คำวิเศษณ์ภาษาอังกฤษ (Adverb): ความหมาย 8 ประเภท ตำแหน่งในประโยค และข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง

นักเรียนไทยจำนวนไม่น้อยเขียน "She sings good" แล้วคิดว่าถูก ทั้งที่รูปที่ถูกต้องคือ "She sings well" จากการตรวจงานเขียนของผู้เรียนชาวไทยหลายปีที่ผ่านมา ทีม PREP สังเกตว่าปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่คำศัพท์ แต่อยู่ที่ความเข้าใจเรื่อง Adverb หรือคำกริยาวิเศษณ์ ซึ่งทำหน้าที่ขยายกริยา คุณศัพท์ และกริยาวิเศษณ์อื่น เพื่อบอกว่าทำอย่างไร เมื่อไร ที่ไหน และมากแค่ไหน บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ adverb ในที่เดียว: นิยาม, 8 ประเภทพร้อมตัวอย่าง, กฎตำแหน่งในประโยค, 5 ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ และตารางเปรียบเทียบ adjective vs adverb ที่ใช้อ่านทบทวนก่อนสอบได้ทันที

  1. I. Adverb คืออะไร? ความหมาย หน้าที่ และสิ่งที่ adverb ขยาย
    1. 1. Adverb แปลว่าอะไร?
    2. 2. Adverb ขยายอะไรได้บ้าง
  2. II. Adverb มีกี่ประเภท?
    1. 1. Adverb of Manner: บอกลักษณะการกระทำ
    2. 2. Adverb of Frequency: บอกความถี่
    3. 3. Adverb of Time: บอกเวลา
    4. 4. Adverb of Place: บอกสถานที่
    5. 5. Adverb of Degree: บอกระดับความเข้มข้น
    6. 6. Adverb of Duration, Affirmation/Negation และ Conjunctive Adverb
  3. III. กฎตำแหน่งในประโยคที่ต้องรู้
    1. 1. ตำแหน่งมาตรฐานของ adverb แต่ละประเภท
    2. 2. Flat Adverb: fast, hard, late ที่เป็นได้ทั้ง adjective และ adverb
    3. 3. "Only, just, even": เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนความหมาย
  4. IV. 5 ข้อผิดพลาดที่คนไทยทำบ่อยกับ Adverb
    1. 1. good vs well: ผิดที่พบบ่อยในงานเขียนของนักเรียนไทย
    2. 2. hard vs hardly, late vs lately: คำที่สับสนได้ง่าย
    3. 3. Adjective ที่ลงท้าย -ly แต่ไม่ใช่ adverb: friendly, lovely, lively
    4. 4. วาง Adverb of Frequency ผิดตำแหน่ง
    5. 5. ใช้ very จนเฝือ: ขาดความหลากหลายของ Adverb of Degree
  5. V. Adverb กับ Adjective ต่างกันอย่างไร?
  6. VI. แบบฝึกหัด Adverb พร้อมเฉลย
  7. VII. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Adverb ในภาษาอังกฤษ (FAQ)
    1. 1. Adverb ออกข้อสอบ TOEIC ประเภทไหนบ้าง?
    2. 2. Adverb กับ adverbial phrase ต่างกันอย่างไร?
    3. 3. Adverb ขยาย noun ได้ไหม?
    4. 4. Comparative adverb ทำอย่างไร?
Adverb คืออะไร? สรุปชนิดของกริยาวิเศษณ์ พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย
Adverb คืออะไร? สรุปชนิดของกริยาวิเศษณ์ พร้อมตัวอย่างเข้าใจง่าย

I. Adverb คืออะไร? ความหมาย หน้าที่ และสิ่งที่ adverb ขยาย

Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) คือคำที่ทำหน้าที่ขยายกริยา (verb), คุณศัพท์ (adjective), กริยาวิเศษณ์อื่น (adverb) หรือทั้งประโยค เพื่อเพิ่มรายละเอียดเรื่องลักษณะ เวลา สถานที่ ความถี่ และระดับความเข้มข้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือคำว่า "quickly" ในประโยค "She runs quickly" ซึ่งบอกว่าเธอวิ่ง "อย่างไร" ไม่ใช่บอกว่าเธอวิ่ง "อะไร" หรือ "ที่ไหน"

สิ่งที่ adverb ขยาย

ตัวอย่าง adverb

ตัวอย่างประโยค

Verb (กริยา)

quickly

She runs quickly.

