five |
ไฟว์ |
1 พยางค์ |
|
6 |
six |
ซิกซ์ |
1 พยางค์ |
|
7 |
seven |
เซฟ-เวิน |
เซฟ (พยางค์ 1) |
|
8 |
eight |
เอท |
1 พยางค์ |
|
9 |
nine |
ไนน์ |
1 พยางค์ |
|
10 |
ten |
เท็น |
1 พยางค์ |
|
11 |
eleven |
อิ-เลฟ-เวิน |
เลฟ (พยางค์ 2) |
|
12 |
twelve |
ทเวลฟ์ |
1 พยางค์ |
|
13 |
thirteen |
เธอ-ทีน |
TEEN (พยางค์ 2) |
|
14 |
fourteen |
โฟร์-ทีน |
TEEN (พยางค์ 2) |
|
15 |
fifteen |
ฟิฟ-ทีน |
TEEN (พยางค์ 2) |
|
16 |
sixteen |
ซิกซ์-ทีน |
TEEN (พยางค์ 2) |
|
17 |
seventeen |
เซฟ-เวิน-ทีน |
TEEN (พยางค์ 3) |
|
18 |
eighteen |
เอท-ทีน |
TEEN (พยางค์ 2) |
|
19 |
nineteen |
ไนน์-ทีน |
TEEN (พยางค์ 2) |
|
20 |
twenty |
ทเวน-ที |
TWEN (พยางค์ 1) |
จากตารางจะเห็นว่าเลข 1-12 ไม่มีรูปแบบร่วมกัน ต้องจำแยกทุกตัว ส่วนเลข 13-19 มีจุดร่วมชัดเจนคือลงท้ายด้วย -teen และเน้นเสียงที่พยางค์ท้ายเสมอ การสังเกตจุดนี้จะช่วยให้จำง่ายขึ้นมาก จากนั้นเราสามารถไปยังหัวข้อถัดไปเพื่อเรียนรู้ตัวเลข 21-100 ด้วยกฎการประกอบ
2. ตัวเลขภาษาอังกฤษ 21-100 พร้อมคำอ่าน (ใช้กฎ tens + units)
ตั้งแต่ 21 ขึ้นไป ตัวเลขสองหลักสร้างจากการนำเลขสิบมาเชื่อมกับเลขหน่วยด้วยเครื่องหมายขีดกลาง (hyphen) เช่น twenty-one เสมอ และต้องสะกดเลขสิบให้ถูก โดยเฉพาะ forty (ไม่ใช่ fourty) และ ninety (ไม่ใช่ ninty)
|
ตัวเลข |
ภาษาอังกฤษ |
คำอ่านไทย |
|
21 |
twenty-one |
ทเวน-ที-วัน |
|
22 |
twenty-two |
ทเวน-ที-ทู |
|
23 |
twenty-three |
ทเวน-ที-ธรี |
|
24 |
twenty-four |
ทเวน-ที-โฟร์ |
|
25 |
twenty-five |
ทเวน-ที-ไฟว์ |
|
26 |
twenty-six |
ทเวน-ที-ซิกซ์ |
|
27 |
twenty-seven |
ทเวน-ที-เซฟ-เวิน |
|
28 |
twenty-eight |
ทเวน-ที-เอท |
|
29 |
twenty-nine |
ทเวน-ที-ไนน์ |
|
30 |
thirty |
เธอ-ที |
|
31 |
thirty-one |
เธอ-ที-วัน |
|
32 |
thirty-two |
เธอ-ที-ทู |
|
33 |
thirty-three |
เธอ-ที-ธรี |
|
34 |
thirty-four |
เธอ-ที-โฟร์ |
|
35 |
thirty-five |
เธอ-ที-ไฟว์ |
|
36 |
thirty-six |
เธอ-ที-ซิกซ์ |
|
37 |
thirty-seven |
เธอ-ที-เซฟ-เวิน |
|
38 |
thirty-eight |
เธอ-ที-เอท |
|
39 |
thirty-nine |
เธอ-ที-ไนน์ |
|
40 |
forty |
โฟ-ที |
|
41 |
forty-one |
โฟ-ที-วัน |
|
42 |
forty-two |
โฟ-ที-ทู |
|
43 |
forty-three |
โฟ-ที-ธรี |
|
44 |
forty-four |
โฟ-ที-โฟร์ |
|
45 |
forty-five |
โฟ-ที-ไฟว์ |
|
46 |
forty-six |
