ศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน สื่อสารได้ทันใจในทุกสถานการณ์
คุณเคยรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องพูดภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงหรือไม่? แม้จะเรียนมาหลายปี แต่เมื่อต้องสื่อสารจริง กลับพูดไม่ออก คิดไม่ทัน หรือไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี ปัญหานี้เกิดจากการขาดพื้นฐานคำศัพท์ที่ใช้งานได้จริง
บทความนี้รวบรวมศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานที่จำเป็นที่สุดสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน พร้อมคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยและตัวอย่างประโยคที่นำไปใช้ได้ทันที
การเรียนรู้ภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์หลายพันคำให้ปวดหัว งานวิจัยด้านภาษาศาสตร์พบว่าคำศัพท์พื้นฐานเพียง 1,000 คำแรกครอบคลุมการสนทนาในชีวิตประจำวันได้ถึง 70-75% สิ่งสำคัญคือการเลือกเรียน คํา ศัพท์ ภาษา อังกฤษที่ตรงกับความต้องการและนำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย การสั่งอาหาร การซื้อของ หรือการเดินทาง
คํา ศัพท์ ภาษา อังกฤษ ง่ายที่เราคัดสรรมานั้นแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ตั้งแต่คำกริยาที่ใช้บ่อย คำนามในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงคำคุณศัพท์ที่ช่วยให้การสื่อสารมีรายละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังจัดทำคําศัพท์ภาษาอังกฤษ a-z และคําภาษาอังกฤษ พร้อมความหมายพร้อมตัวอย่างประโยคที่ใช้ในบริบทจริง ทำให้คุณเข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น การเรียนรู้แบบเป็นระบบและมีโครงสร้างจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานแบ่งตามหมวดหมู่ที่ชัดเจน พร้อมตัวอย่างประโยคที่นำไปใช้ได้ทันทีในสถานการณ์จริง มาเริ่มต้นสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้วยคำศัพท์ที่คุณสามารถนำไปใช้สื่อสารได้จริงทันที
I. คำกริยาพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุด
คำกริยาคือหัวใจของการสื่อสาร เพราะช่วยบอกการกระทำ สถานะ และความเคลื่อนไหวต่างๆ การเรียนรู้คำกริยาพื้นฐานจะช่วยให้คุณสร้างประโยคได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
กิจวัตรประจำวันเป็นหัวข้อที่ใช้บ่อยในการสนทนา การรู้จักคำกริยาเหล่านี้จะช่วยให้คุณบรรยายกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
|
คำศัพท์ (IPA) |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
wake up /weɪk ʌp/ |
ตื่นนอน |
I wake up at 6 AM every day. (ฉันตื่นนอนตอน 6 โมงเช้าทุกวัน) |
|
get up /ɡet ʌp/ |
ลุกขึ้นจากเตียง |
She gets up immediately after the alarm rings. (เธอลุกขึ้นทันทีหลังนาฬิกาปลุกดัง) |
|
brush /brʌʃ/ |
แปรง |
He brushes his teeth twice a day. (เขาแปรงฟันวันละสองครั้ง) |
|
wash /wɒʃ/ |
ล้าง |
I wash my face with cold water. (ฉันล้างหน้าด้วยน้ำเย็น) |
|
take /teɪk/ |
รับประทาน, ทำ |
I take a shower before breakfast. (ฉันอาบน้ำก่อนอาหารเช้า) |
|
Eat /iːt/ |
กิน |
We eat dinner together at 7 PM. (เรากินมื้อเย็นด้วยกันตอน 7 โมงเย็น) |
|
drink /drɪŋk/ |
ดื่ม |
She drinks coffee every morning. (เธอดื่มกาแฟทุกเช้า) |
|
go /ɡəʊ/ |
ไป |
They go to work by bus. (พวกเขาไปทำงานโดยรถบัส) |
|
work /wɜːk/ |
ทำงาน |
My father works in a bank. (พ่อของฉันทำงานในธนาคาร) |
|
study /ˈstʌdi/ |
เรียน |
Students study hard for exams. (นักเรียนเรียนหนักเพื่อสอบ) |
|
cook /kʊk/ |
ทำอาหาร |
My mother cooks delicious meals. (แม่ทำอาหารอร่อยๆ) |
|
clean /kliːn/ |
ทำความสะอาด |
We clean the house on weekends. (เราทำความสะอาดบ้านวันหยุด) |
|
watch /wɒtʃ/ |
ดู |