(เธอวิ่งอย่างรวดเร็ว)

Adjective (คุณศัพท์)

very

He is very tall.

(เขาสูงมาก)

Adverb (กริยาวิเศษณ์อื่น)

extremely

She sings extremely well.

(เธอร้องเพลงเก่งมาก ๆ)

Clause (ทั้งประโยค)

unfortunately

Unfortunately, he failed.

(น่าเสียดายที่เขาสอบตก)

จุดที่หลายคนข้ามไปคือกรณีสุดท้าย: adverb สามารถขยาย adverb ด้วยกันได้ เช่น "extremely well" โดย extremely ทำหน้าที่บอกว่า "well" มากแค่ไหน เมื่อเข้าใจ 4 หน้าที่นี้แล้ว ขั้นต่อไปคือทำความรู้จักกับ 8 ประเภทของ adverb ที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

adverb-in-english-1.png
Adverb คืออะไร?

1. Adverb แปลว่าอะไร?

Adverb ในภาษาไทยเรียกว่า "คำกริยาวิเศษณ์" มาจากรากศัพท์ละติน ad- (แปลว่า "ไปยัง" หรือ "เพิ่มเข้ากับ") รวมกับ verb (กริยา) จึงได้ความหมายว่า "คำที่เพิ่มเข้ากับกริยา" ตัวอย่างคำ adverb ที่คุณคุ้นเคยอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ได้แก่ quickly (อย่างรวดเร็ว), always (เสมอ), very (มาก), here (ที่นี่), already (เรียบร้อยแล้ว), often (บ่อย), carefully (อย่างระมัดระวัง) และ tomorrow (พรุ่งนี้)

2. Adverb ขยายอะไรได้บ้าง

Adverb ทำหน้าที่ขยายได้ 4 อย่างหลัก คือ verb, adjective, adverb ด้วยกันเอง และทั้งประโยค (clause) แต่ละกรณีมีลักษณะการใช้และตำแหน่งในประโยคที่แตกต่างกัน

สิ่งที่ขยาย

ตัวอย่าง adverb

ตัวอย่างประโยค

Verb

slowly

The car moved slowly.

(รถเคลื่อนตัวช้า ๆ)

Adjective

really

This soup is really hot.

(ซุปนี้ร้อนจริง ๆ)

Adverb

quite

He answered quite politely.

(เขาตอบค่อนข้างสุภาพ)

Clause

luckily

Luckily, we caught the BTS in time.

(โชคดีที่เราขึ้น BTS ทัน)

จุดที่ต้องจำให้แม่นคือ adverb ไม่ขยาย noun หากต้องการบอกลักษณะของ noun ต้องใช้ adjective เช่น "a quick car" ไม่ใช่ "a quickly car"

II. Adverb มีกี่ประเภท?

Adverb ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก ได้แก่ Manner (บอกลักษณะ), Frequency (บอกความถี่), Time (บอกเวลา), Place (บอกสถานที่), Degree (บอกระดับ), Duration (บอกระยะเวลา), Affirmation/Negation (ยืนยัน/ปฏิเสธ) และ Conjunctive (เชื่อมประโยค) แต่ละประเภทมีคำตัวอย่างเฉพาะตัวและตำแหน่งวางในประโยคที่ต่างกัน

adverb-in-english-2.png
Adverb ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก

1. Adverb of Manner: บอกลักษณะการกระทำ

Adverb of manner ขยาย verb เพื่อบอกว่าทำสิ่งนั้น "อย่างไร" คำตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ quickly, slowly, carefully, loudly, well, badly, hard และ fast

  • She speaks clearly. (เธอพูดชัดเจน)

  • He drives carefully. (เขาขับรถอย่างระมัดระวัง)

  • The baby cried loudly. (เด็กทารกร้องไห้เสียงดัง)

กฎสร้าง adverb จาก adjective มีดังนี้:

  • ทั่วไป: adj + -ly เช่น quick → quickly, slow → slowly

  • adj ลงท้าย -y → -ily เช่น happy → happily, easy → easily

  • adj ลงท้าย -le → -ly (ตัด e ทิ้ง) เช่น gentle → gently, simple → simply

  • adj ลงท้าย -ic → -ically เช่น basic → basically, automatic → automatically

ข้อยกเว้นที่ห้ามลืม: good → well ไม่ใช่ "goodly" ซึ่งเป็นจุดที่นักเรียนไทยพลาดบ่อยที่สุด (จะกล่าวถึงในหัวข้อ IV)

2. Adverb of Frequency: บอกความถี่

Adverb of frequency ขยาย verb เพื่อบอกว่าทำสิ่งนั้น "บ่อยแค่ไหน" เรียงจากบ่อยที่สุดไปน้อยที่สุดได้ดังนี้:

  • always (100%) → usually (90%) → often (70%) → sometimes (50%) → occasionally (30%) → rarely (10%) → never (0%)

ตำแหน่งวาง: วางก่อน main verb แต่หลัง verb to be และหลัง auxiliary verb เช่น

  • I always drink coffee in the morning. (ฉันดื่มกาแฟตอนเช้าเสมอ)

  • She is never late for class. (เธอไม่เคยมาเรียนสาย)

  • We have often visited Chiang Mai. (เราไปเชียงใหม่บ่อย ๆ)

3. Adverb of Time: บอกเวลา

Adverb of time ขยาย verb หรือทั้งประโยคเพื่อบอกว่าเหตุการณ์เกิด "เมื่อไร" คำตัวอย่าง ได้แก่ yesterday, today, tomorrow, soon, already, still, yet, recently และ now ตำแหน่งวางมักอยู่ท้ายประโยคหรือต้นประโยค

  • We arrived in Bangkok yesterday. (เรามาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้)

  • I will call you tomorrow. (ฉันจะโทรหาคุณพรุ่งนี้)

  • She has already finished her homework. (เธอทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว)

4. Adverb of Place: บอกสถานที่

Adverb of place ขยาย verb เพื่อบอกว่าการกระทำเกิดขึ้น "ที่ไหน" คำตัวอย่าง ได้แก่ here, there, outside, inside, nearby, abroad, everywhere และ somewhere

  • Please sit here. (กรุณานั่งตรงนี้)

  • The kids are playing outside. (เด็ก ๆ เล่นอยู่ข้างนอก)

  • I left my phone somewhere in the office. (ฉันลืมโทรศัพท์ไว้ที่ไหนสักที่ในออฟฟิศ)

5. Adverb of Degree: บอกระดับความเข้มข้น

Adverb of degree ขยาย adjective หรือ adverb อื่น เพื่อบอกว่าสิ่งนั้น "มากน้อยแค่ไหน" เรียงจากเข้มข้นมากไปน้อย: extremely → very → quite → fairly → slightly → barely

  • The exam was extremely difficult. (ข้อสอบยากมาก ๆ)

  • This book is quite interesting. (หนังสือเล่มนี้น่าสนใจพอสมควร)

  • The signal is barely visible from here. (สัญญาณแทบจะมองไม่เห็นจากตรงนี้)

คุณใช้ "very" ซ้ำทุกประโยคอยู่ไหม? ลองสลับใช้ extremely, quite, fairly, rather ดูบ้าง เพื่อให้ภาษาดูเป็นธรรมชาติขึ้นและคะแนนวงคำศัพท์ในข้อสอบ Writing สูงขึ้น

6. Adverb of Duration, Affirmation/Negation และ Conjunctive Adverb

Adverb of Duration บอกว่าการกระทำกินเวลา "นานแค่ไหน" คำตัวอย่าง: briefly, temporarily, permanently, for a long time

  • She spoke briefly about her trip to Phuket. (เธอเล่าเรื่องทริปภูเก็ตสั้น ๆ)

  • The shop is temporarily closed. (ร้านปิดชั่วคราว)

Adverb of Affirmation/Negation ใช้ยืนยันหรือปฏิเสธ คำตัวอย่าง: certainly, definitely, surely, never, not, hardly

  • I will certainly attend the meeting. (ฉันจะเข้าประชุมแน่นอน)

  • He definitely passed the TOEIC. (เขาสอบ TOEIC ผ่านแน่นอน)