โฟ-ที-ซิกซ์ |
|
47 |
forty-seven |
โฟ-ที-เซฟ-เวิน |
|
48 |
forty-eight |
โฟ-ที-เอท |
|
49 |
forty-nine |
โฟ-ที-ไนน์ |
|
50 |
fifty |
ฟิฟ-ที |
|
51 |
fifty-one |
ฟิฟ-ที-วัน |
|
52 |
fifty-two |
ฟิฟ-ที-ทู |
|
53 |
fifty-three |
ฟิฟ-ที-ธรี |
|
54 |
fifty-four |
ฟิฟ-ที-โฟร์ |
|
55 |
fifty-five |
ฟิฟ-ที-ไฟว์ |
|
56 |
fifty-six |
ฟิฟ-ที-ซิกซ์ |
|
57 |
fifty-seven |
ฟิฟ-ที-เซฟ-เวิน |
|
58 |
fifty-eight |
ฟิฟ-ที-เอท |
|
59 |
fifty-nine |
ฟิฟ-ที-ไนน์ |
|
60 |
sixty |
ซิก-ที |
|
61 |
sixty-one |
ซิก-ที-วัน |
|
62 |
sixty-two |
ซิก-ที-ทู |
|
63 |
sixty-three |
ซิก-ที-ธรี |
|
64 |
sixty-four |
ซิก-ที-โฟร์ |
|
65 |
sixty-five |
ซิก-ที-ไฟว์ |
|
66 |
sixty-six |
ซิก-ที-ซิกซ์ |
|
67 |
sixty-seven |
ซิก-ที-เซฟ-เวิน |
|
68 |
sixty-eight |
ซิก-ที-เอท |
|
69 |
sixty-nine |
ซิก-ที-ไนน์ |
|
70 |
seventy |
เซฟ-เวิน-ที |
|
71 |
seventy-one |
เซฟ-เวิน-ที-วัน |
|
72 |
seventy-two |
เซฟ-เวิน-ที-ทู |
|
73 |
seventy-three |
เซฟ-เวิน-ที-ธรี |
|
74 |
seventy-four |
เซฟ-เวิน-ที-โฟร์ |
|
75 |
seventy-five |
เซฟ-เวิน-ที-ไฟว์ |
|
76 |
seventy-six |
เซฟ-เวิน-ที-ซิกซ์ |
|
77 |
seventy-seven |
เซฟ-เวิน-ที-เซฟ-เวิน |
|
78 |
seventy-eight |
เซฟ-เวิน-ที-เอท |
|
79 |
seventy-nine |
เซฟ-เวิน-ที-ไนน์ |
|
80 |
eighty |
เอ-ที |
|
81 |
eighty-one |
เอ-ที-วัน |
|
82 |
eighty-two |
เอ-ที-ทู |
|
83 |
eighty-three |
เอ-ที-ธรี |
|
84 |
eighty-four |
เอ-ที-โฟร์ |
|
85 |
eighty-five |
เอ-ที-ไฟว์ |
|
86 |
eighty-six |
เอ-ที-ซิกซ์ |
|
87 |
eighty-seven |
เอ-ที-เซฟ-เวิน |
|
88 |
eighty-eight |
เอ-ที-เอท |
|
89 |
eighty-nine |
เอ-ที-ไนน์ |
|
90 |
ninety |
ไน-ที |
|
91 |
ninety-one |
ไน-ที-วัน |
|
92 |
ninety-two |
ไน-ที-ทู |
|
93 |
ninety-three |
ไน-ที-ธรี |
|
94 |
ninety-four |
ไน-ที-โฟร์ |
|
95 |
ninety-five |
ไน-ที-ไฟว์ |
|
96 |
ninety-six |
ไน-ที-ซิกซ์ |
|
97 |
ninety-seven |
ไน-ที-เซฟ-เวิน |
|
98 |
ninety-eight |
ไน-ที-เอท |
|
99 |
ninety-nine |
ไน-ที-ไนน์ |
|
100 |
one hundred |
วัน ฮัน-เดริด |
จุดสำคัญที่ตารางนี้สอนคือ เมื่อจำเลขสิบได้ 8 ตัว (twenty ถึง ninety) และเลขหน่วยได้ 9 ตัว (one ถึง nine) คุณก็สามารถพูดตัวเลขได้ครบทั้ง 79 ตัวระหว่าง 21-99 โดยไม่ต้องท่องทีละตัว เพียงนำมาเชื่อมกันด้วยขีดกลาง การเข้าใจกฎนี้จะสำคัญมากต่อการศึกษาต่อไปเรื่องกฎการอ่านตัวเลข
