ตาราง IPA ภาษาอังกฤษ: สัญลักษณ์ การออกเสียง และตัวอย่าง

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคำว่า "read" ในอดีตกาล (read) ถึงออกเสียงต่างจากปัจจุบัน (read)? หรือทำไม "though, through, thought, tough" ถึงมีการสะกดคล้ายกันแต่ออกเสียงต่างกันโดยสิ้นเชิง? คำตอบอยู่ที่ความซับซ้อนของการออกเสียงภาษาอังกฤษ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้จากตัวสะกดเพียงอย่างเดียว และนี่คือจุดที่ ตาราง IPA เข้ามามีบทบาทสำคัญ

IPA หรือ International Phonetic Alphabet คือระบบสัญลักษณ์เสียงสากลที่นักภาษาศาสตร์พัฒนาขึ้นเพื่อแทนเสียงในภาษาต่างๆ อย่างแม่นยำ ไม่ว่าคุณจะเปิดพจนานุกรมเล่มไหน คำว่า "cat" จะมีสัญลักษณ์ IPA เป็น /kæt/ เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนทุกคนสามารถออกเสียงได้ถูกต้องตรงกัน การเข้าใจ ipa english จะช่วยแก้ปัญหารากเหง้าของการออกเสียงผิด และทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้ชัดเจนเหมือนเจ้าของภาษา

บทความนี้จะนำเสนอ ตาราง ipa ฉบับสมบูรณ์ พร้อมอธิบายสัญลักษณ์แต่ละตัว วิธีออกเสียง และตัวอย่างคำที่ใช้จริง รวมถึงเทคนิคการฝึกที่ได้ผลจริง เพื่อให้คุณเชี่ยวชาญสัทอักษรภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะการออกเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ

ตาราง IPA (International Phonetic Alphabet) ภาษาอังกฤษ
ตาราง IPA (International Phonetic Alphabet) ภาษาอังกฤษ

Key Takeaways

  • ตาราง IPA (International Phonetic Alphabet) คือระบบสัญลักษณ์สากลที่ใช้แทนเสียงในภาษาต่างๆ ช่วยให้ออกเสียงภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและแม่นยำ
  • IPA ประกอบด้วยเสียงพยัญชนะ (Consonants) 24 เสียง และเสียงสระ (Vowels) ที่แบ่งเป็นสระเดี่ยว 12 เสียง และสระควบกล้ำ (Diphthongs) 8 เสียง
  • IPA phonetic มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสอบ IELTS Speaking เพราะการออกเสียงที่ถูกต้องส่งผลต่อคะแนน Pronunciation

I. ตาราง IPA ฉบับสมบูรณ์

IPA ย่อมาจาก International Phonetic Alphabet หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า "สัทอักษรสากล" เป็นระบบสัญลักษณ์ที่ International Phonetic Association พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1888 เพื่อแทนเสียงพูดในภาษาต่างๆ ทั่วโลกอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน

ภาษาอังกฤษมีตัวอักษร 26 ตัว แต่มีเสียงมากกว่า 44 เสียง ทำให้การสะกดและการออกเสียงไม่ตรงกัน

1. หมวดพยัญชนะ (Consonants)

Consonant คือ เสียงพยัญชนะ ภาษาอังกฤษมีพยัญชนะ 24 เสียง แบ่งตามลักษณะการออกเสียงดังนี้:

1.1 Plosives (เสียงระเบิด)

ตาราง IPA อ่านออกเสียงยังไง? พร้อมสัญลักษณ์และตัวอย่าง
Plosives (เสียงระเบิด)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

วิธีออกเสียง

/p/

pen, cup

/pen/, /kʌp/

ปิดริมฝีปาก แล้วปล่อยลมออกมาอย่างแรง (ไม่พ่น)