I watch TV after dinner. (ฉันดูทีวีหลังอาหารเย็น) |
|
read /riːd/ |
อ่าน |
He reads the newspaper every day. (เขาอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน) |
|
listen /ˈlɪsn/ |
ฟัง |
They listen to music while working. (พวกเขาฟังเพลงขณะทำงาน) |
|
sleep /sliːp/ |
นอนหลับ |
Children should sleep at least 8 hours. (เด็กควรนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมง) |
การใช้คำกริยาเหล่านี้ทำให้คุณสามารถอธิบายกิจวัตรประจำวันได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงเข้านอน ซึ่งเป็นหัวข้อสนทนาพื้นฐานที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
II. หมวดหมู่คำนามพื้นฐาน
คำนามเป็นรากฐานของการสื่อสาร เพราะช่วยให้เราเรียกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน การรู้จักคํา ศัพท์ ภาษา อังกฤษ ง่ายในหมวดหมู่คำนามจะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. คำศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว คนใกล้ชิด และความสัมพันธ์
ครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นส่วนสำคัญของชีวิต การรู้จักเรียกชื่อสมาชิกในครอบครัวและความสัมพันธ์ต่างๆ เป็นพื้นฐานการสื่อสารที่จำเป็น
|
คำศัพท์ (IPA) |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
family /ˈfæməli/ |
ครอบครัว |
My family lives in Bangkok. (ครอบครัวของฉันอยู่ที่กรุงเทพฯ) |
|
parents /ˈpeərənts/ |
พ่อแม่ |
My parents support my education. (พ่อแม่สนับสนุนการศึกษาของฉัน) |
|
father /ˈfɑːðə(r)/ |
พ่อ |
My father is a doctor. (พ่อของฉันเป็นหมอ) |
|
mother /ˈmʌðə(r)/ |
แม่ |
My mother cooks delicious food. (แม่ของฉันทำอาหารอร่อย) |
|
brother /ˈbrʌðə(r)/ |
พี่ชาย/น้องชาย |
I have two brothers. (ฉันมีพี่ชายสองคน) |
|
sister /ˈsɪstə(r)/ |
พี่สาว/น้องสาว |
My sister studies abroad. (น้องสาวของฉันเรียนต่างประเทศ) |
|
son /sʌn/ |
ลูกชาย |
Their son plays football. (ลูกชายของพวกเขาเล่นฟุตบอล) |
|
daughter /ˈdɔːtə(r)/ |
ลูกสาว |
My daughter loves reading books. (ลูกสาวของฉันชอบอ่านหนังสือ) |
|
husband /ˈhʌzbənd/ |
สามี |
Her husband works in IT. (สามีของเธอทำงานด้านไอที) |
|
wife /waɪf/ |
ภรรยา |
His wife is a teacher. (ภรรยาของเขาเป็นครู) |
|
grandfather /ˈɡrænfɑːðə(r)/ |
ปู่/ตา |
My grandfather tells interesting stories. (ปู่เล่าเรื่องน่าสนใจ) |
|
grandmother /ˈɡrænmʌðə(r)/ |
ย่า/ยาย |
My grandmother makes great desserts. (ยายทำขนมอร่อยมาก) |
|
uncle /ˈʌŋkl/ |
ลุง/น้า/อา |
My uncle lives in America. (ลุงของฉันอยู่อเมริกา) |
|
aunt /ɑːnt/ |
ป้า/น้า/อา |
My aunt visits us every month. (ป้ามาเยี่ยมเราทุกเดือน) |
|
cousin /ˈkʌzn/ |
ลูกพี่ลูกน้อง |
I have many cousins. (ฉันมีลูกพี่ลูกน้องเยอะ) |
|
friend /frend/ |
เพื่อน |
My friends help me a lot. (เพื่อนๆ ช่วยเหลือฉันมาก) |
|
colleague /ˈkɒliːɡ/ |
เพื่อนร่วมงาน |
I meet my colleagues every day. (ฉันพบเพื่อนร่วมงานทุกวัน) |
|
neighbor /ˈneɪbə(r)/ |
เพื่อนบ้าน |
Our neighbors are very friendly. (เพื่อนบ้านของเรามิตรภาพดี) |
2. สิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน
การรู้จักเรียกชื่อสิ่งของเครื่องใช้ที่พบเจอในชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณสื่อสารได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
|
คำศัพท์ (IPA) |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
table /ˈteɪbl/ |
โต๊ะ |
Put the book on the table. (วางหนังสือบนโต๊ะ) |
|
chair /tʃeə(r)/ |
เก้าอี้ |
Sit on this chair please. (กรุณานั่งที่เก้าอี้นี้) |
|
desk /desk/ |
โต๊ะทำงาน |
My desk is near the window. (โต๊ะทำงานของฉันอยู่ใกล้หน้าต่าง) |