บทความแนะนำอ่านต่อ:
II. กฎการนับเลขภาษาอังกฤษ: เข้าใจ Pattern ไม่ต้องท่อง
การนับเลขภาษาอังกฤษตั้งแต่ 13 ขึ้นไปมีกฎหลัก 3 ข้อ เมื่อเข้าใจแล้วจะสร้างตัวเลขได้เองโดยไม่ต้องจำทีละตัว
-
กฎ -teen: ใช้สร้างเลข 13-19 โดยนำเลขหน่วยมาเติม -teen ท้ายคำ
-
กฎ -ty: ใช้สร้างเลขสิบ 20-90 โดยนำเลขหน่วยมาเติม -ty ท้ายคำ
-
กฎ tens + hyphen + units: ใช้สร้างเลขสองหลัก 21-99 โดยนำเลขสิบเชื่อมกับเลขหน่วยด้วยขีดกลาง
1. กลุ่ม -teen (13-19): สร้างจากเลขหน่วย + teen
เลข 13 ถึง 19 สร้างจากการนำเลขหน่วย (3-9) มาเติม -teen ท้ายคำ โดยส่วนใหญ่ใช้รูปเดิมของเลขหน่วย แต่มีบางตัวที่เปลี่ยนรูป
-
thirteen = three เปลี่ยนรูปเป็น thir + teen
-
fourteen = four + teen (ใช้รูปเดิม)
-
fifteen = five เปลี่ยนรูปเป็น fif + teen
-
sixteen = six + teen (ใช้รูปเดิม)
-
seventeen = seven + teen (ใช้รูปเดิม)
-
eighteen = eight เปลี่ยนรูปเป็น eigh + teen
-
nineteen = nine + teen (ใช้รูปเดิม)
มี 3 ตัวที่เปลี่ยนรูปและสะกดผิดบ่อย ต้องระวังเป็นพิเศษ
|
ตัวเลข |
สะกดถูก |
สะกดผิดที่พบบ่อย |
|
13 |
thirteen |
threeteen |
|
15 |
fifteen |
fiveteen |
|
18 |
eighteen |
eightteen |
ทุกตัวในกลุ่มนี้เน้นเสียงที่พยางค์ -teen ท้ายคำเสมอ ซึ่งเป็นจุดที่ใช้แยกออกจากกลุ่ม -ty ในหัวข้อถัดไป ความแตกต่างด้านเสียงนี้จะสำคัญมากเมื่อคุณฝึกทักษะการฟัง
2. กลุ่ม -ty (20-90): สร้างจากเลขหน่วย + ty
เลขสิบ 20 ถึง 90 สร้างจากการนำเลขหน่วยมาเติม -ty ท้ายคำ เช่นเดียวกับกลุ่ม -teen มีบางตัวที่เปลี่ยนรูป
• twenty = two เปลี่ยนรูปเป็น twen + ty
• thirty = three เปลี่ยนรูปเป็น thir + ty
• forty = four เปลี่ยนรูปเป็น for + ty (ไม่ใช่ fourty)
• fifty = five เปลี่ยนรูปเป็น fif + ty
• sixty = six + ty (ใช้รูปเดิม)
• seventy = seven + ty (ใช้รูปเดิม)
• eighty = eight เปลี่ยนรูปเป็น eigh + ty
• ninety = nine + ty (ใช้รูปเดิม)
คำสะกดที่ผิดบ่อย:
-
fourty ❌ → forty ✅
-
ninty ❌ → ninety ✅
-
eighty ✅ (ไม่ใช่ eighthy)
3. เลขสองหลัก 21-99: กฎ tens + hyphen + units
เลขสองหลักที่ไม่ลงท้ายด้วยศูนย์สร้างจากการนำเลขสิบมาเชื่อมกับเลขหน่วยด้วยเครื่องหมายขีดกลาง (hyphen) เสมอ ห้ามเขียนติดกันและห้ามเว้นวรรคแทนขีดกลาง
-
twenty-one ✅ / twentyone ❌
-
thirty-five ✅ / thirty five ❌