Conjunctive Adverb ใช้เชื่อมประโยคหรือย่อหน้าเข้าด้วยกัน คำตัวอย่าง: however, therefore, moreover, nevertheless, consequently มักตามด้วย comma เสมอ

  • The test was hard; however, she passed. (ข้อสอบยาก แต่เธอก็สอบผ่าน)

  • He studied for months; therefore, he scored 900 on TOEIC. (เขาเตรียมตัวหลายเดือน เขาเลยได้ TOEIC 900)

รู้จัก 8 ประเภทแล้ว คำถามต่อไปที่นักเรียนสับสนคือ adverb เหล่านี้ควรวางไว้ตรงไหนในประโยค

III. กฎตำแหน่งในประโยคที่ต้องรู้

ตำแหน่งของ adverb ในประโยคขึ้นอยู่กับประเภทของ adverb นั้น ๆ โดยกฎรวมคือ adverb of frequency วางก่อน main verb แต่หลัง verb to be, adverb of manner วางหลัง verb หรือหลัง object, ส่วน adverb of time และ place มักวางท้ายประโยค การเข้าใจกฎนี้ช่วยให้ประโยคถูกต้องและฟังเป็นธรรมชาติ เพราะการวาง adverb ผิดตำแหน่งเป็นหนึ่งในจุดที่ผู้สอบ TOEIC/IELTS Writing มักหักคะแนนผู้เรียนระดับ beginner

adverb-in-english-3.png
กฎตำแหน่งในประโยคที่ต้องรู้

1. ตำแหน่งมาตรฐานของ adverb แต่ละประเภท

ประเภท Adverb

ตำแหน่ง

ตัวอย่างประโยค

Manner

หลัง verb หรือหลัง object

She sings beautifully. / He read the letter slowly.

Frequency

ก่อน main verb, หลัง be/auxiliary

I always drink coffee. / She is never late.

Time

ท้ายประโยค หรือต้นประโยค

We arrived yesterday. / Yesterday, we arrived.

Place

หลัง verb หรือท้ายประโยค

Please sit here. / The kids play outside.

Degree

ก่อน adj หรือ adv ที่ขยาย

It is very cold. / She runs quite fast.

Conjunctive

ต้นประโยค + comma

However, he refused to join.

หาก adverb 2 ตัวอยู่ในประโยคเดียวกัน ลำดับมาตรฐานคือ Manner → Place → Time เช่น "She sang beautifully (manner) at the concert (place) yesterday (time)."

2. Flat Adverb: fast, hard, late ที่เป็นได้ทั้ง adjective และ adverb

Flat adverb คือ adverb ที่มีรูปเดียวกับ adjective ไม่ต้องเติม -ly การจะรู้ว่าใช้เป็น adjective หรือ adverb ต้องดูที่ตำแหน่งและคำที่อยู่ใกล้: ขยาย noun = adjective, ขยาย verb = adverb

Flat Adverb

ใช้เป็น Adjective

ใช้เป็น Adverb

คำแปล

fast

a fast car (รถเร็ว)

He runs fast. (เขาวิ่งเร็ว)

เร็ว

hard

a hard exam (ข้อสอบยาก)

She works hard. (เธอทำงานหนัก)

หนัก/ยาก

late

a late bus (รถบัสมาช้า)

He arrived late. (เขามาถึงสาย)

สาย/ช้า

early

an early meeting (ประชุมเช้า)

She woke up early. (เธอตื่นเช้า)

เช้า/เนิ่น

high

a high building (ตึกสูง)

The bird flew high. (นกบินสูง)

สูง

ข้อควรระวัง: hard กับ hardly และ late กับ lately ไม่ใช่คำเดียวกันที่เติม -ly เปลี่ยนรูปธรรมดา แต่ "ความหมายเปลี่ยนคนละขั้ว"

3. "Only, just, even": เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนความหมาย

Focusing adverb อย่าง only, just, even จะวางหน้าคำที่ต้องการเน้น และเมื่อเปลี่ยนตำแหน่ง ความหมายของประโยคจะเปลี่ยนตามทันที กฎง่าย ๆ คือ adverb ตัวนี้จะ "ส่องไฟ" ไปที่คำที่อยู่หลังมัน