|
bed /bed/ |
เตียง |
I make my bed every morning. (ฉันเก็บเตียงทุกเช้า) |
|
sofa /ˈsəʊfə/ |
โซฟา |
The sofa is very comfortable. (โซฟาสบายมาก) |
|
computer /kəmˈpjuːtə(r)/ |
คอมพิวเตอร์ |
I use a computer for work. (ฉันใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน) |
|
phone /fəʊn/ |
โทรศัพท์ |
My phone is on the desk. (โทรศัพท์ของฉันอยู่บนโต๊ะ) |
|
television /ˈtelɪvɪʒn/ |
โทรทัศน์ |
We watch television after dinner. (เราดูโทรทัศน์หลังอาหารเย็น) |
|
refrigerator /rɪˈfrɪdʒəreɪtə(r)/ |
ตู้เย็น |
Put the milk in the refrigerator. (เอานมใส่ในตู้เย็น) |
|
microwave /ˈmaɪkrəweɪv/ |
ไมโครเวฟ |
Heat the food in the microwave. (อุ่นอาหารในไมโครเวฟ) |
|
pen /pen/ |
ปากกา |
Can I borrow your pen? (ขอยืมปากกาหน่อยได้ไหม) |
|
pencil /ˈpensl/ |
ดินสอ |
Write with a pencil first. (เขียนด้วยดินสอก่อน) |
|
paper /ˈpeɪpə(r)/ |
กระดาษ |
Print this on A4 paper. (พิมพ์สิ่งนี้บนกระดาษ A4) |
|
notebook /ˈnəʊtbʊk/ |
สมุดโน้ต |
Take notes in your notebook. (จดบันทึกในสมุด) |
|
Bag /bæɡ/ |
กระเป๋า |
My bag is heavy today. (กระเป๋าของฉันหนักวันนี้) |
|
cup /kʌp/ |
ถ้วย |
Pour coffee into the cup. (เทกาแฟลงในถ้วย) |
|
plate /pleɪt/ |
จาน |
Put the food on a plate. (ใส่อาหารลงในจาน) |
|
spoon /spuːn/ |
ช้อน |
Eat soup with a spoon. (กินซุปด้วยช้อน) |
|
fork /fɔːk/ |
ส้อม |
Use a fork for salad. (ใช้ส้อมกินสลัด) |
|
knife /naɪf/ |
มีด |
Cut the meat with a knife. (ตัดเนื้อด้วยมีด) |
|
door /dɔː(r)/ |
ประตู |
Close the door when you leave. (ปิดประตูเมื่อคุณออกไป) |
|
window /ˈwɪndəʊ/ |
หน้าต่าง |
Open the window for fresh air. (เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้) |
|
lamp /læmp/ |
โคมไฟ |
Turn on the lamp please. (กรุณาเปิดโคมไฟ) |
|
clock /klɒk/ |
นาฬิกา |
The clock shows 3 PM. (นาฬิกาแสดง 3 โมงเย็น) |
|
mirror /ˈmɪrə(r)/ |
กระจก |
Look at yourself in the mirror. (ดูตัวเองในกระจก) |
|
towel /ˈtaʊəl/ |
ผ้าเช็ดตัว |
Dry your hands with a towel. (เช็ดมือด้วยผ้าเช็ดตัว) |
III. คำคุณศัพท์
คำคุณศัพท์ช่วยขยายความและอธิบายคุณลักษณะของคน สัตว์ สิ่งของต่างๆ ทำให้การสื่อสารมีรายละเอียดและชัดเจนมากขึ้น การเรียนรู้คําภาษาอังกฤษ พร้อมความหมายในหมวดคำคุณศัพท์จะช่วยให้คุณแสดงความรู้สึกและบรรยายสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น
|
คำศัพท์ (IPA) |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
good /ɡʊd/ |
ดี |
This is a good restaurant. (นี่เป็นร้านอาหารที่ดี) |
|
bad /bæd/ |
แย่ |
The weather is bad today. (สภาพอากาศแย่วันนี้) |
|
Great /ɡreɪt/ |
ยอดเยี่ยม |
That's a great idea. (นั่นเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม) |
|
nice /naɪs/ |
ดี, น่ารัก |
She is a nice person. (เธอเป็นคนดี) |
|
beautiful /ˈbjuːtɪfl/ |
สวยงาม |
The sunset is beautiful. (พระอาทิตย์ตกสวยงาม) |
|
ugly /ˈʌɡli/ |
น่าเกลียด |
That building looks ugly. (อาคารนั้นดูน่าเกลียด) |
|
big /bɪɡ/ |
ใหญ่ |
They live in a big house. (พวกเขาอยู่ในบ้านหลังใหญ่) |
|
small /smɔːl/ |
เล็ก |
I need a small bag. (ฉันต้องการกระเป๋าใบเล็ก) |
|
large /lɑːdʒ/ |
ใหญ่ |
Order a large pizza. (สั่งพิซซ่าไซส์ใหญ่) |
|
tall /tɔːl/ |
สูง |
He is very tall. (เขาสูงมาก) |
|
short /ʃɔːt/ |
เตี้ย, สั้น |
The skirt is too short. (กระโปรงสั้นเกินไป) |
|
long /lɒŋ/ |
ยาว |
She has long hair. (เธอมีผมยาว) |
|
hot /hɒt/ |
ร้อน |
The coffee is too hot. (กาแฟร้อนเกินไป) |
|
cold /kəʊld/ |
เย็น |
I want cold water. (ฉันต้องการน้ำเย็น) |