-
forty-two ✅
-
ninety-nine ✅
จะเห็นว่าทั้งกลุ่ม -teen และ -ty เขียนต่างกันเพียงท้ายคำ แต่เวลาพูดกลับแยกยากที่สุด เพราะความต่างอยู่ที่ตำแหน่งการเน้นเสียง ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป ความเข้าใจเรื่องเสียงเน้นนี้จะช่วยให้คุณสามารถแยกเลขได้ถูกต้องเมื่อฟังจากผู้พูด
III. -teen กับ -ty ออกเสียงต่างกันอย่างไร?
-teen กับ -ty ออกเสียงต่างกันที่ตำแหน่งการเน้นเสียง โดย -teen เน้นเสียงที่พยางค์ท้าย ส่วน -ty เน้นเสียงที่พยางค์หน้า นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แยกได้ว่าผู้พูดหมายถึง 13 หรือ 30
|
คู่ |
-teen |
คำอ่าน |
-ty |
คำอ่าน |
|
13/30 |
thirteen |
เธอ-ทีน |
thirty |
เธอ-ที |
|
14/40 |
fourteen |
โฟร์-ทีน |
forty |
โฟ-ที |
|
15/50 |
fifteen |
ฟิฟ-ทีน |
fifty |
ฟิฟ-ที |
|
16/60 |
sixteen |
ซิกซ์-ทีน |
sixty |
ซิก-ที |
|
17/70 |
seventeen |
เซฟ-เวิน-ทีน |
seventy |
เซฟ-เวิน-ที |
|
18/80 |
eighteen |
เอท-ทีน |
eighty |
เอ-ที |
|
19/90 |
nineteen |
ไนน์-ทีน |
ninety |
ไน-ที |
เทคนิคจำง่าย: คำกลุ่ม -teen เสียงจะยกสูงขึ้นตอนท้ายคำ เหมือนดันเสียงไปข้างหน้า ส่วนคำกลุ่ม -ty เสียงจะหนักแน่นตั้งแต่ต้นคำแล้วค่อยเบาลง หากฟังไม่ชัด ลองสังเกตว่าพยางค์ไหนถูกพูดดังและยาวกว่า นั่นคือพยางค์ที่ถูกเน้น ด้วยการฝึกทีละ 2-3 วัน คุณจะแยกเลขโดยการฟังได้อย่างแม่นยำ
IV. ตัวเลขลำดับที่ภาษาอังกฤษ (Ordinal Numbers) ครบทุกตัว
Ordinal Number คือตัวเลขที่บอกลำดับที่ เช่น first (ที่ 1), second (ที่ 2), third (ที่ 3) ต่างจาก Cardinal Number ที่บอกจำนวน เช่น one, two, three เราใช้ Ordinal เมื่อพูดถึงวันที่ ลำดับ ชั้นอาคาร และอันดับการแข่งขัน
1. กฎการสร้าง Ordinal Number: 3 กฎที่ต้องรู้
การแปลง Cardinal เป็น Ordinal มีกฎหลัก 3 ข้อ
1. กฎทั่วไป: เติม -th ท้ายคำ เช่น four → fourth, six → sixth, seven → seventh
2. กฎพิเศษ 3 ตัวแรก: สามตัวแรกมีรูปเฉพาะ ได้แก่ one → first (1st), two → second (2nd), three → third (3rd)
3. กฎ -tieth: เลขสิบที่ลงท้าย -ty เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -eth เช่น twenty → twentieth, thirty → thirtieth, forty → fortieth
ยังมีกรณีพิเศษที่ต้องเปลี่ยนรูปก่อนเติม -th ได้แก่ five → fifth, eight → eighth, nine → ninth และ twelve → twelfth
2. ตาราง Ordinal Numbers 1st-31st พร้อมคำอ่าน