ตัวอย่างคำว่า "only" ในประโยค "I eat rice":

1. Only I eat rice. = มีฉันคนเดียวที่กินข้าว (คนอื่นไม่กิน)

2. I only eat rice. = ฉันแค่กินข้าว (ไม่ทำอย่างอื่น เช่น ไม่ปรุง ไม่ขาย)

3. I eat only rice. = ฉันกินแค่ข้าวเท่านั้น (ไม่กินอย่างอื่น เช่น ไม่กินกับข้าว)

ตัวอย่าง "even":

  • Even Nong can solve this problem. = แม้แต่น้องยังแก้โจทย์นี้ได้ (เน้นว่าน้องเป็นคนที่ไม่น่าทำได้)

  • Nong can even solve this problem. = น้องถึงขนาดแก้โจทย์นี้ได้ (เน้นที่ความสามารถพิเศษ)

หลักจำง่าย: focusing adverb วาง "หน้าคำที่ต้องการเน้น" เสมอ ก่อนเขียนต้องถามตัวเองว่าอยากให้ผู้อ่านโฟกัสที่คำไหน

รู้ตำแหน่งแล้ว แต่ผู้เรียนจำนวนมากยังพลาดในจุดที่ละเอียดกว่านั้น ส่วนถัดไปรวม 5 ข้อผิดพลาดที่คนไทยทำบ่อยที่สุด

IV. 5 ข้อผิดพลาดที่คนไทยทำบ่อยกับ Adverb

ข้อผิดพลาดเรื่อง adverb ที่นักเรียนไทยทำซ้ำ ๆ มี 5 รูปแบบ คือ ใช้ good แทน well, สับสน hard กับ hardly, วาง frequency adverb ผิดที่, เข้าใจผิดว่าคำลงท้าย -ly ทุกคำเป็น adverb, และใช้ very จนเฝือ จากการตรวจงานเขียนของผู้เรียนใน PREP cohort ที่เตรียมสอบ TOEIC/IELTS ทีมงานสังเกตว่า 5 รูปแบบนี้พบซ้ำในแทบทุก batch ของนักเรียนระดับ A2-B1 การรู้รูปแบบผิดล่วงหน้าช่วยให้คุณตรวจจับและแก้ไขในข้อสอบ Writing ได้ทันก่อนส่งกระดาษ

1. good vs well: ผิดที่พบบ่อยในงานเขียนของนักเรียนไทย

ลักษณะผิด: ❌ "She sings good."

WHY: คำว่า sings เป็น action verb จึงต้องขยายด้วย adverb ไม่ใช่ adjective good เป็น adjective ใช้ขยาย noun ส่วน well เป็น adverb ใช้ขยาย verb

แก้ให้ถูก: ✓ "She sings well." (เธอร้องเพลงเก่ง)

กฎ: good = adjective (ขยาย noun), well = adverb (ขยาย verb)

ข้อยกเว้น linking verb: หลัง linking verb (feel, look, taste, smell, sound, seem, become) ต้องใช้ adjective ไม่ใช่ adverb เพราะ adjective ตัวนั้นไปขยายประธาน ไม่ได้ขยาย verb

✓ I feel good today. (วันนี้ฉันรู้สึกดี) - good ขยาย I

✓ The food tastes good. (อาหารรสชาติดี) - good ขยาย food

✓ He looks tired. (เขาดูเหนื่อย) - tired ขยาย he

ตัวอย่างเพิ่มเติม:

❌ He plays football good. → ✓ He plays football well.

❌ She speaks English good. → ✓ She speaks English well.

2. hard vs hardly, late vs lately: คำที่สับสนได้ง่าย

ลักษณะผิด: ❌ "She works hardly."