|
warm /wɔːm/ |
อบอุ่น |
The room is warm and cozy. (ห้องอบอุ่นและสบาย) |
|
cool /kuːl/ |
เย็นสบาย |
The weather is cool today. (อากาศเย็นสบายวันนี้) |
|
new /njuː/ |
ใหม่ |
She bought a new car. (เธอซื้อรถใหม่) |
|
old /əʊld/ |
เก่า |
This is an old building. (นี่คืออาคารเก่า) |
|
young /jʌŋ/ |
อ่อนวัย |
They are young and energetic. (พวกเขาอ่อนวัยและกระฉับกระเฉง) |
|
fast /fɑːst/ |
เร็ว |
This car is very fast. (รถคันนี้เร็วมาก) |
|
slow /sləʊ/ |
ช้า |
The internet connection is slow. (อินเทอร์เน็ตช้า) |
|
easy /ˈiːzi/ |
ง่าย |
This exam is easy. (ข้อสอบนี้ง่าย) |
|
difficult /ˈdɪfɪkəlt/ |
ยาก |
Math is difficult for me. (คณิตศาสตร์ยากสำหรับฉัน) |
|
hard /hɑːd/ |
ยาก, แข็ง |
This question is hard. (คำถามนี้ยาก) |
|
soft /sɒft/ |
นิ่ม |
The pillow is soft. (หมอนนิ่มสบาย) |
|
cheap /tʃiːp/ |
ถูก |
These shoes are cheap. (รองเท้าคู่นี้ถูก) |
|
expensive /ɪkˈspensɪv/ |
แพง |
That watch is expensive. (นาฬิกาเรือนนั้นแพง) |
|
happy /ˈhæpi/ |
มีความสุข |
I feel happy today. (ฉันรู้สึกมีความสุขวันนี้) |
|
sad /sæd/ |
เศร้า |
She looks sad. (เธอดูเศร้า) |
|
angry /ˈæŋɡri/ |
โกรธ |
Don't be angry with me. (อย่าโกรธฉันเลย) |
|
tired /ˈtaɪəd/ |
เหนื่อย |
I'm tired after work. (ฉันเหนื่อยหลังทำงาน) |
|
hungry /ˈhʌŋɡri/ |
หิว |
Are you hungry? (คุณหิวไหม) |
|
thirsty /ˈθɜːsti/ |
กระหาย |
I'm thirsty. (ฉันกระหายน้ำ) |
|
busy /ˈbɪzi/ |
ยุ่ง |
He is busy with work. (เขายุ่งกับงาน) |
|
free /friː/ |
ว่าง |
Are you free tomorrow? (คุณว่างพรุ่งนี้ไหม) |
IV. คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษ A-Z พร้อมความหมาย
การเรียน คํา ศัพท์ ภาษา อังกฤษแบบเป็นระบบตามตัวอักษร A-Z จะช่วยให้คุณจดจำและค้นหาคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น นี่คือคําศัพท์ภาษาอังกฤษ a-z ที่มีอัตราการใช้งานสูงและจำเป็นในชีวิตประจำวัน
|
คำศัพท์ (IPA) |
ความหมาย |
ตัวอย่างประโยค |
|
apple /ˈæpl/ |
แอปเปิ้ล |
I eat an apple every morning. (ฉันกินแอปเปิ้ลทุกเช้า) |
|
airplane /ˈeəpleɪn/ |
เครื่องบิน |
The airplane departs at 8 AM. (เครื่องบินออกตอน 8 โมงเช้า) |
|
answer /ˈɑːnsə(r)/ |
คำตอบ |
Do you know the answer? (คุณรู้คำตอบไหม) |
|
book /bʊk/ |
หนังสือ |
This book is interesting. (หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ) |
|
boy /bɔɪ/ |
เด็กชาย |
The boy plays soccer. (เด็กชายเล่นฟุตบอล) |
|
bus /bʌs/ |
รถบัส |
I take the bus to work. (ฉันนั่งรถบัสไปทำงาน) |
|
cat /kæt/ |
แมว |
My cat sleeps all day. (แมวของฉันนอนทั้งวัน) |
|
Car /kɑː(r)/ |
รถยนต์ |
My car is blue. (รถของฉันสีน้ำเงิน) |
|
city /ˈsɪti/ |
เมือง |
Bangkok is a big city. (กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่) |
|
dog /dɒɡ/ |
สุนัข |
We walk the dog every evening. (เราพาสุนัขไปเดินทุกเย็น) |
|
doctor /ˈdɒktə(r)/ |
หมอ |
I need to see a doctor. (ฉันต้องพบหมอ) |
|
dream /driːm/ |
ความฝัน |
Follow your dreams. (ตามความฝันของคุณ) |
|
egg /eɡ/ |
ไข่ |
I had eggs for breakfast. (ฉันกินไข่เป็นอาหารเช้า) |
|
/ˈiːmeɪl/ |
อีเมล |
Send me an email. (ส่งอีเมลมาหาฉัน) |
|
English /ˈɪŋɡlɪʃ/ |
ภาษาอังกฤษ |
I study English every day. (ฉันเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน) |
|
food /fuːd/ |
อาหาร |
Thai food is delicious. (อาหารไทยอร่อย) |
|
flower /ˈflaʊə(r)/ |
ดอกไม้ |
She loves flowers. (เธอรักดอกไม้) |
|
fruit /fruːt/ |
ผลไม้ |
Eat more fruits. (กินผลไม้ให้มากขึ้น) |
|
game /ɡeɪm/ |
เกม |
Children love this game. (เด็กๆ ชอบเกมนี้) |