/b/

book, cab

/bʊk/, /kæb/

เหมือน /p/ แต่สั่นเส้นเสียง

/t/

tea, cat

/tiː/, /kæt/

ปลายลิ้นแตะเพดานปาก แล้วปล่อยลมออก

/d/

dog, bed

/dɒɡ/, /bed/

เหมือน /t/ แต่สั่นเส้นเสียง

/k/

cat, book

/kæt/, /bʊk/

โคนลิ้นแตะเพดานปากด้านหลัง แล้วปล่อยลม

/ɡ/

go, bag

/ɡoʊ/, /bæɡ/

เหมือน /k/ แต่สั่นเส้นเสียง

1.2 Fricatives (เสียงเสียดแทรก)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

วิธีออกเสียง

/f/

fish, laugh

/fɪʃ/, /læf/

กัดริมฝีปากล่างด้วยฟันบน ปล่อยลมออก

/v/

van, love

/væn/, /lʌv/

เหมือน /f/ แต่สั่นเส้นเสียง

/θ/

think, bath

/θɪŋk/, /bæθ/

ปลายลิ้นสัมผัสฟันบน ปล่อยลมออก (ไม่สั่นเส้นเสียง)

/ð/

this, breathe

/ðɪs/, /briːð/

เหมือน /θ/ แต่สั่นเส้นเสียง

/s/

sun, cats

/sʌn/, /kæts/

ลิ้นใกล้เพดานปาก ปล่อยลมออกให้เกิดเสียงเสียดแทรก

/z/

zoo, dogs

/zuː/, /dɒɡz/

เหมือน /s/ แต่สั่นเส้นเสียง

/ʃ/

she, fish

/ʃiː/, /fɪʃ/

ริมฝีปากยื่นออก ปล่อยลมออกแรงกว่า /s/

/ʒ/

vision, pleasure

/ˈvɪʒən/, /ˈpleʒər/

เหมือน /ʃ/ แต่สั่นเส้นเสียง

/h/

house, happy

/haʊs/, /ˈhæpi/

เป่าลมออกจากลำคอ

1.3 Affricates (เสียงระเบิดเสียดแทรก)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

วิธีออกเสียง

/tʃ/

chair, teach

/tʃeər/, /tiːtʃ/

ผสมระหว่าง /t/ และ /ʃ/

/dʒ/

juice, gem

/dʒuːs/, /dʒem/

ผสมระหว่าง /d/ และ /ʒ/

1.4 Nasals (เสียงจมูก)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

วิธีออกเสียง

/m/

man, ham

/mæn/, /hæm/

ปิดริมฝีปาก ปล่อยลมออกทางจมูก

/n/

no, sun

/noʊ/, /sʌn/

ปลายลิ้นแตะเพดานปาก ปล่อยลมออกทางจมูก

/ŋ/

sing, think

/sɪŋ/, /θɪŋk/

โคนลิ้นแตะเพดานปากด้านหลัง ปล่อยลมออกทางจมูก

1.5 Approximants (เสียงประสาน)

ตาราง IPA อ่านออกเสียงยังไง? พร้อมสัญลักษณ์และตัวอย่าง
Approximants (เสียงประสาน)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

วิธีออกเสียง

/l/

love, ball

/lʌv/, /bɔːl/

ปลายลิ้นแตะเพดานปาก ปล่อยลมผ่านด้านข้างลิ้น

/r/

red, car

/red/, /kɑːr/

ปลายลิ้นม้วนขึ้นเล็กน้อย (แบบอเมริกัน)

/j/

yes, use

/jes/, /juːz/

กลางลิ้นยกขึ้นใกล้เพดานปาก

/w/

we, away

/wiː/, /əˈweɪ/

ริมฝีปากกลม แล้วแยกออก

2. หมวดสระ (Vowels)

ภาษาอังกฤษมีเสียงสระทั้งหมด 20 เสียง แบ่งเป็น:

  • สระเดี่ยว (Monophthongs) 12 เสียง
  • สระควบกล้ำ (Diphthongs) 8 เสียง
ตาราง IPA (International Phonetic Alphabet) ภาษาอังกฤษ
เสียงสั้นและเสียงยาว (Short & Long Vowels)

2.1 สระเดี่ยว (Monophthongs)

Short Vowels (สระสั้น)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

/ɪ/

bit, sit

/bɪt/, /sɪt/

/e/

bed, set

/bed/, /set/

/æ/

cat, bad

/kæt/, /bæd/

/ʌ/

cut, bus

/kʌt/, /bʌs/

/ʊ/

put, foot

/pʊt/, /fʊt/

/ɒ/

hot, lot

/hɒt/, /lɒt/

/ə/

about, sofa

/əˈbaʊt/, /ˈsoʊfə/

ตาราง IPA (International Phonetic Alphabet) ภาษาอังกฤษ
Schwa /ə/: เสียงสระที่พบบ่อยและสำคัญที่สุดในภาษาอังกฤษ