WHY: hardly ไม่ใช่ adverb รูป -ly ของ hard แต่เป็นคนละคำที่แปลว่า "แทบจะไม่" การเติม -ly ในกลุ่ม flat adverb เหล่านี้เปลี่ยนความหมายอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปไวยากรณ์

แก้ให้ถูก: ✓ "She works hard." (เธอทำงานหนัก)

คำ

ความหมาย flat adverb

ความหมาย -ly version

hard / hardly

หนัก, ขยัน

แทบจะไม่

late / lately

สาย, ช้า

เมื่อเร็ว ๆ นี้

near / nearly

ใกล้

เกือบจะ

high / highly

สูง (ระดับกายภาพ)

อย่างมาก (เชิงนามธรรม)

ตัวอย่างเพิ่มเติม:

❌ I haven't seen Ploy hard. → ✓ I haven't seen Ploy lately. (ไม่ได้เจอพลอยเมื่อเร็ว ๆ นี้)

❌ I can hard hear you. → ✓ I can hardly hear you. (ฉันแทบจะไม่ได้ยินคุณ)

3. Adjective ที่ลงท้าย -ly แต่ไม่ใช่ adverb: friendly, lovely, lively

ลักษณะผิด: ❌ "She smiled friendly."

WHY: ไม่ใช่ทุกคำที่ลงท้าย -ly จะเป็น adverb บางคำเป็น adjective ที่ลงท้าย -ly อยู่แล้วและไม่มีรูป adverb แยกออกมา

แก้ให้ถูก: ✓ "She smiled in a friendly way." (เธอยิ้มอย่างเป็นมิตร)

คำ

ประเภท

ตัวอย่างใช้จริง

friendly

adjective

She is friendly. / a friendly waiter

lovely

adjective

What a lovely day!

lively

adjective

He is a lively person.

cowardly

adjective

a cowardly act

silly

adjective

a silly mistake

Trick ตรวจสอบ: ถาม "ขยาย verb โดยตรงได้ไหม?" หากขยายไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็น "in a + adj + way/manner" แทน

4. วาง Adverb of Frequency ผิดตำแหน่ง

ลักษณะผิด: ❌ "Always I go to school by BTS."

WHY: adverb of frequency (always, usually, often, sometimes, rarely, never) ห้ามวางต้นประโยค ต้องวางหลัง verb to be หรือก่อน main verb เท่านั้น

แก้ให้ถูก: ✓ "I always go to school by BTS." (ฉันไปโรงเรียนด้วย BTS เสมอ)

ตัวอย่างเพิ่มเติม:

❌ Never she eats breakfast. → ✓ She never eats breakfast.

❌ Usually he is late. → ✓ He is usually late. (be มาก่อน, frequency ตามหลัง)

5. ใช้ very จนเฝือ: ขาดความหลากหลายของ Adverb of Degree

ลักษณะผิด: ❌ "The exam was very very difficult and I was very tired."

WHY: การซ้ำ very หลายครั้งและไม่หมุนเวียนใช้ intensifiers อื่นทำให้คะแนน vocabulary range ใน IELTS Writing ต่ำลงทันที

แก้ให้ถูก: ✓ "The exam was extremely difficult, and I was completely exhausted."

Alternative intensifiers ที่ควรใช้แทน very:

  • เข้มข้นมาก: extremely, incredibly, exceptionally

  • ระดับกลาง: quite, rather, fairly

  • ระดับน้อย: slightly, somewhat, barely

หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้แล้ว ขั้นต่อไปคือนำ adverb ที่เรียนมาทั้งหมดไปใช้ในประโยคจริง ๆ

V. Adverb กับ Adjective ต่างกันอย่างไร?

Adjective ขยาย noun หรือ pronoun ส่วน Adverb ขยาย verb, adjective, adverb อื่น หรือทั้งประโยค ความแตกต่างหลักไม่ได้อยู่ที่หน้าตาของคำ แต่อยู่ที่ "ทำหน้าที่อะไรในประโยค"

ประเด็น

Adjective

Adverb

ขยายอะไร

Noun / Pronoun

Verb / Adjective / Adverb / Clause

คำถามที่ตอบ

"ประธานเป็นอย่างไร?" / "สิ่งนี้เป็นแบบไหน?"

"กริยาทำอย่างไร?" / "เมื่อไร?" / "ที่ไหน?" / "บ่อยแค่ไหน?"

ตัวอย่างคำ

beautiful, tall, happy, careful

beautifully, quickly, happily, carefully

ตัวอย่างประโยค

She is beautiful.

She sings beautifully.