|
girl /ɡɜːl/ |
เด็กหญิง |
The girl is reading a book. (เด็กหญิงกำลังอ่านหนังสือ) |
|
glass /ɡlɑːs/ |
แก้ว |
Fill the glass with water. (เติมน้ำใส่แก้ว) |
|
house /haʊs/ |
บ้าน |
Their house is beautiful. (บ้านของพวกเขาสวยมาก) |
|
hospital /ˈhɒspɪtl/ |
โรงพยาบาล |
He works at a hospital. (เขาทำงานที่โรงพยาบาล) |
|
hotel /həʊˈtel/ |
โรงแรม |
We stayed at a nice hotel. (เราพักในโรงแรมดีๆ) |
|
ice /aɪs/ |
น้ำแข็ง |
Add ice to your drink. (ใส่น้ำแข็งในเครื่องดื่ม) |
|
idea /aɪˈdɪə/ |
ความคิด |
That's a brilliant idea. (นั่นเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม) |
|
internet /ˈɪntənet/ |
อินเทอร์เน็ต |
I use the internet daily. (ฉันใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน) |
|
job /dʒɒb/ |
งาน |
He has a good job. (เขามีงานที่ดี) |
|
juice /dʒuːs/ |
น้ำผลไม้ |
Orange juice is healthy. (น้ำส้มดีต่อสุขภาพ) |
|
kitchen /ˈkɪtʃɪn/ |
ครัว |
Mom is cooking in the kitchen. (แม่กำลังทำอาหารในครัว) |
|
key /kiː/ |
กุญแจ |
Where are my keys? (กุญแจของฉันอยู่ไหน) |
|
king /kɪŋ/ |
กษัตริย์ |
The king lives in the palace. (กษัตริย์อยู่ในพระราชวัง) |
|
love /lʌv/ |
ความรัก |
Love makes life beautiful. (ความรักทำให้ชีวิตสวยงาม) |
|
lunch /lʌntʃ/ |
มื้อกลางวัน |
What's for lunch? (มื้อกลางวันกินอะไร) |
|
letter /ˈletə(r)/ |
จดหมาย |
I received your letter. (ฉันได้รับจดหมายของคุณแล้ว) |
|
money /ˈmʌni/ |
เงิน |
Save your money for the future. (เก็บเงินไว้เพื่ออนาคต) |
|
Man /mæn/ |
ผู้ชาย |
The man is wearing a suit. (ผู้ชายคนนั้นใส่สูท) |
|
music /ˈmjuːzɪk/ |
ดนตรี |
I love listening to music. (ฉันชอบฟังเพลง) |
|
name /neɪm/ |
ชื่อ |
What is your name? (ชื่อของคุณคืออะไร) |
|
number /ˈnʌmbə(r)/ |
ตัวเลข |
Write down your phone number. (เขียนเบอร์โทรศัพท์ลงมา) |
|
night /naɪt/ |
คืน |
Good night. (ราตรีสวัสดิ์) |
|
office /ˈɒfɪs/ |
สำนักงาน |
I work in an office downtown. (ฉันทำงานในสำนักงานใจกลางเมือง) |
|
ocean /ˈəʊʃn/ |
มหาสมุทร |
The ocean is beautiful. (มหาสมุทรสวยงาม) |
|
pen /pen/ |
ปากกา |
Lend me a pen please. (ยืมปากกาหน่อย) |
|
person /ˈpɜːsn/ |
บุคคล |
She is a kind person. (เธอเป็นคนใจดี) |
|
picture /ˈpɪktʃə(r)/ |
รูปภาพ |
Take a picture of us. (ถ่ายรูปพวกเรา) |
|
queen /kwiːn/ |
ราชินี |
The queen wore a beautiful dress. (ราชินีสวมชุดสวยงาม) |
|
question /ˈkwestʃən/ |
คำถาม |
Do you have any questions? (คุณมีคำถามอะไรไหม) |
|
Rain /reɪn/ |
ฝน |
It rains every afternoon. (ฝนตกทุกบ่าย) |
|
restaurant /ˈrestrɒnt/ |
ร้านอาหาร |
Let's go to a restaurant. (ไปร้านอาหารกัน) |
|
river /ˈrɪvə(r)/ |
แม่น้ำ |
The river flows through the city. (แม่น้ำไหลผ่านเมือง) |
|
sun /sʌn/ |
ดวงอาทิตย์ |
The sun is shining. (ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสง) |
|
school /skuːl/ |
โรงเรียน |
Children go to school. (เด็กๆ ไปโรงเรียน) |
|
student /ˈstjuːdnt/ |
นักเรียน |
She is a good student. (เธอเป็นนักเรียนที่ดี) |
|
time /taɪm/ |
เวลา |
What time is it now? (ตอนนี้กี่โมงแล้ว) |
|
teacher /ˈtiːtʃə(r)/ |
ครู |
My teacher is very helpful. (ครูของฉันช่วยเหลือดีมาก) |
|
tree /triː/ |
ต้นไม้ |
Plant more trees. (ปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น) |
|
umbrella /ʌmˈbrelə/ |
ร่ม |
Take an umbrella with you. (เอาร่มไปด้วย) |
|
university /ˌjuːnɪˈvɜːsəti/ |
มหาวิทยาลัย |
I study at a university. (ฉันเรียนที่มหาวิทยาลัย) |
|
voice /vɔɪs/ |
เสียง |