ตารางลำดับที่ 1-31 ครอบคลุมช่วงที่ใช้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะการบอกวันที่ในเดือน
|
ตัวเลข |
Cardinal |
Ordinal |
คำอ่านไทย |
|
1 |
one |
first (1st) |
เฟิร์สต์ |
|
2 |
two |
second (2nd) |
เซค-เคินด์ |
|
3 |
three |
third (3rd) |
เธิร์ด |
|
4 |
four |
fourth (4th) |
โฟร์ธ |
|
5 |
five |
fifth (5th) |
ฟิฟธ์ |
|
6 |
six |
sixth (6th) |
ซิกซ์ธ์ |
|
7 |
seven |
seventh (7th) |
เซฟ-เวินธ์ |
|
8 |
eight |
eighth (8th) |
เอทธ์ |
|
9 |
nine |
ninth (9th) |
ไนน์ธ์ |
|
10 |
ten |
tenth (10th) |
เท็นธ์ |
|
11 |
eleven |
eleventh (11th) |
อิ-เลฟ-เวินธ์ |
|
12 |
twelve |
twelfth (12th) |
ทเวลฟ์ธ์ |
|
13 |
thirteen |
thirteenth (13th) |
เธอ-ทีนธ์ |
|
14 |
fourteen |
fourteenth (14th) |
โฟร์-ทีนธ์ |
|
15 |
fifteen |
fifteenth (15th) |
ฟิฟ-ทีนธ์ |
|
16 |
sixteen |
sixteenth (16th) |
ซิกซ์-ทีนธ์ |
|
17 |
seventeen |
seventeenth (17th) |
เซฟ-เวิน-ทีนธ์ |
|
18 |
eighteen |
eighteenth (18th) |
เอท-ทีนธ์ |
|
19 |
nineteen |
nineteenth (19th) |
ไนน์-ทีนธ์ |
|
20 |
twenty |
twentieth (20th) |
ทเวน-ที-อิธ |
|
21 |
twenty-one |
twenty-first (21st) |
ทเวน-ที-เฟิร์สต์ |
|
22 |
twenty-two |
twenty-second (22nd) |
ทเวน-ที-เซค-เคินด์ |
|
23 |
twenty-three |
twenty-third (23rd) |
ทเวน-ที-เธิร์ด |
|
24 |
twenty-four |
twenty-fourth (24th) |
ทเวน-ที-โฟร์ธ |
|
25 |
twenty-five |
twenty-fifth (25th) |
ทเวน-ที-ฟิฟธ์ |
|
26 |
twenty-six |
twenty-sixth (26th) |
ทเวน-ที-ซิกซ์ธ์ |
|
27 |
twenty-seven |
twenty-seventh (27th) |
ทเวน-ที-เซฟ-เวินธ์ |
|
28 |
twenty-eight |
twenty-eighth (28th) |
ทเวน-ที-เอทธ์ |
|
29 |
twenty-nine |
twenty-ninth (29th) |
ทเวน-ที-ไนน์ธ์ |
|
30 |
thirty |
thirtieth (30th) |
เธอ-ที-อิธ |
|
31 |
thirty-one |
thirty-first (31st) |
เธอ-ที-เฟิร์สต์ |
จุดที่ควรสังเกตคือ เมื่อเลขสองหลักลงท้ายด้วย 1, 2, 3 ตัวลำดับที่จะกลับมาใช้รูปพิเศษ -st, -nd, -rd เหมือนเลข 1, 2, 3 เช่น twenty-first, twenty-second, twenty-third
3. ตัวอย่างการใช้ Ordinal ในประโยคจริง
Ordinal Number ปรากฏในสถานการณ์จริงมากกว่าที่คิด ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการใช้งานที่พบบ่อยที่สุด
1. วันที่: "Today is January 1st." (วันนี้คือวันที่ 1 มกราคม)