กฎแปลง adjective เป็น adverb:

  • ทั่วไป: + ly → quick → quickly

  • ลงท้าย -y: y → ily → happy → happily

  • ลงท้าย -le: e → y → gentle → gently

  • ลงท้าย -ic: + ally → basic → basically

Irregular forms ที่ต้องจำ:

  • good → well

  • fast → fast (ไม่มี fastly)

  • hard → hard (ไม่มี hardly ในความหมาย "หนัก")

  • early → early (ไม่มี earlily)

บทความที่แนะนำ:

VI. แบบฝึกหัด Adverb พร้อมเฉลย

การทำแบบฝึกหัดเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการทบทวนและตรวจสอบความเข้าใจ ลองทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้เพื่อทดสอบความรู้เกี่ยวกับ adverb ของคุณ

แบบฝึกหัดที่ 1: เลือกใช้ adverb ที่เหมาะสมเติมในช่องว่าง

  1. She speaks English _______ (good/well).

  2. The children played _______ (happy/happily) in the garden.

  3. He comes to work _______ (late/lately).

  4. We _______ (hard/hardly) see him these days.

  5. The train arrived _______ (recent/recently).

  6. I _______ (usual/usually) have coffee in the morning.

  7. They waited _______ (patient/patiently) for the bus.

  8. She drives _______ (careful/carefully).

  9. He _______ (complete/completely) forgot about the meeting.

  10. I _______ (definite/definitely) want to visit Japan someday.

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

  1. well (adverb ขยายกริยา speaks)

  2. happily (adverb ขยายกริยา played)

  3. late (adverb บอกเวลา)

  4. hardly (adverb บอกระดับ)

  5. recently (adverb บอกเวลา)

  6. usually (adverb บอกความถี่)

  7. patiently (adverb ขยายกริยา waited)

  8. carefully (adverb ขยายกริยา drives)

  9. completely (adverb ขยายกริยา forgot)

  10. definitely (adverb แสดงความแน่นอน)

[/prep_collapse_expand]

แบบฝึกหัดที่ 2: วางตำแหน่ง adverb ในประโยคให้ถูกต้อง

จัดเรียงประโยคใหม่โดยวาง adverb ในตำแหน่งที่ถูกต้อง (adverb ที่ต้องวางอยู่ในวงเล็บ)

  1. We go to the beach. (often)

  2. She has been to Paris. (never)

  3. They arrive at work. (usually/on time)

  4. He speaks. (slowly/clearly)

  5. I will see you. (tomorrow/at the office)

  6. The dog sleeps. (peacefully/under the table)

  7. They worked. (yesterday/hard)

  8. She completed the assignment. (finally/successfully)

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

  1. We often go to the beach. (adverb of frequency วางหน้ากริยาหลัก)

  2. She has never been to Paris. (adverb of frequency วางหน้ากริยาหลัก แต่หลัง auxiliary verb)

  3. They usually arrive at work on time. (adverb of frequency วางหน้ากริยาหลัก, adverb of manner วางท้ายประโยค)

  4. He speaks slowly and clearly. (adverbs of manner วางหลังกริยา)

  5. I will see you tomorrow at the office. (adverb of time วางก่อน adverb of place เมื่ออยู่ท้ายประโยค)

  6. The dog sleeps peacefully under the table. (adverb of manner วางก่อน adverb of place)

  7. They worked hard yesterday. (adverb of manner วางก่อน adverb of time)

  8. She finally completed the assignment successfully. (adverb of time วางหน้ากริยา, adverb of manner วางท้ายประโยค)

[/prep_collapse_expand]

แบบฝึกหัดที่ 3: แปลงประโยคโดยใช้ adverb ที่กำหนด

แปลงประโยคต่อไปนี้โดยใช้ adverb ที่กำหนดให้ โดยไม่เปลี่ยนความหมายหลักของประโยค

  1. She is a careful driver. (แปลงโดยใช้ carefully)

  2. His explanation was clear. (แปลงโดยใช้ clearly)

  3. They arrived at 8 o'clock. (แปลงโดยใช้ punctually)

  4. The weather is hot today. (แปลงโดยใช้ extremely)

  5. We go swimming every Saturday. (แปลงโดยใช้ regularly)

เฉลย:

[prep_collapse_expand open_text="View more" close_text="Show less"]