She has a beautiful voice. (เธอมีเสียงที่ไพเราะ) |
|
vegetable /ˈvedʒtəbl/ |
ผัก |
Eat your vegetables. (กินผักให้หมด) |
|
village /ˈvɪlɪdʒ/ |
หมู่บ้าน |
I grew up in a small village. (ฉันเติบโตในหมู่บ้านเล็กๆ) |
|
water /ˈwɔːtə(r)/ |
น้ำ |
Drink more water every day. (ดื่มน้ำให้มากขึ้นทุกวัน) |
|
woman /ˈwʊmən/ |
ผู้หญิง |
The woman is a doctor. (ผู้หญิงคนนั้นเป็นหมอ) |
|
world /wɜːld/ |
โลก |
Travel around the world. (เที่ยวรอบโลก) |
|
year /jɪə(r)/ |
ปี |
Happy New Year! (สวัสดีปีใหม่) |
|
yellow /ˈjeləʊ/ |
สีเหลือง |
I like yellow flowers. (ฉันชอบดอกไม้สีเหลือง) |
|
zoo /zuː/ |
สวนสัตว์ |
We visited the zoo last week. (เราไปเที่ยวสวนสัตว์สัปดาห์ที่แล้ว) |
V. ศัพท์พื้นฐานสื่อสารในชีวิตประจำวัน
การใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานในสถานการณ์จริงจะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติ ส่วนนี้จะแสดงตัวอย่างการใช้คำศัพท์ในบริบทต่างๆ ที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
1. การทักทาย การแนะนำตัว และการกล่าวลา
การทักทายและแนะนำตัวเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาทุกครั้ง การใช้วลีที่เหมาะสมจะสร้างความประทับใจที่ดีและเปิดโอกาสในการสื่อสารต่อ
การทักทาย:
-
Good morning/afternoon/evening. (สวัสดีตอนเช้า/บ่าย/เย็น) ใช้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
-
Hi/Hello. (สวัสดี) ใช้ได้ทั้งกับคนคุ้นเคยและคนแปลกหน้า
-
How are you? (คุณเป็นอย่างไรบ้าง) ถามทักทายสบายดี
-
Nice to meet you. (ยินดีที่ได้รู้จัก) ใช้เมื่อพบกันครั้งแรก
-
How's everything? (เป็นอย่างไรบ้าง) ถามทักทายอย่างเป็นกันเอง
-
Long time no see. (ไม่ได้เจอกันนาน) ใช้เมื่อพบกันหลังไม่ได้พบนาน
การแนะนำตัว:
-
My name is... (ชื่อของฉันคือ...) วิธีพื้นฐานในการบอกชื่อ
-
I'm from Thailand. (ฉันมาจากประเทศไทย) บอกสัญชาติหรือที่อยู่
-
I work as a teacher. (ฉันทำงานเป็นครู) บอกอาชีพ
-
I'm pleased to meet you. (ยินดีที่ได้พบคุณ) แสดงความยินดี
-
Let me introduce myself. (ให้ฉันแนะนำตัวเอง) เริ่มการแนะนำตัว
-
I'm currently studying at... (ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ที่...) บอกสถาบันที่เรียน
การกล่าวลา:
-
Goodbye/Bye. (ลาก่อน) การกล่าวลาพื้นฐาน
-
See you later/soon. (แล้วพบกันใหม่) บอกว่าจะพบกันอีก
-
Have a nice day. (ขอให้มีความสุข) อวยพรก่อนจากกัน
-
Take care. (ดูแลตัวเองด้วย) แสดงความห่วงใย
-
It was nice talking to you. (ดีใจที่ได้คุยด้วย) บอกความรู้สึกก่อนจากกัน
-
See you around. (แล้วพบกัน) กล่าวลาแบบไม่เป็นทางการ
2. การสั่งอาหาร การซื้อของ และการสอบถามราคา
การสั่งอาหารและซื้อของเป็นกิจกรรมที่ทำบ่อยในชีวิตประจำวัน การใช้ประโยคที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณได้สิ่งที่ต้องการอย่างแม่นยำ
การสั่งอาหาร:
-
Can I have a coffee please? (ขอกาแฟหนึ่งแก้วได้ไหมครับ/ค่ะ) สั่งเครื่องดื่ม
-
I'd like the chicken rice. (ฉันต้องการข้าวมันไก่) สั่งอาหาร
-
How spicy is this dish? (อาหารจานนี้เผ็ดแค่ไหน) สอบถามรายละเอียด
-
No sugar please. (ไม่ใส่น้ำตาลนะครับ/ค่ะ) ระบุความต้องการพิเศษ
-
Could I see the menu? (ขอดูเมนูหน่อยได้ไหม) ขอเมนูอาหาร
-
What do you recommend? (คุณแนะนำอะไร) ถามคำแนะนำ
-
Is this vegetarian? (อันนี้เป็นอาหารเจไหม) ถามเกี่ยวกับวัตถุดิบ
-
Can I have the bill please? (เช็คบิลหน่อยครับ/ค่ะ) ขอเช็คบิล
การซื้อของ:
-
How much is this? (อันนี้ราคาเท่าไหร่) ถามราคา
-
Can I try this on? (ขอลองสวมได้ไหม) ลองสินค้า
-
Do you have this in blue? (มีสีน้ำเงินไหม) ถามสีหรือขนาดอื่น
-
I'll take this one. (ฉันจะเอาอันนี้) ตัดสินใจซื้อ
-