2. ชั้นอาคาร: "My office is on the 3rd floor." (ออฟฟิศฉันอยู่ชั้น 3)
3. อันดับ: "She finished 2nd in the race." (เธอมาเป็นที่ 2 ในการแข่งขัน)
4. ศตวรรษ: "We live in the 21st century." (เราอยู่ในศตวรรษที่ 21)
5. ขั้นตอน: "The first step is to read the instructions." (ขั้นตอนแรกคืออ่านคำแนะนำ)
V. เลขภาษาอังกฤษ 100 ขึ้นไป: Hundred, Thousand, Million
ตัวเลขตั้งแต่ 100 ขึ้นไปอ่านได้โดยแบ่งกลุ่มทีละ 3 หลักจากขวามือ แล้วเรียกชื่อหลักของแต่ละกลุ่ม คือ hundred (ร้อย), thousand (พัน), และ million (ล้าน)
1. หลักร้อย (100-999)
เลขหลักร้อยอ่านโดยพูดเลขหน้าก่อนแล้วตามด้วย hundred จากนั้นจึงพูดเลขสองหลักท้าย
• 100 = one hundred
• 101 = one hundred and one (British) / one hundred one (American)
• 215 = two hundred and fifteen
• 500 = five hundred
• 999 = nine hundred and ninety-nine
ข้อควรระวัง: เมื่อ hundred ตามหลังตัวเลขจะไม่เติม -s แม้จะมากกว่าหนึ่งร้อย เช่น two hundred ✅ ไม่ใช่ two hundreds ❌
2. หลักพัน (1,000-999,999) และหลักล้าน (1,000,000+)
เมื่อตัวเลขใหญ่ขึ้น ให้แบ่งกลุ่มทีละ 3 หลักจากขวา แล้วเรียกชื่อหลัก thousand และ million ตามตำแหน่ง
|
ตัวเลข |
ภาษาอังกฤษ |
|
1,000 |
one thousand |
|
1,500 |
one thousand five hundred |
|
25,000 |
twenty-five thousand |
|
100,000 |
one hundred thousand |
|
1,000,000 |
one million |
|
2,500,000 |
two million five hundred thousand |
เช่นเดียวกับ hundred คำว่า thousand และ million จะไม่เติม -s เมื่ออยู่หน้าตัวเลขเพื่อบอกจำนวน เช่น three million people ✅ ไม่ใช่ three millions people ❌
VI. ฝึกใช้ตัวเลขภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
ตัวเลขที่จำได้จะกลายเป็นทักษะจริงเมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์ประจำวัน หัวข้อนี้รวมประโยคที่ใช้บ่อยและกฎพิเศษบางอย่างที่ต่างจากการนับปกติ
1. บอกอายุ จำนวน และราคา (Cardinal Numbers)
การบอกอายุ จำนวน และราคา ใช้ Cardinal Number ตามปกติ ลองฝึกประโยคเหล่านี้
• "I am 25 years old." (ฉันอายุ 25 ปี)
• "It costs 350 baht." (ราคา 350 บาท)
• "There are 30 students in class." (มีนักเรียน 30 คนในห้อง)
• "She has 2 brothers." (เธอมีพี่ชายน้องชาย 2 คน)
• "I need 5 more minutes." (ฉันขอเวลาอีก 5 นาที)
2. อ่านเบอร์โทรศัพท์และปีค.ศ. (กฎพิเศษ)