  1. She drives carefully.

  2. He explained everything clearly.

  3. They arrived punctually at 8 o'clock.

  4. The weather is extremely hot today.

  5. We regularly go swimming every Saturday.

[/prep_collapse_expand]

VII. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Adverb ในภาษาอังกฤษ (FAQ)

1. Adverb ออกข้อสอบ TOEIC ประเภทไหนบ้าง?

TOEIC Part 5-6 มักออก adverb ใน 3 รูปแบบ คือ (1) เลือกระหว่าง adjective vs adverb ในช่องว่าง (2) เลือก adverb ที่เหมาะสมกับ context เช่น carefully vs carefulness (3) เลือกตำแหน่งที่ถูกต้องของ adverb of frequency และ adverb of manner

2. Adverb กับ adverbial phrase ต่างกันอย่างไร?

Adverb คือคำเดี่ยว เช่น "quickly" หรือ "yesterday" ส่วน adverbial phrase คือกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เหมือน adverb เช่น "in a hurry" หรือ "every morning" ทั้งสองทำหน้าที่ขยาย verb เหมือนกัน แต่ adverbial phrase ให้รายละเอียดได้มากกว่าและเป็นธรรมชาติในงานเขียน

3. Adverb ขยาย noun ได้ไหม?

A: ไม่ได้ Adverb ไม่ขยาย noun การขยาย noun เป็นหน้าที่เฉพาะของ adjective หากต้องการขยาย noun ให้ใช้ adjective เช่น "a beautiful song" ไม่ใช่ "a beautifully song" หรือ "a quick car" ไม่ใช่ "a quickly car"

4. Comparative adverb ทำอย่างไร?

Comparative adverb สร้างได้ 2 วิธี คือ (1) คำสั้น 1 พยางค์: เติม -er เช่น fast → faster, hard → harder, late → later (2) คำยาว 2 พยางค์ขึ้นไป: ใช้ more/less วางหน้า เช่น more carefully, less quickly, more efficiently ส่วน irregular ที่ต้องจำ: well → better, badly → worse

Adverb หรือคำกริยาวิเศษณ์คือคำที่ขยาย verb, adjective, adverb อื่น หรือทั้งประโยค เพื่อบอกว่าทำอย่างไร เมื่อไร ที่ไหน บ่อยแค่ไหน และมากน้อยแค่ไหน หัวใจของการใช้ adverb ให้ถูกอยู่ที่ 3 จุด คือ รู้ว่า adverb ขยายอะไรในประโยค จำ 8 ประเภทและคำตัวอย่างหลัก วางตำแหน่งให้ถูกตามกฎของแต่ละประเภท เมื่อทั้งสามจุดแม่นแล้ว ข้อผิดพลาดอย่าง good vs well, hard vs hardly และ frequency adverb วางต้นประโยคจะหายไปทันที

พัฒนาไวยากรณ์และทักษะภาษาอังกฤษกับ PREP Edu หากคุณต้องการเสริมสร้างความเข้าใจไวยากรณ์และเตรียมสอบ IELTS อย่างเป็นระบบ PREP มีคอร์สเรียนเตรียมสอบ IELTS ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ทักษะพร้อมเนื้อหาไวยากรณ์ที่ละเอียด รวมถึงการใช้ adverbs อย่างเหมาะสม ด้วย Virtual Speaking Room และ Virtual Writing Room คุณจะได้ฝึกใช้ไวยากรณ์ในบริบทที่ถูกต้องและรับฟีดแบ็กแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมี Teacher Bee AI ที่พร้อมอธิบายไวยากรณ์และตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้คุณเรียนรู้อย่างมั่นใจและบรรลุเป้าหมายคะแนน IELTS ที่ต้องการ เริ่มต้นพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณกับ prep ielts ที่ PREP วันนี้

Mook
Product Content Admin

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นความคิดเห็น

0/300 ตัวอักษร
Loading...

แผนการเรียนรู้ส่วนบุคคล

TH30

อ่านมากที่สุด

ติดต่อ Prep ผ่านโซเชียล

facebookyoutubeinstagram
Prep Technology Co., LTD.

Address: ตึก C.P. Tower 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ชั้น 21 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Hotline: +6624606789
Email: sawatdee@prepedu.com

ได้รับการรับรองโดย
DMCA protect