Do you have a smaller size? (มีไซส์เล็กกว่านี้ไหม) ถามไซส์อื่น
-
Is there a discount? (มีส่วนลดไหม) ถามส่วนลด
-
Can you show me something else? (ช่วยแสดงอย่างอื่นให้ดูได้ไหม) ขอดูสินค้าอื่น
การจ่ายเงิน:
-
Can I pay by card? (จ่ายด้วยบัตรได้ไหม) เลือกวิธีชำระเงิน
-
How much in total? (รวมทั้งหมดเท่าไหร่) ถามยอดรวม
-
Keep the change. (เก็บทอนไว้เลย) ไม่รับเงินทอน
-
May I have a receipt? (ขอใบเสร็จหน่อยได้ไหม) ขอเอกสารการจ่ายเงิน
-
Do you accept credit cards? (รับบัตรเครดิตไหม) ถามวิธีชำระเงิน
-
Here's the exact amount. (นี่พอดีเลยครับ/ค่ะ) จ่ายเงินพอดี
3. การถามทางและการเดินทาง
การเดินทางและถามทางเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ที่อยู่ในสถานที่ใหม่หรือต่างประเทศ การใช้ประโยคที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย
การถามทาง:
-
Excuse me, where is the nearest train station? (ขอโทษครับ/ค่ะ สถานีรถไฟใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน) ถามสถานที่
-
How do I get to the airport? (ฉันจะไปสนามบินได้อย่างไร) ถามวิธีเดินทาง
-
Is it far from here? (ไกลจากที่นี่ไหม) ถามระยะทาง
-
Can you show me on the map? (ช่วยชี้ในแผนที่ให้ได้ไหม) ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม
-
Which direction should I go? (ฉันควรไปทิศทางไหน) ถามทิศทาง
-
How long does it take to walk there? (เดินไปใช้เวลานานแค่ไหน) ถามระยะเวลา
-
Am I going the right way? (ฉันไปถูกทางไหม) ยืนยันเส้นทาง
การใช้ขนส่งสาธารณะ:
-
Which bus goes to Central Station? (รถเมล์สายไหนไปสถานีกลาง) ถามเส้นทาง
-
Where do I buy tickets? (ฉันซื้อตั๋วที่ไหน) ถามจุดซื้อตั๋ว
-
What time does the next train leave? (รถไฟขบวนต่อไปออกกี่โมง) ถามเวลา
-
Do I need to change trains? (ฉันต้องเปลี่ยนรถไฟไหม) ถามการเปลี่ยนขบวน
-
How many stops to the mall? (ไปห้างอีกกี่ป้าย) ถามจำนวนป้าย
-
Where should I get off? (ฉันควรลงที่ไหน) ถามจุดลง
-
Is this the right platform? (นี่ชานชาลาที่ถูกต้องไหม) ยืนยันสถานที่
-
Can I use this ticket for the subway? (ใช้ตั๋วนี้นั่งรถใต้ดินได้ไหม) ถามการใช้ตั๋ว
บทความแนะนำ:
- ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับ A1
- ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับ A2
- ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับ B1
- ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับ C1
- ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับ C2
VI. เจาะลึกข้อสงสัย
ส่วนนี้ตอบคำถามที่ผู้เรียนมักสงสัยเกี่ยวกับศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและใช้คำศัพท์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. คำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบ British vs American ต่างกันอย่างไรและควรเลือกใช้อันไหน?
ภาษาอังกฤษแบบบริติชและอเมริกันมีความแตกต่างในการสะกดคำ การออกเสียง และคำศัพท์บางคำ แต่ทั้งสองแบบเข้าใจกันได้และถือว่าถูกต้องทั้งคู่ ตัวอย่างความแตกต่าง เช่น colour (British) กับ color (American), centre (British) กับ center (American), lift (British) กับ elevator (American) หรือ flat (British) กับ apartment (American) การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับบริบทและกลุ่มเป้าหมายของคุณ หากคุณสื่อสารกับคนอังกฤษหรือในประเทศเครือจักรภพ ควรใช้แบบบริติช แต่หากสื่อสารกับคนอเมริกันหรือในสหรัฐอเมริกา ควรใช้แบบอเมริกัน สำหรับการสอบมาตรฐานอย่าง IELTS ใช้แบบบริติช ส่วน TOEIC และ TOEFL ใช้แบบอเมริกัน แต่โดยทั่วไปการใช้ผสมกันไม่ถือว่าผิดและผู้ฟังส่วนใหญ่เข้าใจได้
2. จริงหรือไม่ที่รู้ศัพท์เพียง 1,000 คำ ก็สามารถเข้าใจบทสนทนาได้กว่า 70%?
ข้อมูลนี้เป็นจริงและได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยด้านภาษาศาสตร์หลายชิ้น คำศัพท์พื้นฐาน 1,000 คำที่ใช้บ่อยที่สุดครอบคลุมประมาณ 70-75% ของการสนทนาในชีวิตประจำวัน ส่วนคำศัพท์ 2,000 คำแรกจะครอบคลุมถึง 80-85% และคำศัพท์ 3,000 คำแรกจะครอบคลุมประมาณ 90% ของการสนทนาทั่วไป สาเหตุที่ตัวเลขนี้เป็นไปได้เพราะคำศัพท์บางคำถูกใช้ซ้ำบ่อยมาก เช่น คำกริยา be, have, do, go, make หรือคำนาม time, people, way, day, thing ปรากฏในบทสนทนาเกือบทุกครั้ง ดังนั้นการมุ่งเน้นเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้บ่อยก่อนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการพยายามท่องศัพท์จำนวนมากแบบไม่มีลำดับความสำคัญ
3. คำนิยามของ "ความคล่องแคล่ว" (Fluency) ในระดับพื้นฐานคืออะไร?
ความคล่องแคล่วในระดับพื้นฐานหมายถึงความสามารถในการสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดคิดหาคำศัพท์นานเกินไป แม้อาจจะมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือการออกเสียงบ้าง แต่ผู้ฟังยังคงเข้าใจได้ชัดเจน ในเชิงวัดผลจริง ผู้พูดที่มีความคล่องแคล่วในระดับพื้นฐานสามารถพูดประโยคที่มีความยาว 5-8 คำได้โดยไม่สะดุด หยุดพักระหว่างประโยคไม่เกิน 2-3 วินาที และสามารถตอบคำถามง่ายๆ ได้ภายใน 3-5 วินาที สิ่งสำคัญคือความกล้าที่จะพูดและความมั่นใจในการใช้คำศัพท์ที่รู้จักให้เกิดประโยชน์สูงสุด แทนที่จะกังวลกับความสมบูรณ์แบบมากเกินไป ความคล่องแคล่วจะพัฒนาได้จากการฝึกพูดสม่ำเสมอและการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง
ศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐานเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ การเรียนรู้คำกริยาที่ใช้ในกิจวัตรประจำวัน คำกริยาช่วย คำนามเกี่ยวกับครอบครัวและสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงคำคุณศัพท์พื้นฐาน จะช่วยให้คุณสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษต่อไป การใช้ศัพท์เหล่านี้ในบริบทจริง เช่น การทักทาย การสั่งอาหาร การซื้อของ และการถามทาง จะช่วยให้คุณนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง นอกจากนี้ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างภาษาอังกฤษแบบบริติชและอเมริกัน ความสำคัญของคำศัพท์ 1,000 คำแรก และคำนิยามของความคล่องแคล่วในระดับพื้นฐาน จะช่วยให้คุณวางแผนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าลืมว่าการฝึกใช้ภาษาสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะได้รวดเร็วและยั่งยืน
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ PREP English มีหลักสูตร IELTS ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแผนการเรียนที่ปรับให้เหมาะกับระดับของผู้เรียนแต่ละคน ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง คุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์ที่จำเป็นสำหรับการสอบ IELTS พร้อมกับการฝึกทักษะทั้ง 4 ด้าน (Listening, Reading, Writing, Speaking) อย่างครบถ้วน ระบบ AI ของ PREP จะช่วยให้คำแนะนำและตรวจสอบความก้าวหน้าของคุณแบบเรียลไทม์ ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด หากคุณสนใจเรียน IELTS ออนไลน์ที่ยืดหยุ่นและสะดวกสบาย PREP มีคอร์ส IELTS ที่ครอบคลุมทุกระดับความสามารถ พร้อมทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและเนื้อหาที่ทันสมัย เริ่มต้นเส้นทางสู่ความสำเร็จกับ PREP วันนี้

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมุก ปัจจุบันดูแลด้านเนื้อหาผลิตภัณฑ์ของ Prep Education ค่ะ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 5 ปีในการเรียน IELTS ออนไลน์ด้วยตนเอง ฉันเข้าใจดีถึงความท้าทายที่ผู้เรียนต้องเผชิญ แล้วก็รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์ก
มุกอยากเอาประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยแชร์ แล้วก็ซัพพอร์ตเพื่อน ๆ ให้ได้คะแนนที่ดีที่สุดค่ะ
ความคิดเห็น
เนื้อหาแบบพรีเมียม
ดูทั้งหมด