เบอร์โทรศัพท์และปีค.ศ. มีกฎการอ่านที่ต่างจากการนับจำนวนปกติ
เบอร์โทรศัพท์: อ่านทีละตัวเลข ไม่อ่านเป็นจำนวน และเลข 0 มักอ่านว่า "oh" (โอ) แทน "zero" เช่น 081-234-5678 อ่านว่า "oh eight one, two three four, five six seven eight"
ปีค.ศ.: ปีก่อน ค.ศ. 2000 แบ่งอ่านเป็น 2 กลุ่มกลุ่มละ 2 หลัก เช่น 1998 = nineteen ninety-eight ส่วนปี 2000 อ่านว่า two thousand ปี 2001-2009 มักอ่านว่า two thousand and one ถึง two thousand and nine (แบบอเมริกันมักละ and) และตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไปนิยมอ่านแบบแบ่งกลุ่ม เช่น 2010 = twenty ten, 2024 = twenty twenty-four
บทความแนะนำ:
VII. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตัวเลขภาษาอังกฤษ (FAQ)
1. zero, oh และ nought ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสามคำหมายถึงเลข 0 แต่ใช้ต่างบริบทกัน zero เป็นคำมาตรฐานใช้ทั่วไปและเมื่อคำนวณ oh ใช้เมื่ออ่านเบอร์โทรศัพท์ รหัส หรือเลขทีละตัว ส่วน nought เป็นคำที่ใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช
2. อ่านเลขทศนิยมอย่างไร?
อ่านจุดทศนิยมว่า point แล้วอ่านตัวเลขหลังจุดทีละตัว เช่น 3.5 = three point five และ 0.75 = zero point seven five
3. อ่านเลขลบอย่างไร?
ใช้คำว่า minus หรือ negative นำหน้าตัวเลข เช่น -10 = minus ten หรือ negative ten
4. อ่านเศษส่วนอย่างไร?
ตัวเศษอ่านเป็น Cardinal และตัวส่วนอ่านเป็น Ordinal เช่น 1/2 = one half, 1/3 = one third, 3/4 = three quarters
ตัวเลขภาษาอังกฤษจำง่ายขึ้นมากเมื่อยึดกฎหลัก 3 ข้อ ข้อแรกคือเลข 1-12 ต้องจำแยกเพราะเป็นคำเฉพาะ ข้อสองคือเลข 13-19 ใช้กฎเติม -teen และเน้นเสียงท้ายคำ และข้อสามคือเลขสิบ 20-90 ใช้กฎเติม -ty เน้นเสียงหน้าคำ แล้วเชื่อมกับเลขหน่วยด้วยขีดกลางสำหรับเลขสองหลัก เมื่อเข้าใจกฎเหล่านี้พร้อมแยกเสียง -teen กับ -ty ได้ คุณจะพูดและฟังตัวเลขได้อย่างมั่นใจ
หากต้องการฝึกออกเสียงตัวเลขภาษาอังกฤษจนคล่อง Teacher Bee AI ของ PREP จะช่วยตรวจสอบการออกเสียงทีละคำ พร้อมบอกว่าพยางค์ไหนที่ยังออกเสียงไม่แม่น โดยเฉพาะคู่เสียงที่สับสนง่ายอย่าง thirteen กับ thirty

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมดแผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล
อ่านมากที่สุด
ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล
