บทความแนะนำ:

Long Vowels (สระยาว)

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

/iː/

see, tree

/siː/, /triː/

/ɑː/

car, far

/kɑːr/, /fɑːr/

/ɔː/

door, four

/dɔːr/, /fɔːr/

/uː/

too, blue

/tuː/, /bluː/

/ɜː/

bird, word

/bɜːrd/, /wɜːrd/

2.2 สระควบกล้ำ (Diphthongs)

สระควบกล้ำคือการออกเสียงสระ 2 เสียงรวมกันอย่างต่อเนื่อง

สัญลักษณ์

ตัวอย่างคำ

IPA

/eɪ/

day, make

/deɪ/, /meɪk/

/aɪ/

by, nice

/baɪ/, /naɪs/

/ɔɪ/

boy, toy

/bɔɪ/, /tɔɪ/

/aʊ/

now, house

/naʊ/, /haʊs/

/oʊ/

go, home

/ɡoʊ/, /hoʊm/

/ɪə/

here, ear

/hɪər/, /ɪər/

/eə/

where, air

/weər/, /eər/

/ʊə/

tour, poor

/tʊər/, /pʊər/

II. วิธีอ่านและใช้ตาราง IPA

1. การอ่าน Phonetic Transcription

Phonetic transcription คือการเขียนคำด้วยสัญลักษณ์ IPA แทนตัวอักษรธรรมดา

ตัวอย่าง:

  • hello → /həˈloʊ/ หรือ /heˈloʊ/

  • beautiful → /ˈbjuːtɪfəl/

  • pronunciation → /prəˌnʌnsiˈeɪʃən/

สัญลักษณ์พิเศษที่ควรรู้:

สัญลักษณ์

ความหมาย

ตัวอย่าง

ˈ (เครื่องหมายเน้นเสียงหลัก)

วางหน้าพยางค์ที่เน้นเสียงหลัก

ˈteacher

/ˈtiːtʃər/

ˌ (เครื่องหมายเน้นเสียงรอง)

วางหน้าพยางค์ที่เน้นเสียงรอง

underˌstand

/ˌʌndərˈstænd/

: (เครื่องหมายยาว)

แสดงว่าสระเสียงนั้นยาว

see

/s/

2. เทคนิคการจำ IPA

จัดกลุ่มตามเสียงที่คล้ายกันในภาษาไทย

เสียง IPA

เทียบเสียงไทย

ตัวอย่าง

/p/, /t/, /k/

ป, ต, ก (ไม่พ่น)

pen, tea, cat

/b/, /d/, /ɡ/

บ, ด, ก (มีเสียง)

book, dog, go

/m/, /n/, /ŋ/

ม, น, ง

man, no, sing

เรียนรู้ผ่านคู่ตรงข้าม (Minimal Pairs)

ฝึกแยกเสียงที่คล้ายกันด้วยคำที่แตกต่างกันเพียงเสียงเดียว:

Minimal Pair

IPA

ความแตกต่าง

ship vs sheep

/ʃɪp/ vs /ʃiːp/

/ɪ/ สั้น vs /iː/ ยาว

bat vs but

/bæt/ vs /bʌt/

/æ/ vs /ʌ/

think vs sink

/θɪŋk/ vs /sɪŋk/

/θ/ vs /s/

บทความแนะนำ:

III. คำถามที่พบบ่อยและข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IPA 

1. การเรียน IPA จำเป็นสำหรับการพูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่?

การเรียน IPA ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเป็นอันขาด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น หลายคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้โดยไม่รู้จัก IPA แต่การรู้จักระบบนี้จะช่วยให้เราแก้ไขการออกเสียงที่ผิดและเรียนรู้คำใหม่ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก

2. 'สัทอักษร' (Phonetic Symbol) กับ 'ตัวอักษร' (Letter) ต่างกันอย่างไร?

ตัวอักษรธรรมดาเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้เขียนภาษาและอาจมีการออกเสียงหลายแบบ เช่น ตัว "a" ในคำ "cat", "cake", "car" จะออกเสียงต่างกัน ในขณะที่สัทอักษรหรือ phonetic symbol แต่ละตัวจะแทนเสียงเพียงเสียงเดียวเท่านั้น เช่น /æ/, /eɪ/, /ɑː/ จะมีเสียงที่แน่นอนและไม่เปลี่ยนแปลง

3. สัญลักษณ์ IPA ใดบ้างที่ไม่มีเสียงเทียบเคียงโดยตรงในภาษาไทย?

ภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีระบบเสียงที่แตกต่างกัน ทำให้มีเสียงบางเสียงในภาษาอังกฤษที่ไม่มีในภาษาไทย

  • เสียง /θ/ และ /ð/: เป็นเสียงที่เกิดจากการใส่ลิ้นระหว่างฟัน ไม่มีในภาษาไทย

  • เสียง /v/: คล้าย /f/ แต่มีการสั่นของสายเสียง

  • เสียง /ʌ/: เป็นเสียงสระที่ไม่มีในภาษาไทยโดยตรง

4. การออกเสียงพยัญชนะท้ายคำ (Final Consonants) ในภาษาอังกฤษเทียบกับภาษาไทยมีความแตกต่างกันอย่างไร?

ภาษาไทยมีพยัญชนะท้ายคำจำกัด (ก, ด, บ, ง, น, ม, ย, ว) ในขณะที่ภาษาอังกฤษสามารถใช้พยัญชนะใดก็ได้มาปิดท้ายคำ ทำให้คนไทยมักมีปัญหาในการออกเสียงพยัญชนะท้ายคำในภาษาอังกฤษ

พยัญชนะท้าย

ภาษาอังกฤษ

ภาษาไทย

/p/

stop /stɒp/

ไม่มี

/t/

cat /kæt/

ออกเสียงเป็น /d/

/k/

book /bʊk/

ออกเสียงเป็น /g/

ตาราง IPA เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนภาษาอังกฤษออกเสียงได้ถูกต้องและแม่นยำ ประกอบด้วยเสียงพยัญชนะ 24 เสียง และเสียงสระ 20 เสียง (สระเดี่ยว 12 เสียง และสระควบกล้ำ 8 เสียง) แต่ละสัญลักษณ์แทนเสียงที่เฉพาะเจาะจง ทำให้สามารถออกเสียงคำใหม่ๆ ได้ถูกต้องโดยไม่ต้องเดา

การเรียนรู้ IPA phonetic ต้องอาศัยความอดทนและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากการจดจำสัญลักษณ์พื้นฐาน ฝึกออกเสียงแต่ละเสียงให้ชัดเจน และนำไปใช้กับคำและประโยคจริง การใช้เครื่องมือช่วยเรียนรู้ เช่น พจนานุกรมออนไลน์ แอปพลิเคชัน และการฟังเจ้าของภาษา จะช่วยเร่งความก้าวหน้าได้อย่างมาก

พัฒนาการออกเสียงและพิชิต IELTS Speaking กับ PREP Edu หากคุณต้องการเรียนรู้การออกเสียงภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องตาม IPA และ เตรียมสอบ ielts ออนไลน์ อย่างเป็นระบบ PREP มี คอร์สเรียนเตรียมสอบ IELTS ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการออกเสียงและทักษะ Speaking อย่างครบวงจร ด้วยหลักสูตรที่เน้นสอนการออกเสียงผ่าน IPA Chart พร้อมวิดีโอสาธิตการออกเสียงแต่ละเสียงอย่างละเอียด คุณจะได้เรียนรู้วิธีออกเสียงที่ถูกต้องตั้งแต่พื้นฐาน ระบบ AI อัจฉริยะอย่าง Virtual Speaking Room ช่วยตรวจสอบและแก้ไขการออกเสียงของคุณแบบเรียลไทม์ ชี้จุดที่ต้องปรับปรุงอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมทั้งให้ feedback ตามเกณฑ์การให้คะแนน IELTS Speaking นอกจากนี้ยังมี Teacher Bee AI พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการออกเสียงตลอด 24 ชั่วโมง และแบบฝึกหัดการออกเสียงมากกว่า 500 ชุดที่ครอบคลุมเสียงทุกตัวใน IPA Chart เริ่มต้นเส้นทางสู่การออกเสียงที่สมบูรณ์แบบและคะแนน IELTS Speaking เป้าหมายกับ PREP วันนี้

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect